ประโยคแรกที่ผมได้เรียน คือ 私は田中です。

ประโยคแรกที่ผมได้เรียน คือ 私は田中です。

ตอนที่ผมเรียนภาษาญี่ปุ่นครั้งแรกด้วยตัวเอง ผมไม่รู้หรอกว่าจะเริ่มต้นเรียนกันอย่างไร ไปซื้อหนังสือสอนภาษาญี่ปุ่นเก่าๆ มาเล่มหนึ่ง แล้วผมก็อ่านและก็ท่องตามนั้น ท่องจนขึ้นใจว่าถ้าประโยคเขาพูดมาอย่างนี้ จะแปลว่าอย่างนี้ และผมจะต้องตอบอย่างนี้  เทียบง่ายๆ คือเรียนแบบนกแก้วนกขุนทาง หรือเรียนด้วยการเลียนแบบต้นฉบับโดยไม่ต้องคิดว่าในประโยค มีส่วนประกอบอะไร แต่ละคำมีความหมายอย่างไร

ประโยคแรกที่ผมได้เรียน คือ 


田中 です。

私 watashi      แปลว่า ผม ดิฉัน  

は     wa           คำนี้เราเรียกว่า “ตัวช่วย” ตัวที่จะช่วยทำให้ผู้ฟังและผู้พูดทราบว่า “คำที่วางข้างหน้า” ของมันจะทำหน้าที่เป็น “ประธาน” หรือ เป็น “หัวข้อ” ของประโยค

田中 tanaka    เป็นชื่อสกุลหนึ่งของชาวญี่ปุ่นที่มีเยอะมาก

です    desu       เป็นคำกริยา มีความหมายว่า เป็น อยู่ คือ


ดังนั้นประโยคนี้จึงมีความหมายว่า ผมคือทานากะ หรือจะแปลอีกอย่างให้สวยงามหน่อยว่า ผมชื่อทานากะ ก็ย่อมได้

ในลักษณะการเรียงประโยคในภาษาไทย ประโยคจะสมบูรณ์ได้ พูดออกไปแล้วเขาฟังรู้เรื่อง ประโยคต้องประกอบด้วย 


ประธาน       +      กริยา     +       กรรม 


เช่น ถ้าจะบอกว่า ผมรักคุณ 

ผม คือ ประธาน

รัก คือ คำกริยา

เธอ คือ กรรมของประโยค


ในทางกลับกับนะครับ พอเราจะเรียนภาษาญี่ปุ่น จากความคุ้นเคยในรูปแบบประโยคไทย กลับต้องทำใจลืมไปก่อน เพราะ ประโยคของภาษาญี่ปุ่น มีหน้าตาอย่างนี้นะครับ 


ประธาน    +    กรรม      +      กริยา 


จากที่เราจะพูดว่า ผมรักคุณ กลับจะกลายเป็น ผมคุณรัก แทน 

ในทางภาษาศาสตร์ หรือวงการที่เรียนด้านภาษาต่างๆ ในโลก มีการศึกษาว่า 

ประโยคในโลกไม่ได้มีแค่รูป ประธาน+กริยา+กรรม หรือเรียกย่อๆว่า SVO (Subject+Verb+Object) 

แต่ยังมีแบบ ประธาน+กรรม+กริยา หรือเรียกว่า SOV (Subject+Object+Verb) อีกด้วยนะครับ 


ทีนี่เราวกกลับไปหารูปประโยค ผมชื่อทานากะ อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นนะครับ 

私 ( Watashi)       は ( wa)            田中 ( tanaka)        です ( desu) 


รูปแบบประโยคที่จะนำไปใช้พูด ผู้เรียนภาษาญี่ปุ่นมักจะท่องรูปประโยคนี้ว่า “นาม (N1) wa นาม (N2) desu
หลักการในการแทนคำในประโยค


N1 หมายถึง คำนามที่ 1 (Noun1) ในประเด็นนี้เรากำลังพูดถึง สรรพนามบุรุษที่ 1 คือตัวเราเอง ภาษาญี่ปุ่นจะใช้คำว่า  私 watashi 

N2 หมายถึง คำนามที่ 2 (Noun2) เช่นเดียวกันในประเด็นนี้ เราจะใช้เป็นชื่อของเราแทนลงไป

ส่วน  は กับ です อย่าเพิ่งไปสนใจมันมากในขณะนี้ วางมันไว้ตรงนั้นก่อน

 

จากวันนั้นที่ผมอ่าน ทำให้ผมสามารถพูดภาษาญี่ปุ่น ประโยคแรกได้ว่า 


(watashi)     は (wa)      Natthaphon  です。(desu)

ผมชื่อณัฐพล

 

ผมเพิ่งมาเข้าใจตอนนั้นว่า การเรียนภาษาญี่ปุ่น เราไม่ต้องคิดมาก เพราะแค่จับวาง จับเปลี่ยน ตามรูปแบบที่หนังสือกำหนดก็สามารถพูดประโยคได้แล้ว

พออ่านเรื่องนี้เสร็จ ทำให้ผมได้ทราบว่า ผมจะบอกชื่อตัวเองเป็นภาษาญี่ปุ่นอย่างไร และทราบอีกด้วยว่า รูปประโยคภาษาต่างประเทศอื่นๆ ไม่ได้เรียกเหมือนภาษาไทยอย่างที่ผมเข้ามาโดยตลอด 


ไว้มาใหม่ครับ


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ภาษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่น (Japanese Language and Culture)

คำสำคัญ (Tags)#japanese#ภาษาญี่ปุ่น#วัฒนธรรมญี่ปุ่น

หมายเลขบันทึก: 638869, เขียน: 10 Oct 2017 @ 15:21 (), แก้ไข: 10 Oct 2017 @ 15:25 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 1, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก


ความเห็น (2)

เมื่อไรจะมา..ใหม่..เอ่ย

เดี๋ยวมากนะครับ