การวิเคราะห์ทางจิตวิทยาเกี่ยวกับเจตนาทางจริยธรรม

การวิเคราะห์ทางจิตวิทยาเกี่ยวกับเจตนาทางจริยธรรม

เรียบเรียงโดย ดร.เมธา หริมเทพาธิป


            ธรรมชาติของเจตนาทางจริยธรรมของมนุษย์ ก็คือ การกระทำแบบจงใจนั่นเอง การพิจารณาถึงการกระทำแบบจงใจเหล่านี้ ขึ้นอยู่กับนิสัยของมนุษย์ เขาต้องเลือกเอาสิ่งที่เขาปรารถนาว่าดีที่สุดแล้ววิเคราะห์ผลความปรารถนานั้น ครั้นแล้วก็ถึงข้อยุติบางประการ การวิเคราะห์ทางจิตวิทยาเกี่ยวกับเจตนาทางจริยธรรมนั้น แบ่งออกเป็นหัวข้อสำคัญ 4 ประการ คือ

            1. ธรรมชาติของจิตมนุษย์มีความปรารถนาหลายอย่าง

            เจตนาทางจริยธรรมเริ่มด้วยจิตที่มีความปรารถนา  คือ ความปรารถนาที่มีความโน้มเอียงอันเด่นชัดในวัตถุอันน่าใคร่น่าชอบใจ เราเข้าใจว่า วัตถุนั้นจะให้ความพึงพอใจแก่เราได้ แต่ว่าจิตมนุษย์นี้มีความปรารถนาหลายอย่างและมีความต้องการวัตถุต่าง ๆ อย่างนับไม่ถ้วน เราไม่เพียงแต่ต้องการอาหารเท่านั้น หากยังต้องความรัก ความอบอุ่น เกียรติยศ ชื่อเสียง และอื่น ๆ เมื่อมีความหิวอาหารก็มีความต้องการทางกามารมณ์ด้วย สมจริงดังที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า “อูโน โลโก อติตฺโต ตณฺหาทาโส - สัตว์โลกไม่รู้จักอิ่มเป็นทาสแห่งตัณหา” (ม.ม. 13/446/310)

            2. ความปรารถนามีความขัดแย้งในตัวเอง

            ถ้าความปรารถนาต่าง ๆ มีส่วนคล้าย ๆ กัน หรือสัมพันธ์กันกับความปรารถนาทั่ว ๆ ไปแล้ว ก็จะไม่มีความขัดแย้งภายในเกิดขึ้น แต่ถ้าความปรารถนาเหล่านี้ ตรงกันข้ามกับนิสัยหรือความดีงามของบุคคล หรือขัดแย้งกันและกัน แน่นอนความขัดแย้งย่อมเกิดขึ้น ความปรารถนาต่าง ๆ ที่ขัดแย้งกันในจิตใจของมนุษย์ก็นับว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยธรรมดา เพราะแต่ละคนก็ต้องการที่จะเอาชนะคนอื่นและสนองความต้องการของตนเอง บางครั้งความปรารถนาบางอย่างก็จะเหนือกว่าอีกอย่างหนึ่ง บางครั้งก็เปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่นในเรื่องเดียวกัน ซึ่งเป็นเรื่องความขัดแย้งทั่ว ๆ ไป ของความปรารถนา  คือ เป็นเรื่องความขัดแย้งระหว่างความดีงามบางอย่างในชีวิตของเรา        ความขัดแย้งเช่นนี้เราจะเห็นได้ชัดจากความปรารถนาความสุข และความปรารถนาในการศึกษา จะต้องเกิดขึ้นในจิตใจของนักศึกษา ซึ่งเราต้องเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง   โดยการตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวว่า “ถ้าต้องการความรู้ ก็ไม่ควรคำนึงถึงความสุข           ถ้าต้องการความสุข ก็ไม่ควรคำนึงถึงความรู้”

            หมายความว่า การที่เราจะได้มาซึ่งความรู้นั้น เราต้องอดทนต่อความทุกข์ ความยากลำบากในการศึกษาหาความรู้ ส่วนการแสวงหาความสุขนั้นก็เป็นสิ่งที่ดีเหมือนกัน แต่ต้องรู้จักประมาณ เพราะถ้าเราได้รับความสุขความเพลิดเพลินมากเกินไปมักจะทำให้เราเกิดความมัวเมา นักศึกษาหลายคนละทิ้งการศึกษาหันมาสนใจในการเล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมอื่น ๆ จนลืมการศึกษาเล่าเรียน จึงเป็นอันว่า เมื่อตัดสินใจเลือกอย่างหนึ่งแล้วควรเสียสละอีกอย่างหนึ่ง

            3. การวิเคราะห์ผลของความปรารถนาทางจริยธรรม

            สิ่งสำคัญประการแรกในเจตนาทางจริยธรรม  ก็คือ การพิจารณาถึงเรื่องราวของความปรารถนาเหล่านี้ให้แจ่มชัด เพราะบ่อยครั้งที่เกิดข้อสงสัยขึ้นมาว่า ทำไมมนุษย์จึงมีความต้องการบางสิ่งบางอย่างมากนัก โดยธรรมชาติแล้วมนุษย์รักสุขเกลียดทุกข์ เขาไม่ต้องการความรับผิดชอบ เขาต้องการแต่เพียงการตอบสนองอารมณ์ของเขาและครอบครองสิ่งที่เขาชอบใจไว้นาน ๆ ลักษณะนิสัยตามที่กล่าวมานี้เป็นธรรมชาติของมนุษย์โดยแท้ จึงยากสำหรับการอบรมบ่มนิสัยให้เปลี่ยนไปในทางที่ดีงาม เพราะในการอบรมจิตใจเพื่อให้เกิดนิสัยในการคิดที่ดีงามนั้น มนุษย์ต้องแสวงหาอำนาจจิตให้เข้มแข็งพอ

            ดังนั้น เมื่อความปรารถนาที่เกิดขึ้นขัดแย้งกันบ่อย ๆ บุคคลควรวิเคราะห์ถึงเหตุผลทั้งสอง บ่อยครั้งที่ปรากฏว่าความปรารถนาบางอย่างซึ่งบุคคลมองไม่เห็นอันตรายจากปรากฏการณ์ภายนอก กลายเป็นนิสัยที่ไม่ดีในการกระทำซ้ำแล้วซ้ำอีก บางครั้งคนเรารู้สึกว่า การดื่มสุราและการเล่นการพนันไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อตนเองและครอบครัว แต่เมื่อพิจารณาโดยถี่ถ้วนแล้วจะเห็นได้ชัดว่า เหตุผลที่อยู่เบื้องหลังของการกระทำดังกล่าวนั้นเป็นพิษเป็นภัยต่อตนเองและครอบครัวอย่างแน่นอน ในทำนองเดียวกันกับแรงจูงใจที่อยู่เบื้องหลังที่เราเชื่อว่าเป็นความรักใคร่นั้น ก็คือ ตัณหาอันต่ำทราม ดังนั้น การรู้ถึงธาตุแท้ที่กระตุ้นอยู่เบื้องหลังความปรารถนาทุกอย่างนั้นจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

            อนึ่ง การพิจารณาถึงวิธีการและจุดมุ่งหมายก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกัน ตัวอย่างเช่น บางคนไม่สามารถพยายามรักษามารดาผู้กำลังป่วยได้ เขาจึงไปหาบุคคลผู้ร่ำรวยเพื่อต้องการความช่วยเหลือ แต่ได้รับการปฏิเสธ วันต่อมา เขาจึงไปขโมยเงินจากตู้นิรภัยของบุคคลนั้นมาเพื่อบำบัดรักษามารดาของเขาให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ เราจะเป็นว่าจุดมุ่งหมายของเขานั้นถูก การกระทำของเขาจึงเป็นเพียงความปรารถนาดีต่อมารดาเท่านั้น ถ้าเรามีความปรารถนาดีหรือหลักการดี การกระทำและวิธีการก็ต้องดีด้วย ความปรารถนาจึงจะบรรลุจุดมุ่งหมาย ข้อนี้ตรงกับหลักธรรมเรื่องมรรค ๘ ในทางพุทธศาสนาที่ยกเอาสัมมาทิฏฐิ ความเห็นชอบ ซึ่งเป็นข้อแรก เพราะว่าความเห็นนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ถ้าความเห็นถูกต้อง เที่ยงตรง ผลที่ติดตามมาก็ถูกต้องด้วย หากความเห็นไม่ถูกต้องแล้ว ผลที่ติดตามมาก็ผิดหมด

            4. เหตุผลที่ถูกต้อง

            เมื่อได้วิเคราะห์ความปรารถนาทุกอย่างดูแล้ว แต่ละคนก็สามารถทราบถึงคุณค่าทางจริยธรรมของความปรารถนาได้อย่างแจ่มแจ้ง ลำพังความปรารถนานั้นไม่อาจเป็นผลสำเร็จได้ถ้าไม่มีการปฏิบัติ เจตนาทางศีลธรรมที่มีความสำเร็จผลจะขจัดข้อขัดแย้งให้หมดไปได้ แต่ความปรารถนาที่สมบูรณ์แบบนั้นต้องมาจากเจตจำนงในการกระทำให้ความปรารถนาสมบูรณ์ด้วยการลงมือปฏิบัติเท่านั้น

 


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ปรัชญาและจริยศาสตร์ (Philosophy and Ethics)



ความเห็น (0)

หมายเลขบันทึก

637290

เขียน

19 Sep 2017 @ 12:46
()

แก้ไข

19 Sep 2017 @ 12:48
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
อ่าน: คลิก