ตอนนี้ที่บ้านสวนของฉันมีน้ำท่วมอยู่..ทุกวันตอนสายๆน้ำจากคลองก็จะเอ่อล้นเข้าถึงช่วงถนนหน้าบ้านสูงประมาณข้อตาตุ่มทั้งๆที่ก็ถมดินกันเขื่อนไว้สูงเป็นเมตรแล้วก็ตาม.

.กลับไปบ้านหาน้าบูรณ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานอกจากเจอลูกน้องเก่าสี่ขาแล้วตอนนี้มีน้องใหม่มาเพิ่มอีกสี่ตัวเป็นลูกของสีสวาท(หมาที่อาวุโสสุดในบ้าน..มันแอบไปพบรักกับหมาลุงไหว..ขอโทษค่ะ หมาของลุงไสว(สวนข้างบ้าน)..ความที่ชะล่าใจไม่คิดว่ามันจะสละโสดและเรามัวแต่ระแวงแม่เสือดาว..สุดท้ายตัวที่ตั้งท้องกลับเป็นป้าสวาทไปซะนี่..)

ความที่เรากลัวเจ้าสี่ตัวเล็กจะอดอยาก(คิดเอาเองว่าแม่หมาอายุมากแล้วนมอาจมีเลี้ยงลูกไม่พอ)น้าบูรณ์ก็เลยตั้งแคมป์หมาน้อยโอวันติน..แต่ชงนมผสมไมโลให้ไอ้เจ้าตัวเล็กๆดื่มวันละสองหน..จนมันตัวอ้วนจ่ำม่ำเกินวัย..ขนาดมีคนงานก่อสร้างโฮมเสตย์อยากจะมาขอซื้อเอาไปหัน..เขาบอกชั่งกิโลและบอกราคามาได้เลย

..แต่เสียใจหมาบ้านนี้มีไว้เลี้ยงไม่ได้มีไว้ขาย..ไอ้เจ้าตัวเล็กก็นกรู้...เห็นตาคนงานคนนี้มันก็จะเห่าอย่างเอาเป็นเอาตายแต่เห่าไปถอยหลังเข้าบ้านไป..

.ส่งเสียงเรียกให้พี่แฮปปี้กะอาสิงโตวิ่งปุเรงปุเรงออกมาแสดงตนข่มขวัญว่าบ้านนี้มีหมาใหญ่ๆหลายตัวนะ..ถ้าคิดจะกินอิ่มๆเลือกเอาตัวใหญ่ๆไปกินเถอะ(ไม่รู้ว่ามันคิดแบบนี้หรือเปล่า..แต่ฟังจากน้าบูรณ์สรุปสถานการณ์ให้ฟัง)...

คราวนี้ความที่มันเกิดมาพร้อมน้ำท่วมทำให้ไอ้ตัวเล็กสี่ตัวมันคุ้นชินกับน้ำและการย่ำน้ำเล่น..

เมื่อฉันและน้าบูรณ์ช่วยกันเปิดประตูท่าน้ำเพื่อจะสำรวจดูคราบตะไคร่ที่ขั้นบันไดว่าจะต้องขัดกันลื่นหรือไม่อย่างไร..

เจ้าหมาเก่าเป็นโรคไม่ชอบลุยน้ำมันก็นอนผึ่งพุงอยู่แถวถนนที่น้ำยังไม่ท่วมแต่ไอ้สี่ตัวเล็กมันก็แอบลุยน้ำมาตอนไหนก็เดาไม่ถูก..มารู้ตอนที่เห็นไอ้สองตัวโต(แฮปปี้กะสิงโต)เห่าเรียก...ฉันเคยคิดว่าหมามันว่ายน้ำเป็นโดยธรรมชาติไอ้ตัวเล็กมันก็คงคิดเหมือนกันหรือเปล่าก็ไม่รู้..มันเลยเดินไต่สันตลิ่งริมคลองของที่บ้านแต่ความที่พื้นมันลื่น..สุดท้ายนักสำรวจสองตัวตกลงไปในคลองซึ่งมีน้ำลึกท่วมหัวฉันได้..มันคงตกใจก็ร้องเสียงดังใหญ่เลย...มันพยายามตะกุยน้ำแต่ขึ้นตลิ่งไม่ได้เพราะตัวมันเพิ่งแค่สองเดือน..ตอนแรกคิดว่ามันน่าจะว่ายขึ้นตลิ่งได้แต่พอดูอีกที..เฮ้ย..หมามันเล็กเกินไปและอาจจะจมน้ำได้เมื่อมันหมดแรง..เฮ้อ..ทำไงดี..ตัดสินใจลงน้ำทั้งชุดสวยตัวเก่งนี่ก็แล้วกัน..เพราะถ้ามันเกิดช่วยไม่ทัน..คงแย่แน่..ก็เลยว่ายน้ำไปหาและค่อยประคองพาเจ้าแสบสองตัวขึ้นฝั่งท่ามกลางเสียงเชียร์ของน้าบูรณ์กะยายสุนันท์.

.ฉันล่ะนึกแล้วยังน้อยใจน้าบูรณ์อยู่ตรงที่แทนที่จะห่วงหลาน(ว่าเปียกน้ำไม่มีเสื้อผ้าจะใส่กลับกรุงเทพฯ)กลับพูดว่าดีนะที่ตัวใหญ่หมาเล็กสองตัวเลยเกาะได้สบายๆ.

.ไอ้เจ้าสองตัวแสบพอขึ้นฝั่งได้มันก็กลับมาวิ่งซนเล่นย่ำน้ำบนถนนเหมือนเดิมแต่คราวนี้มันรู้แล้วว่าไม่ควรวิ่งเล่นแถวสันตลิ่ง.

.จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้คิดว่าไม่ควรประมาทกับเรื่องเปิดปิดประตูท่าน้ำเพราะลูกหมากำลังซนและตัวฉันอาจจะต้องหาเวลามาฝึกลูกน้อง(น้องหมา)ให้ว่ายน้ำ(เข้าหาตลิ่ง)ให้เป็นเผื่อมันจะได้ช่วยเหลือตัวมันเองได้เวลาที่เกิดพลัดตกลงในคลอง...