เส้นระหว่างกฎหมาย จริยธรรม ศีลธรรม ประเพณี และจรรณยาบรรณ

เส้นระหว่างกฎหมาย จริยธรรม ศีลธรรม ประเพณี และจรรณยาบรรณ

ขียนโดย ดร.เมธา หริมเทพาธิป


          กฎหมาย จริยธรรม ศีลธรรม ประเพณี และจรรยาบรรณ ล้วนเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความประพฤติทั้งสิ้น หากมีการศึกษา วิเคราะห์ เปรียบเทียบ เพื่อให้เห็นเส้นแบ่งของความประพฤติทั้ง 5 ส่วนนี้ จะทำให้ผู้ศึกษาเห็นความหมายของคำว่า “จริยธรรม” ได้ชัดเจนขึ้น เพราะมีประโยชน์ในการตีความเนื้อคำ (text) ของจริยธรรมหรือ ethic ให้มากกว่าที่เคยศึกษา ซึ่งจะทำให้ผู้ศึกษาเข้าใจและเข้าถึงเส้นแบ่งทางจริยธรรมมากขึ้น

          เส้นแบ่งระหว่างกฎหมาย จริยธรรม ศีลธรรม ประเพณี และจรรยาบรรณอยู่ตรงจุดใดนั้น เมื่อวิเคราะห์แล้วพบว่า

          เส้นแบ่งทางกฎหมาย อยู่ตรง ข้อบังคับที่ต้องทำตาม หากฝ่าฝืน จะมีบทลงโทษหรือการให้รางวัลที่ชัดเจนอย่างเสมอหน้า

          เส้นแบ่งทางจริยธรรม อยู่ตรง การทำดีเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เป็นความดีเชิงจริยธรรม ไม่มีบังคับ ถึงไม่ทำก็ไม่ผิดกฎหมาย แต่ผิดจริยธรรม ไม่มีบทลงโทษทางกฎหมาย แต่มีบทลงโทษทางใจ คือ ความไม่สบายใจ ความคับแค้นใจ ความทุกข์ร้อนในจิตใจ และอาจเกิดความกดดันจากการที่สังคมติเตียนหรือว่ากล่าว หรือสังคมไม่ยอมรับ ทำให้สูญเสียความน่าเชื่อถือ

          เส้นแบ่งทางศีลธรรม อยู่ตรง การทำดีตามศีลธรรมหรือจริยธรรมทางศาสนา ซึ่งเป็นการ ทำดีเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดเช่นกัน ต่างจากจริยธรรมตรงที่ศีลธรรมเป็นเรื่องศาสนา ซึ่งแต่ละศาสนาจะมีระบบศีลธรรมที่แตกต่างกัน มีบทลงโทษหรือให้รางวัลที่ต่างกัน อาจเกี่ยวข้องกับทางกฎหมายในบางข้อ แต่ก็ต้องถูกลงโทษทางศีลธรรมให้เสร็จสิ้นเสียก่อน ส่วนใดที่ทำผิดกฎหมายก็จึงไปรับโทษตามเกณฑ์ทางกฎหมาย

          เส้นแบ่งทางประเพณี อยู่ตรง ความศรัทธาหรือความภาคภูมิใจในเบื้องหลังประวัติศาสตร์ของบรรพบุรุษ ที่ได้สร้างสรรค์คุณค่าอันดีงามผ่านทางประเพณีและวัฒนธรรม ความดีงามเหล่านี้เป็นคุณค่าทางจิตใจที่บุคคลยินยอมและทุ่มเทปฏิบัติ ซึ่งเป็นความดีเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ไม่ได้บังคับเหมือนกับจริยธรรม แต่ยินยอมให้ถูกติเตียนว่ากล่าวได้หากตนเองทำผิดประเพณี ความผิดบางอย่างอาจเกี่ยวข้องกับความผิดทางกฎหมาย ก็ไปรับโทษตามกระบวนการทางกฎหมาย

          เส้นแบ่งทางจรรยาบรรณ อยู่ตรงระเบียบการเพิ่มเติมสำหรับบุคคลกลุ่มหนึ่งที่ทำประโยชน์แก่สังคมและได้ผลประโยชน์จากสังคม จึงมีฐานะเป็นกฎหมายเฉพาะกลุ่มเพื่อค้ำประกันความรับผิดชอบเพียงพอต่อสังคมให้ได้ประโยชน์สูงสุดและผู้รับผิดชอบได้ผลตอบแทนคุ้มกับความเสียสละที่ยอมรับใช้สังคมตามข้อตกลง จรรยาบรรณจึงมีฐานะเหมือนกฎหมายแต่ใช้เฉพาะกลุ่ม คือ ต้องมีบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนโดยมีการสอบสวนและลงโทษอย่างเสมอหน้าเฉพาะกลุ่ม

          จรรยาบรรณถ้าระบุลงโทษก็เป็นระเบียบการที่ต้องการเน้น ถ้าไม่ระบุโทษก็มีฐานะเป็นเพียงคุณธรรม จริยธรรม แต่ผู้ทำจรรยาบรรณต้องการเน้นเป็นพิเศษ ผู้ปฏิบัติได้ความดีความชอบ แต่ผู้ไม่ปฏิบัติไม่พึงได้รับโทษ

          กล่าวโดยสรุป เส้นแบ่งระหว่างกฎหมาย จริยธรรม ศีลธรรม ประเพณี และจรรยาบรรณ ช่วยให้นักศึกษาเข้าใจจุดยืนของวิชาจริยศาสตร์ที่ว่าด้วยประมวลจริยธรรม ลดความกำกวมหรือการขาดความชัดเจนระหว่างเส้นแบ่งทางด้านความประพฤติดังกล่าว ซึ่งควรทำการศึกษาและขยายผลต่อไปเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและสังคมส่วนรวม

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ปรัชญาและจริยศาสตร์ (Philosophy and Ethics)



ความเห็น (0)

หมายเลขบันทึก

637174

เขียน

18 Sep 2017 @ 13:15
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
อ่าน: คลิก