เหตุผลที่โลกยกย่องให้ปรัชญาเป็นสาขาวิชาสูงสุด

เหตุผลที่โลกยกย่องให้ปรัชญาเป็นสาขาวิชาสูงสุด

เขียนโดย ดร.เมธา หริมเทพาธิป


               จากที่ได้ศึกษามาแล้วว่า ปรัชญาคืออะไร ซึ่งแม้ว่าผู้เขียนเองจะสรุปว่า ปรัชญาคือระบบการมองโลกและชีวิตตามความเป็นจริง แต่นั่นก็ถูกตามทรรศนะของผู้เขียน แต่อาจไม่ถูกกับทรรศนะของคนอื่นก็ได้ เพราะความเชื่อและความคิดเห็นอันเป็นทรรศนะของเรานั้น บางครั้ง “ถูกเราแต่ไม่ถูกเขา” บางครั้ง “ถูกเขาแต่ไม่ถูกเรา” เพราะฉะนั้นจึงต้องยืดหยุ่นกันไป มีการประนีประนอมกันไป แต่ก็ต้องยอมรับในเหตุผลของแต่ละคนเป็นประเด็น ๆ ไป หากไม่ยอมรับแล้วปฏิเสธทุกอย่าง ทุกเรื่อง ก็แสดงว่า บุคคลผู้นั้นมีความยึดมั่นถือมั่นในตนเองจนเกินไป ซึ่งเป็นอุปนิสัยที่ไม่สร้างสรรค์ และหากทุกคนคิดเช่นนี้ ปรัชญาก็คงไม่เป็นสาขาวิชาสูงสุด เพราะหากผู้นำทางความคิด (คือนักปรัชญา) มีการยึดถือความคิดของตนเท่านั้นดีที่สุด ประเสริฐที่สุด และประณามแนวคิดของผู้อื่นที่มีความคิดเห็นแตกต่างจากตน เช่นนี้ ย่อมไม่เกิดการ “แสวงหาจุดร่วม สงวนจุดต่าง” แต่เพราะนักปรัชญาส่วนใหญ่มีท่าทีและบุคลิกเป็นคนใจกว้างและยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น ในขณะเดียวกันก็มีหลักการสำหรับยึดเหนี่ยวเป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนด้วย ดังนั้น จึงเกิดการแสวงหาจุดร่วม คือ ในสิ่งที่เห็นตรงกันก็นำมาปฏิบัติร่วมกัน เช่น นำมาใช้เป็นเนื้อหา เป็นแนวทาง เป็นกฎ เป็นทฤษฎี ร่วมกัน เพื่อสร้างองค์ความรู้ให้เกิดศาสตร์สาขาต่าง ๆ ขึ้นมาในโลก ในส่วนของจุดต่างก็จะถือว่าเป็นพรสวรรค์ของแต่ละฝ่ายที่แต่ละฝ่ายนั้นจะต้องรับผิดชอบให้เป็นไปในทางสันติภาพและพัฒนาต่อยอดเพื่อให้เกิดการนำมาพัฒนาคุณภาพชีวิตในเชิงคุณค่าของมนุษย์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

              ดังนั้นจะเห็นว่า แนวคิดของชาวตะวันตก จะใช้วิธีการของปรัชญานี้ต่อยอดความรู้ซึ่งกันและกันมาทุกยุคทุกสมัย และเมื่อได้คำตอบสุดท้ายก็จะถูกสรุปเป็นทฤษฎีหรือกฎ แล้วแยกสาขาออกจากปรัชญาไปตั้งเป็นศาสตร์สาขาวิชาต่าง ๆ เช่น รัฐศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ เป็นต้น เรื่อยมาจนถึงสาขาจิตวิทยา ซึ่งแยกตัวออกไปจากสาขาปรัชญาเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว ดังนั้น ปรัชญาจึงชื่อว่า เป็นมารดาผู้ให้กำเนิดสาขาวิชาการต่าง ๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แม้ว่าสาขาวิชาต่าง ๆ จะแยกตัวออกไปจากสาขาปรัชญาบริสุทธิ์แล้วก็ตาม แต่ในทุกสาขาวิชาก็จะต้องมีสาขาปรัชญาประยุกต์ไว้คอยตีความและต่อยอดความคิดให้ศาสตร์สาขานั้น ๆ เพื่อให้เกิดการพัฒนาต่อยอดไปเรื่อย ๆ หากมองปรัชญาในลักษณะของศาสตร์ “ปรัชญาเป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยหลักการ” (Science of Principles) หลักการที่ว่านี้ก็คือ ทฤษฎีหรือเหตุผลนั่นเอง ซึ่งเป็นหัวใจของศาสตร์ทุกแขนง องค์ประกอบของวิทยาศาสตร์แต่ละสาขามี 2 ส่วน ได้แก่ ตัวทฤษฎีหรือหลักการกับวิธีการพิสูจน์ทฤษฎี ถ้าหากศาสตร์ใดขาดหลักการหรือหลักปรัชญาเสียแล้วก็ย่อมเป็นศาสตร์ไม่ได้ นักปราชญ์จึงกล่าวว่า “ไม่มีศาสตร์ใดจะสมบูรณ์ ถ้าขาดหลักปรัชญา” (No science is complete without philosophy) เพราะฉะนั้น ปรัชญาจึงเป็นความรู้สากลและจำเป็น คือ ใช้ได้กับทุกวิชาและทุกวิชาต้องมีหลักปรัชญา จะขาดเสียไม่ได้เลย เปรียบเสมือนรถไฟจะขาดหัวรถจักรไม่ได้ (สุเมธ  เมธาวิทยกูล, 2540: 3) ด้วยเหตุนี้ชาวโลกจึงยกย่องให้ปรัชญาเป็นสาขาวิชาอันสูงสุด 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ปรัชญาและจริยศาสตร์ (Philosophy and Ethics)



ความเห็น (0)