กระบวนทรรศน์มนุษย์นิยมแบบรุนแรง

กระบวนทรรศน์มนุษย์นิยมแบบรุนแรง (radical humanist paradigm)

  เรียบเรียงโดย ดร.เมธา หริมเทพาธิป


               กระบวนทรรศน์มนุษย์นิยมแบบรุนแรงเหมือนกับกระบวนทรรศน์การตีความซึ่งเน้นว่าความเป็นจริงเป็นเรื่องที่สังคมสร้างขึ้นมาและรักษาให้ดำรงไว้ มนุษย์ถูกจองจำในความเป็นจริงที่ตัวเองสร้างขึ้นมาและรักษาไว้นั้น กระบวนทรรศน์นี้มองว่าการสร้างความเป็นจริงได้รับอิทธิพลจากกระบวนการด้านจิตและสังคม ซึ่งเป็นเงื่อนไขและควบคุมจิตใจของมนุษย์ให้แปลกแยกจากธรรมชาติที่แท้จริงของมนุษย์ กระบวนทรรศน์นี้มักใช้ในการอธิบายวิถีชีวิตของผู้คนในสังคมทุนนิยมหรือสังคมอุตสาหกรรม กระบวนทรรศน์นี้จึงเกี่ยวข้องกับการค้นพบว่ามนุษย์สามารถเชื่อมโยงความคิดและการกระทำให้เป็นวิธีการในการก้าวข้ามผ่านความแปลกแยก (alienation) ของมนุษย์ได้อย่างไร กระบวนทรรศน์การตีความสนใจในการทำความเข้าใจธรรมชาติของกระบวนการนี้ ในขณะที่กระบวนทรรศน์มนุษย์นิยมแบบรุนแรงเน้นการวิพากษ์วิจารณ์โดยเฉพาะบทบาทของวิทยาศาสตร์ หลักเหตุผล เทคโนโลยี ภาษา และอื่น ๆ ที่สะท้อนโครงสร้างส่วนบนของระบบทุนนิยมซึ่งเป็นความคิดที่ครอบงำมนุษย์อยู่ กระบวนทรรศน์นี้จึงสนใจในการปลดปล่อยมนุษย์จากพันธนาการด้านความคิดหรือสำนึกทางสังคมดังกล่าวด้วย

                แนวคิดพื้นฐานของกระบวนทรรศน์นี้เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงรูปแบบการครอบงำ (modes of domination) การปลดปล่อย (emancipation) และการถูกทอดทิ้ง (deprivation) โดยสาระสำคัญที่เป็นหัวใจของการเปลี่ยนแปลงตามกระบวนทรรศน์นี้คือการเปลี่ยนแปลงสำนึกของมนุษย์ ซึ่งได้รับอิทธิพลทางความคิดมาจากแหล่งเดียวกับกระบวนทรรศน์การตีความคือ Kant, Hegel และ Husserl กระบวนทรรศน์นี้สนใจการเปลี่ยนแปลงสังคมโลกโดยผ่านการเปลี่ยนแปลงรูปแบบความคิดและสำนึก ตัวอย่างของทฤษฎีภายใต้กระบวนทรรศน์นี้ คือ ทฤษฎีต่อต้านองค์การ (anti-organization theory) ทฤษฎีวิพากษ์ (critical theory) และแนวคิดอัตถิภาวะนิยมแบบฝรั่งเศส (French Existentialism) (Jean-Paul Sartre) (Morgan, 1980)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ปรัชญากระบวนทรรศน์

คำสำคัญ (Tags)#กระบวนทรรศน์#ดร.เมธา หริมเทพาธิป#ดร.เมธา#หริมเทพาธิป#กระบวนทรรศน์มนุษย์นิยมแบบรุนแรง#radical humanist paradigm

หมายเลขบันทึก: 636605, เขียน: 13 Sep 2017 @ 22:27 (), แก้ไข: 13 Sep 2017 @ 22:28 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)