ความหมายของกระบวนทรรศน์ : กระบวนทรรศน์เปรียบเสมือนความเชื่อร่วมกันระหว่างชุมชนของสาขาเฉพาะ

ความหมายของกระบวนทรรศน์

กระบวนทรรศน์เปรียบเสมือนความเชื่อร่วมกันระหว่างชุมชนของสาขาเฉพาะ 

(paradigms as shared beliefs among members of a specialty area

เรียบเรียงโดย ดร.เมธา หริมเทพาธิป

 

               กลุ่มนี้เห็นว่า กระบวนทรรศน์เป็นความเชื่อที่มีร่วมกันระหว่างชุมชนนักวิจัยเกี่ยวกับคำถามที่มีความหมายที่สุด และวิธีการที่เหมาะสมที่สุดในการตอบคำถามนั้น คูห์น (Kuhn, 1970, 1974) พอใจกับความหมายของกระบวนทรรศน์นี้มาก (Mogan, 2007) โดยคูห์น (Kuhn, 1996) ยอมรับว่า ความหมายนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับฐานคติแบบกว้างๆ เพื่อชี้นำความรู้ในสาขาวิชาต่างๆ ได้ โดยคูห์นได้เน้นกระบวนทรรศน์ในฐานะที่ใช้ชี้นำกลุ่มนักปฏิบัติ (group of practitioners) ไม่ใช่เนื้อหาความรู้ (subject matter)

               ความหมายของกลุ่มนี้น่าจะสอดคล้องกับความหมายที่ ติน ปรัชญพฤทธิ์ (2535, หน้า 290) ได้ให้ความหมายของกระบวนทรรศน์ว่า "เป็นความสำเร็จทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งชุมชนวิชาการยอมรับในขณะใดขณะหนึ่งว่าเป็นความสำเร็จซึ่งใช้เป็นรากฐานที่จะศึกษาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ความสำเร็จดังกล่าวนี้จะต้องเป็นความสำเร็จที่ไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดพบมาก่อนและเป็นความสำเร็จที่ไม่มีความสำเร็จอื่นใดมาหักล้างได้ในขณะนั้น นอกจากนี้ความสำเร็จดังกล่าวจะต้องมีลักษณะเป็นการเปิดลู่ทางไว้ให้กว้างพอที่จะนำไปแก้ปัญหาทางการบริหารที่เกิดขึ้นหลายๆ อย่างในขณะนั้น" และ ประเวศ  วะสี (2545, หน้า 50) กล่าวว่า กระบวนทรรศน์ หรือทรรศนะ หรือ ทิฏฐิ นั้น จะนำไปสู่การปฏิบัติ กล่าวคือ สัมมาทิฏฐิจะนำไปสู่สัมมาปฏิบัติและมิจฉาทิฏฐิจะนำไปสู่มิจฉาปฏิบัติ

               ต่อมา ติน ปรัชญพฤทธิ์ (2551) ให้ความหมายของกระบวนทรรศน์ว่า คือ "แผนที่ เข็มทิศ ลายแทง หรือเครื่องมือที่ชุมชนนักวิชาการนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการบรรยาย อธิบาย และพยากรณ์ปรากฏการณ์และพฤติกรรมในช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง ตราบที่ยังมีความแกร่งหรือพลัง (vigor or force) ในการบรรยาย อธิบาย และพยากรณ์ แต่ให้ความแกร่งหรือพลังดังกล่าวหมดลง และมีกระบวนทรรศน์ใหม่เข้ามาแข่งขัน ชุมชนนักวิชาการก็จะหันไปใช้กระบวนทรรศน์ใหม่เช่นกัน"

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ปรัชญากระบวนทรรศน์



ความเห็น (0)