(171) พลังการทำงานพลังทางปัญญา

Ka-Poom
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

(171)

วันอังคารที่ 20 มิถุนายน

ภารกิจและกิจกรรมที่ทำในวันนี้;

วันนี้อยู่ที่สระบุรี การเดินทางสู่การทำงานขับเคลื่อน R2R โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้สไตล์ KM และมีนัดกับคุณแจ็คเรื่องพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวคิดหลักประกันสุขภาพและนำไปสู่การพัฒนางาน มีโอกาสที่ดีมากที่ท่านผู้อำนวยการเขต ท่านให้ความเมตตากรุณามาเล่าถึงที่มาที่ไปของการปฏิรูประบบสุขภาพตลอดจนภารกิจที่มีคุณค่าของการขับเคลื่อนงานภายใต้ พรบ.หลักประกันสุขภาพ 

ตอนเย็นรีบสรุปการทำ synthesis มองสองแนวคิดคือ การเขียนพรรณนาหรือจะสรุปเป็นตารางสกัดความคิด ท้ายที่สุดเลือกแบบตารางความคิดซึ่งดูเหมือนจะยากกว่าการเขียนแบบเชิงพรรณนา


ข้อปฏิบัติในชีวิต;

- สวดมนต์ทำวัตรเช้า

- เตรียมอาหารถวายพระ

- นั่งสมาธิภาวนา /เดินจงกลม

- เขียนถอดบทเรียนใคร่ครวญในตนเอง

- ศึกษาธรรมะจากการฟังเทศน์

- สวดมนต์ทำวัตรเย็น


สิ่งที่ได้เรียนรู้และคุณค่าที่เกิดขึ้นในชีวิต;

จากคำถาม 3-4 ประเด็น ที่อาจนำไปสู่กระบวนการออกแบบการจัดการความรู้ (KM) และพัฒนาไปสู่คำถามการวิจัย R2R (Research Question) ในการขับเคลื่อนงานหลักประกันสุขภาพ 


1.ประชาชนรู้สิทธิ์ตัวเองมากน้อยแค่ไหน สามารถเข้าใจเข้าถึงและเป็นเจ้าของสุขภาวะที่ดีได้อย่างไร

2.สปสช. ควรจะ Take Action และเชื่อมโยงกับคนทำงานภาคปฎิบัติด้วยกระบวนการอย่างไรได้บ้าง

3.นอกจากสิทธิ "บัตรทอง" ยังมีเครื่องมือ วิธีการ หรือกลไกอะไรบ้าง ที่ทำให้เข้าถึงระบบบริการสุขภาพอย่างเป็นธรรม

4.คนทำงานมองเห็นคุณค่าและมีความรู้สึกเป็นเจ้าของการพัฒนางานคุณภาพของตัวเองอย่างไรบ้าง


โลกแห่งการเปลี่ยนแปลงโอกาสของการเรียนรู้ก็เกิดขึ้นเสมอ

ขอบพระคุณท่าน อ.นพ.ชลอ ศานติวรางคณา ผอ.สปสช.เขต4 ที่ให้โอกาสและเข้าร่วมวงสุนทรียสนทนาเพื่อนำไปสู่การเรียนรู้ในครั้งนี้


KM&R2R 

เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่การสอนบรรยายเรื่องวิจัย แต่มุ่งตรงไปที่การเกิด Inspiration & Passion ในการเกิดความรู้สึกอยากพัฒนางานด้วยเครื่องมือ R2R โดยใช้ฐานคิด KM มาร่วมออกแบบกระบวนการเรียนรู้ และนำไปสู่การสร้างความรู้ในเรื่องการพัฒนางานประจำด้วยกระบวนการวิจัย


บทธรรมที่ได้ศึกษา;

    

...พระพุทธเจ้าไม่สามารถ

"แก้กิเลสของเราได้ "

ครูบาอาจารย์ก็..แก้กิเลสเราไม่ได้

ท่านมีแต่"คอยแนะนำวิธีแก้ให้กับเรา"

.

...แต่ถ้าเรา

"ไม่เอามาแก้ ก็แก้ไม่ได้อยู่ดี"

จงมองว่า..ร่างกายเป็นเครื่องมือ

ไว้สำหรับ "แก้ปัญหาของใจ"

.

...ต้องมีร่างกายเพื่อจะ

"ได้ยินได้ฟังธรรมะ"

เมื่อได้ยินได้ฟังแล้วจะได้เอา

ร่างกายมาทำงาน มาแก้กิเลส 

เดินจงกรม นั่งสมาธิ ต่อสู้กับกิเลส

.

...ต่อไปกิเลสตัณหาก็จะหมดไปๆ


พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี

#Noteเตือนตนเอง


20-06-2560






บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน In Mind



ความเห็น (0)