แนวคิดการมีส่วนร่วมในพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชการที่ 9

แนวคิดการมีส่วนร่วมในพระราชดำรัสของ

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชการที่ 9

เรียบเรียงโดย ดร.เมธา หริมเทพาธิป


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชดำรัสถึงการมีส่วนร่วม พระองค์ใช้คำว่า “ความร่วมมือ” ดังปรากฏอยู่ในพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทยในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาและในโอกาสขึ้นปีใหม่ ตั้งแต่พุทธศักราช 2502 เป็นต้นมาอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริอย่างแน่วแน่ในการเน้นย้ำให้ทุกคนได้ซาบซึ้งถึงอานุภาพของความร่วมมือของส่วนรวมว่าจะทำให้ประเทศสามารถบรรลุความสำเร็จโดยการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของรัฐบาล ซึ่งบริหารงานเพื่อประโยชน์สุขของปวงชน

จากการศึกษาถึงความหมายของความร่วมมือตามที่ปรากฏในพระราชดำรัสแต่ละปีพบว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานความหมายและวิธีการสร้างความร่วมมือแตกต่างกันออกไป ในความหมายหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชดำริไว้ว่า “ความร่วมมือ คือ การแสดงออกถึงน้ำใจในการประกอบกิจกรรมเพื่อส่วนรวมในระดับชาติ” เช่น ความร่วมมือของประชาชนในการรับเสด็จและต้อนรับพระอาคันตุกะต่างประเทศที่เสด็จพระราชดำเนินเยือนและมาเยือนประเทศไทยในวาระต่างๆ อย่างเป็นทางการ ดังพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทยในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2505 ในวันที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2504 ความว่า

“...ต่อมายังได้ให้ความร่วมมือและเป็นกำลังใจแก่เราในการต้อนรับแขกเมืองต่างประเทศ คือ ท่านประธานาธิบดีแห่งอินโดนีเซีย และท่านประธานาธิบดีแห่งอาร์เยนตินา ซึ่งได้มาเยือนประเทศไทยในขวบปี จนเป็นผลให้การต้อนรับได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เป็นทางเพิ่มพูนสัมพันธไมตรีกับมิตรประเทศที่เกี่ยวข้อง และในวาระวันเกิดของข้าพเจ้าที่ผ่านมาก็ยังพร้อมเพรียงให้ความเอาใจใส่เป็น พิเศษอีกด้วย ความมีแก่ใจของท่านทั้งหลายนี้เป็นที่ชื่นชมของข้าพเจ้านัก จึงขอโอกาสขอบใจอีกครั้งหนึ่ง และขอแสดงความหวังด้วยว่า ในการที่สมเด็จพระเจ้ากรุงเดนมาร์กและพระราชินี จะเสด็จมาเยือนประเทศไทยในเร็ววันข้างหน้านี้ท่านทั้งหลายก็จะให้ความร่วมมือร่วมใจช่วยการถวายการต้อนรับโดยพร้อมเพรียงเช่นกันเพื่อให้ทรงประจักษ์แจ้งในน้ำใจขงประชาชนชาวไทยฝ่ายเจ้าของบ้าน...”

พระราชดำรัสที่พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทยในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2507 วันที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2506 มีความตอนหนึ่งว่า “...ความสำเร็จทั้งนี้ ก็อาศัยท่านทั้งหลายได้ร่วมมือกันต้อนรับโดยพร้อมเพรียง ข้าพเจ้าขอขอบใจไว้ ณ ที่นี้ด้วย...”

นอกเหนือจากความหมายของความร่วมมือที่เป็นการแสดงออกซึ่งกิจกรรมเพื่อส่วนรวมในการสร้างภาพอัตลักษณ์ที่ดีของประเทศ และแสดงถึงน้ำใจอันดีของชนในชาติแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังได้ทรงพระเมตตาพระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับการสร้างความร่วมมือในอีกความหมายหนึ่งว่า เป็นการปฏิบัติตามแผนและโครงการของชาติที่ทางราชการได้จัดทำขึ้น ดังปรากฏในพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทยในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2504 เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2503 ตอนหนึ่งว่า

“...ด้วยความร่วมมือร่วมกำลังความคิดจากบรรดาราชการที่เกี่ยวข้อง และผู้ชำนาญการในสาขาต่างๆ รัฐบาลได้วางแผนและโครงการ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ และปรับปรุงการศึกษาของชาติขึ้นใหม่แล้ว พึ่งจะเริ่มใช้ปฏิบัติกันในปีพุทธศักราช 2504 นี้ ข้าพเจ้าเห็นว่า แผนและโครงการนี้จะมีประโยชน์ดีสำหรับบ้านเมือง แต่ข้อสำคัญก็อยู่ที่การปฏิบัติตามแผนและโครงการนั้น โดยพร้อมเพรียงกันทุกฝ่ายจึงจะเป็นผลแก่ประเทศชาติได้ หวังว่าท่านทั้งหลายจะให้ความร่วมมือแก่ทางราชการในการนี้ต่อไป...”

ในส่วนที่เป็นการแสดงถึงความหมายของความร่วมมือว่าคืออะไรนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำริอย่างชัดเจนว่า ความร่วมมือ คือ การร่วมกันปฏิบัติแก้ไขปัญหาให้เบาบาง โดยอาศัยความพร้อมเพรียงในการประกอบกิจกรรมอย่างสงบ ดังจะเห็นได้จากพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2517 เมื่อวันจันทร์ที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2516 อันเป็นวาระหลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศ ความตอนหนึ่งว่า

“...กิจเฉพาะหน้าของเราทั้งหลายทุกคนที่จะต้องทำ ก็คือต้องรับสถานการณ์อันวิกฤตนี้ด้วยใจอันมั่นคง ไม่หวั่นไหว และด้วยความรู้เท่าถึงการณ์พร้อมกับร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติแก้ไขผ่อนหนักให้เป็นเบา ด้วยความสงบและพร้อมเพรียง ไม่ก่อความวุ่นวายให้สถานการณ์ยิ่งร้ายลงไปอีก...”

เมื่อประเทศไทยเผชิญกับปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจในพุทธศักราช 2540 เป็นต้นมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระเมตตาพระราชทานขวัญและกำลังใจแก่ประชาชนอีกครั้งหนึ่ง พระองค์มีพระราชดำรัสให้คนไทยคิดถึงความร่วมมือในการร่วมแรงร่วมแรงร่วมใจประกอบกิจกรรมของคนในชาติ ทั้งเหตุการณ์ปกติและไม่ปกติ ดังพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2542 เมื่อวันพฤหัสที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2541 ความตอนหนึ่งว่า

“...ถ้ามีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เป็นเกียรติเป็นศักดิ์ศรีของประเทศแล้ว เราจะร่วมมือกันปฏิบัติจนเต็มความสามารถเสมอ...”

นอกจากนี้เรื่อง “ความร่วมมือ” ยังปรากฏในพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทยในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2544 วันอาทิตย์ที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2543 ความตอนหนึ่งว่า

“...ไม่ว่าประเทศของเราจะประสบกับปัญหาหรือภาวะอันไม่ปกติใดๆ คนไทยเราจะหันหน้าเข้าหากัน และร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติแก้ไข ให้ผ่านพ้นปัญหาหรือภาวการณ์นั้นๆ ไปได้อย่างแน่นอน...”

พระราชดำรัสที่พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทยในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2545 วันจันทร์ที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2544 มีเนื้อความเรื่อง “ความร่วมมือ” ว่า

“...จะเห็นได้ว่า ประเทศของเรา ต้องประสบกับวิกฤตการณ์ด้านต่างๆ ติดต่อกันมาเป็นเวลาหลายปีแต่ด้วยความรู้เท่าทัน และความร่วมมือร่วมใจของคนไทยทุกคน ที่ช่วยกันประคับประคองแก้ไข บ้านเมืองของเราจึงยังมั่นคงเป็นปกติอยู่...”

นอกเหนือจากพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่ประชาชน ที่แสดงถึงความหมาย ความสำคัญ และแนวทางการสร้างความร่วมมือให้เกิดขึ้นในประเทศแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงพระเมตตาพระราชทานพระราชดำริว่า “ความร่วมมือเป็นสิ่งสำคัญและเป็นบทบาทหน้าที่ของคนทุกคน ดังนั้น ความร่วมมือในการสร้างความสันติสุขถาวรนั้น จะไม่จำกัดอยู่แต่เฉพาะกลุ่มคนใดคนหนึ่ง หรือกลุ่มชาติภาษาใดภาษาหนึ่ง แต่จะต้องแผ่ขยายออกไปในระดับนานาประเทศอีกด้วย เพื่อโลกนี้จะได้ประสบสุขกันถ้วนหน้า” พระราชดำริในการดำเนินชีวิตจากความร่วมมือที่พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทยดังกล่าวนี้ ปรากฏในพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคล ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิตฯ วันพฤหัสบดีที่ 23 ธันวาคม พุทธศักราช 2542 ความตอนหนึ่งว่า

“...ผู้ใหญ่ผู้โต ผู้น้อย ใครต่อใคร เป็นประชาชนคนไทยทั้งนั้น คนไหนที่พูดภาษาไทยไม่ชัดก็เป็นคนไทยทุกคน แต่ก็ต้องร่วมมือกัน เข้าใจกัน...”

พระราชดำริเกี่ยวกับความร่วมมือที่พระราชทานความหมายและวิธีในการเสริมสร้างความร่วมมือนั้น จะเห็นได้ว่า มิได้ทรงเน้นถึงแต่ความสำคัญของความร่วมมือที่พึงเกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย แต่ยังได้ทรงแสดงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลขยายขอบเขตของความร่วมมือว่า ในการสร้างความสันติสุขถาวรนั้นความร่วมมือจะไม่จำกัดอยู่แต่ในแต่ละประเทศ แต่จะต้องขยายออกไปในระดับนานาประเทศด้วย ดังนั้น ความร่วมมือจึงหมายถึง การที่ทุกประเทศร่วมมือกันสร้างความสงบสุขให้เกิดขึ้นในโลกด้วยความเคารพและไว้วางใจซึ่งกันและกัน ดังปรากฏในพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่คณะทูตานุทูตและผู้แทนฝ่ายกงสุล ซึ่งเข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคล ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมหาราชวัง วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม พุทธศักราช 2513 มีความตอนหนึ่งว่า

“...ความร่วมมือระหว่างประเทศ ไม่ว่าใหญ่หรือน้อยโดยอาศัยความเคารพไว้วางใจและเข้าใจดีต่อกันเป็นรากฐาน ย่อมมีความสำคัญอย่างยิ่ง...”

ตลอดรัชสมัยแห่งการครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแนวพระราชดำริในการดำเนินชีวิตให้คงความเป็นคนไทยและความเป็นชาติไทยที่เกิดจากความร่วมมือในรูปแบบต่างๆ แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด พร้อมทั้งพระราชทานพระบรมราชาธิบายให้ราษฎรของพระองค์ได้เข้าถึงผลสำเร็จต่างๆ ที่พึงบังเกิดขึ้นจากความร่วมมือของคนในชาติและคนทั้งโลก อันจะทำให้สังคมไทยและสังคมโลกได้รับสันติสุข ความร่มเย็นปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้รับการแก้ไขให้ทุเลาเบาบางลงพาให้ประเทศชาติและสังคมโลกอยู่รอดปลอดภัยเกิดความผาสุกกันถ้วนหน้า ดังปรากฏในพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่ประชาชนในปีต่างๆ ดังนี้

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2505 วันที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2504 ความว่า

“...แม้จะมีอุทกภัย อัคคีภัยในท้องที่บางแห่งก่อความเสียหายและความทุกข์ยากขึ้นบ้าง แต่ภัยเหล่านี้ก็ย่อมได้รับการควบคุมให้อยู่ในขอบเขต และบรรเทาลง ถ้าท่านทั้งหลายและเจ้าหน้าที่ทุก ๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จะได้ร่วมแรงร่วมใจกันระมัดระวังกันให้มาก อนึ่ง ทางรัฐบาลก็พยายามดำเนินการเพื่อส่งเสริมความปลอดภัย และความสมบูรณ์พูนสุขของประเทศชาติ และลงมือปฏิบัติตามโครงการต่างๆ เพื่อการนี้อยู่แล้ว ถ้าท่านทั้งหลายให้ความร่วมมือในการนี้แก่ทางราชการด้วย ก็จะช่วยให้งานเหล่านี้สำเร็จเป็นผลดีแก่ประเทศชาติ...”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2502 วันที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2501 ความว่า

“...แต่ภาระในการบริหารนั้นจะประสบผลด้วยดีย่อมต้องอาศัยความรักชาติ ความซื่อสัตย์ สุจริต ความสมัครสมานกลมเกลียว ประกอบกับความร่วมมือของประชาชนพลเมืองทั่วไป...”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2541 วันที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2540 ความว่า

“...หากทุกคนจะได้ร่วมมือร่วมใจกันประพฤติตนปฏิบัติตามแนวทางแต่เก่าก่อน ก็หวังได้ว่าเราจะสามารถพาตัวพาชาติให้อยู่รอดปลอดภัย และจรรโลงสร้างเสริมความเจริญทุกอย่างให้ยิ่งมั่นคงและก้าวหน้าได้เป็นแน่นอน...”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2546 วันที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2545 ความว่า

“...เมื่อคราวน้ำท่วมใหญ่ที่คนไทยทุกคน ทุกองค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชน ต่างร่วมมือ ร่วมใจกันโดยพร้อมพรัก ทำให้ผู้ที่ได้พบเห็น แม้เป็นชาวต่างชาติต่างภาษา ก็พากันชื่นชมยกย่อง...”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2547 วันที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2546 ความว่า

“...การที่นานาประเทศเขาเชื่อถือไว้วางใจ ให้ประเทศของเราจัดการประชุมผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 11 ขึ้น ข้อนี้ต้องนับเป็นเกียรติ เป็นศักดิ์ศรีของประเทศ ทุกคนต่างก็ทราบตระหนักเป็นอย่างดี จึงยินดีร่วมมือร่วมงานกันด้วยความเต็มใจเสียสละ ทำให้งานครั้งนั้นผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อยและงดงาม...”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2549 วันที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2548 ความว่า

“...ผู้ที่ทำประโยชน์เกื้อกูลกัน ก็ควรแสดงไมตรีตอบขอบใจกัน ด้วยความรักความหวังดี ทุกคนทุกฝ่ายจะได้สามารถร่วมมือร่วมความคิดกันปฏิบัติงานของตนของชาติ ให้ดำเนินก้าวไปโดยราบรื่นและมั่นคง บรรลุถึงจุดประสงค์ตามที่มุ่งหมาย...” (สำนักคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ, 2551, หน้า 65-75)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน แนวคิดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วม



ความเห็น (0)