ทฤษฎีอารมณ์ของเจมส์-แลงค์และแคนนอน-บาร์ด (James-Lange and Cannon Bard Theory)

1. ทฤษฎีอารมณ์ของเจมส์-แลงค์ (James-Lange Theory)

เรียบเรียงโดย ดร.เมธา หริมเทพาธิป

บารอน (Baron, 1996, p. 385) ได้สรุปทฤษฎีอารมณ์ของแคนนอน-บาร์ด ไว้ว่า เจมส์ (William James) และแลงค์ (Cari Lange) เสนอทฤษฎีที่อธิบายลำดับการเกิดของอารมณ์ โดยเน้นว่าสภาพการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเป็นผลให้เกิดความรู้สึกด้านอารมณ์ตามมา บารอน (Baron, 1992, p. 385) ได้สรุปเปรียบเทียบทั้ง 2 ทฤษฎี แสดงในภาพดังต่อไปนี้

2. ทฤษฎีอารมณ์ของแคนนอน-บาร์ด (Cannon Bard Theory)

บารอน (Baron, 1996, p. 385) ได้สรุปทฤษฎีอารมณ์ของแคนนอน-บาร์ด ไว้ว่า แคนนอน (Walter B. Cannon) และบาร์ด (Phillip Bard) มีความเชื่อว่า ไฮโปทาลามัส (hypothalamus) เป็นศูนย์กลางของอารมณ์โดยสิ่งเร้ากระตุ้นอินทรีย์ที่อวัยวะรับสัมผัส (receptors) แล้วกระแสประสาทถูกส่งไปยังกลางสมองภายในที่เรียกว่า ไฮโปทาลามัส ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของอารมณ์ ส่งกระแสประสาทส่วนหนึ่งไปที่ต่อมอวัยวะภายใน (viscera) และกล้ามเนื้อภายนอก (skeletal muscles) ทำให้มีปฏิกิริยาเกิดขึ้น ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งส่งไปยังคอร์เทกซ์ (cortex) ทำให้เกิดอารมณ์ขึ้นควบคู่กันไป ซึ่งอารมณ์มิได้เกิดขึ้นหลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงสรีระ แสดงให้เห็นว่าไม่จำเป็นที่ระบบต่อมอวัยวะภายในและกล้ามเนื้อจะมีปฏิกิริยาโต้ตอบกลับไปยังคอร์เทกซ์ในสมองเพื่อกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกหรืออารมณ์ ความรู้สึกทางอารมณ์และปฏิกิริยาทางสรีระต่างก็เป็นอิสระจากกัน ทาลามัสเป็นศูนย์กลางสำคัญที่จะควบคุมอารมณ์

สรุปได้ว่า ทฤษฎีดังกล่าวนี้เชื่อว่า สมองส่วนไฮโปทาลามัสจะควบคุมอารมณ์ของสิ่งมีชีวิต โดยเมื่อมีสิ่งเร้ามากระตุ้นจะมีการส่งกระแสประสาทไปยังสมองส่วนนี้นั่นเอง

จากทฤษฎีที่กล่าวมาข้างต้นสรุปได้ว่ามีแนวความคิดที่คล้ายคลึงกัน กล่าวคือ เมื่อร่างกายได้รับการกระตุ้นจากสิ่งเร้าจะทำให้เกิดอารมณ์ขึ้น ซึ่งการตอบสนองนี้จะแตกต่างกันไปตามสภาพการณ์และประสบการณ์ของแต่ละบุคคลจะทำให้เกิดอารมณ์ ความรู้สึก และความรู้สึกนี้ก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน แนวคิดทฤษฎีทางจิตวิทยา



ความเห็น (0)