(163) สอบใจผ่าน

Ka-Poom

(163)

วันจันทร์ที่ 12 มิถุนายน

ภารกิจและกิจกรรมที่ทำในวันนี้;

ตื่นสาย สะท้อนสภาพร่างกายยังไม่ฟื้นตัวดีนัก จัดการภารกิจส่วนตัวเสร็จ เก็บกระเป๋าเตรียมตัวเดินทางไปนครนายก แม่ทำอาหารเช้าไว้ให้ทาน แต่ทานไปได้ไม่กี่คำก็อิ่ม ระลึกกับตนเองเลยว่าถ้าทานน้อยอย่างนี้จะไม่ไหวและยังต้องเดินทางหลายทอด

ภารกิจการงานช่วงเช้าช่วยงานที่คลินิกจิตเวช เสร็จเที่ยงกลับไปห้องวิจัย&HA แล้วออกเดินทางไปขึ้นเครื่องที่สนามบินอุบลราชธานี ระหว่างทางขับรถและพิจารณาลมหายใจพร้อมภาวนาไปด้วยทำให้รู้สึกถึงการได้ re-treat ตนเอง

พี่กุ้งให้ความกรุณาไปรับที่สนามบินดอนเมืองและพามาที่จังหวัดนครนายก พักเป็นเพื่อนระหว่างทางมีเรื่องราวมากมายพูดคุยกันเป็นมิตรภาพที่ดีงาม ก่อนขึ้นเครื่องที่สนามบินอุบลฯ ได้เจอพี่นางกับหมอบาส เป็นธรรมะจัดสรรให้ได้ร่วมเดินทางไปด้วยกัน พี่นางถือเป็นเพื่อนร่วมทุกข์เคียงข้างในหลายๆ เหตุการณ์ หมอบาสดูเป็นเด็กมากมีความสดใสในตัวเอง อัตตาดูน้อยมาก

บ้านพักรับรองที่ภูเขางามน่าพักและสงบ เป็นสัดส่วนแม้จะมีอุปสรรคบ้างในช่วงแรกแต่ก็ได้รับการคลี่คลายประสานงานกันได้เรียบร้อยโชคดีที่มีพี่กุ้งมาเป็นเพื่อนทำให้ไม่เคว้งจนเกินไป

ข้อปฏิบัติในชีวิต;

- สวดมนต์ทำวัตรเช้า

- เตรียมอาหารถวายพระ

- นั่งสมาธิภาวนา เดินจงกลม

- เขียนถอดบทเรียนใคร่ครวญในตนเอง

- ศึกษาธรรมะจากการฟังเทศน์

- ทำวัตรเย็น

วันนี้ไม่ได้ทำอะไรเป็นเรื่องราวเลย ได้แต่ภาวนากับการเจริญสติในชีวิตประจำวัน สังเกตตนเองคล้ายพลังภายในไม่ค่อยมี แต่ถ้าได้หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ ก็จะดูเหมือนมีพลังฟื้นกลับขึ้นมาบ้าง

การทำข้อวัตรปฏิบัติเป็นดั่งขัดเกลาตนเอง และเป็นการเสริมพลังด้านบวกให้จิตใจมีจิตตานุภาพที่เพิ่มพูน แต่อุปนิสัยส่วนตัวไม่ชอบการสวดมนต์ดังนั้นการทำสิ่งนี้จึงค่อนข้างต้องดัดตนเองอย่างมาก

สิ่งที่ได้เรียนรู้และคุณค่าที่เกิดขึ้นในชีวิต;

"ยอมรับและสงบเร็ว เรื่องบางเรื่องแม้ทำคนเดียวก็คงต้องลงมือทำ"

เหนื่อยจากการเดินทางอาจเนื่องจากมีอายุมากขึ้น ได้สัมผัสกับผู้คนซึ่งอาจมีพลังลบมากกว่าพลังบวกแต่เราต้องรักษาใจที่สงบเย็น การฝึกทำจิตภาวนาและแผ่เมตตาทุกขณะจิตดั่งพ่อแม่ครูบาอาจารย์ท่านสอน จะทำให้จิตเรานุ่มนวลและอยู่กับผู้คนรอบข้างด้วยความเข้าใจ

เห็นจิตที่มีความเบาบางในการโกรธแทบจะน้อยมากๆ เชื่อในเรื่องที่ว่าไม่มีความบังเอิญในชีวิต ทุกอย่างที่เกิดเป็นเรื่องที่เราต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจ ก่อนจะสงบเย็นสติต้องเกิด เห็นอาการของจิตใจเราว่าเกิดอะไรขึ้น จากนั้นก็ทำใจยอมรับ และที่สุดความสงบเย็นในใจจะเกิดขึ้นมาแทน แรกเริ่มอาจใช้เวลานาน ฝึกไปเรื่อยๆ จะชำนาญมากขึ้น ขอเพียงให้ฝึก

บทธรรมที่ได้ศึกษา;

การภาวนา จิตยังไม่ถึง สัปปายะจิตมันก็ลุ่มๆดอนๆอยู่นั่นแหละ

เหมือนกับไม้พาดรั้ว แล้วแต่แรงลมจะมาจากไหน ก็ไปทางนั้นตามแรงลม

อันนี้ก็เหมือนกัน เพราะหลักจิตไม่มี หลักจิตไม่มีมันก็เลยไปตามอารมณ์ที่กิดขึ้น

อารมณ์มาทางไหน ก็ไปตามมัน เอียงไปกับมัน ท่านว่าหลักสมาธิไม่มี

สมาธิ แปลว่าความตั้งมั่นไม่เอนเอียง

เหมือนหลักที่ปักไว้ ถึงลมจะมาก็ไม่เอนเอียง

จิตใจของเรามันวิ่งอยู่อย่างนั้น แล้วมันจะไปเห็นอะไร เหมือนกันกับคนเดินหรือคนวิ่ง

ถ้าคนยืนอยู่กลางแจ้งใครจะมาทางไหนก็เห็นหมด

จะมาจากทางซ้ายทางขวา อันนี้เปรียบเทียบ จิตมันไม่เห็นหลักธรรมอะไร

.

หลวงปู่ลี กุสลธโร วัดป่าภูผาแดง อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี

เทศนาธรรม เมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๓๘

#Noteเตือนตนเอง

บทธรรมของพ่อแม่ครูบาอาจารย์มาเกิดขึ้นในขณะที่เกิดสภาวะกำลังเรียนรู้เรื่องนี้ คล้ายมายืนยันและตรวจสอบสิ่งที่เราเข้าใจไม่บิดเบือน

12-06-2560


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน In Mind

คำสำคัญ (Tags)#mind#spiritual#self reflection

หมายเลขบันทึก: 629701, เขียน: 13 Jun 2017 @ 06:13, สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 2, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (1)

ยูมิ
เขียนเมื่อ 13 Jun 2017 @ 13:04

อ่านแล้ว แวบนึกถึงคนถ้ำเขาถูกตรึงไว้ที่ฝาผนังถ้ำตลอดเวลา หันหลังให้กับแสงสว่างที่ส่องเข้ามา สักครู่เขาเห็นเงาคนเดินผ่านไป เงานั้นเขานึกว่าเป็นตัวตนของคนจริงแล