​(156) พิจารณาตัวเอง

Ka-Poom

(156)

วันจันทร์ที่ 5 มิถุนายน

ภารกิจและกิจกรรมที่ทำในวันนี้;

วันนี้ตื่นนอนแบบไม่ค่อยปกติ มีอาการปวดหัวและเวียนหัวอย่างมาก รู้สึกตัวตื่นตั้งแต่ตีสาม พร้อมมีอาเจียนด้วย หลังจากอาเจียนอาการปวดหัวลดลง จึงปฏิบัติภารกิจช่วงเช้าตามปกติ และเตรียมอาหารถวายพระ พร้อมพิจารณาอาการเจ็บป่วยของตนเองไปด้วย แต่ก็ดูเหมือนอาการลดลง ได้บทสรุปเบื้องกับตนเองว่ามีภาวะร้อนเกินแน่ๆ ล่ะ และก็ร่างกายอ่อนเพลียจากการเดินทางและทำงานต่อเนื่อง แต่ที่ผิดปกติไปมากกว่านี้ยังไม่แน่ชัด

สำหรับการทำงานวันนี้ก็ยังคงทำได้ตามปกติ ช่วงเช้าไปช่วยงานที่คลินิคจิตเวช บ่ายกลับมานั่งทำงานที่ห้องวิจัย(ห้อง HA) แต่ก็ได้พิจารณาตนเองเป็นระยะ มีอาการเวียนศีรษะเล็กน้อย แต่ไม่มีปวดหัว และมีแผลที่ร้อนในในช่องปากและที่มุมปาก แน่นอนเลยว่าร่างกายมีภาวะร้อนเกิน

ตอนเย็นเข้าไปที่วัด ฟังเทศน์ธรรมะและพิจารณาน้อมกลับเข้ามาในตนเอง

ข้อปฏิบัติในชีวิต;

- สวดมนต์ทำวัตรเช้า

- เตรียมอาหารถวายพระ

- นั่งสมาธิภาวนา เดินจงกลม

- เขียนถอดบทเรียนใคร่ครวญในตนเอง

- ศึกษาธรรมะจากการฟังเทศน์

- ทำวัตรเย็น

การทำข้อวัตรปฏิบัติวันนี้ได้พิจารณาเกี่ยวกับธาตุ และการประกอบกันเป็นร่างกายจากธาตุดิน น้ำ ลมไฟ เห็นสภาวะลมเกิน ร้อนเกิน และความร้อน(ธาตุไฟ) ทำให้สภาวะต่างๆ อย่างอื่นเกิดความแปรปรวน ลมไม่ไปไม่มา ทำให้เกิดการคลั่งของทั้งความร้อนและลม

สิ่งหนึ่งที่ได้เห็นความแน่วแน่ที่มีมาตลอดในตนเองคือ การเตรียมอาหารไปที่วัด อาจด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจอยากให้แม่ได้ทำอาหารถวายพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ รวมถึงพ่อแม่ครูบาอาจารย์จึงทำให้จิตใจในการทำภารกิจนี้มีความมุ่งมั่นมั่นคง

อีกข้อปฏิบัติที่ทำมิได้ขาดคือ เรื่องศึกษาธรรมะจากการฟังเทศน์ ทำให้นึกถึงกระบวนการอย่างหนึ่งในการทำวิจัย นั่นก็คือ การทำ Literature Review การฟังเทศน์นี้ก็ดูเหมือนทบทวนแนวคิดและองค์ความรู้ต่างๆ จากพ่อแม่ครูบาอาจารย์

สิ่งที่ได้เรียนรู้และคุณค่าที่เกิดขึ้นในชีวิต;

เมื่อใดก็ตามถ้าเรามีความมั่นคงและศรัทธาในคำสอนของพ่อแม่ครูบาอาจารย์และนำแนวทางคำชี้ทางของท่านมาปฏิบัติอย่างแน่วแน่มั่นคง สิ่งที่ปรากฏในจิตใจจะเห็นเป็นพลัง และความมีปัญญาเกิดขึ้น และยิ่งกว่านั้นคือ ใจมีความสงบ สบาย มองเรื่องราวต่างๆ ด้วยความเข้าใจ ท่าทีที่มีต่อบุคคลอื่นจะมีความเป็นมิตรและนุ่มนวลมากขึ้น

เรื่องราวเปรียบเสมือนบททดสอบใจเราว่า ผ่านหรือไม่ผ่าน ใจนี้สงบเย็นหรือไม่ ถ้าสงบเย็นนั่นหมายถึงเกิดปัญญาเกิดความเข้าใจในสภาวะที่ปรากฏ

การฝึกฝนเปรียบเสมือนการเพิ่มพูนพลังจิตใจให้มีมากขึ้นและทำให้เราสามารถดำรงชีวิตและจิตใจท่ามกลางความแปรปรวนของสิ่งต่างๆ รอบตัวได้อย่างไม่ทุกข์ทรมาณ

บทธรรมที่ได้ศึกษา;

"ทุกข์เกิดขึ้นมาแล้ว ไม่อยากให้มันทุกข์ มันก็ไม่เห็นทุกข์ ไม่เห็นทุกข์ มันก็ไม่รู้จักทุกข์ ไม่รู้จักทุกข์ มันก็เอาทุกข์ออกไม่ได้ ความจริงทุกข์นี้แหละจะทำให้เราฉลาดขึ้น ทำให้เกิดปัญญา ทำให้เรารู้จักพิจารณาทุกข์ คนเป็นทุกข์ควรพิจารณาทุกข์ มิใช่ว่าหนีไม่อยากทุกข์ ทุกข์เป็นเครื่องชี้ให้เห็นว่า ตรงนี้ไม่ถูก ตรงนี้ไม่สบาย คนเราก็เหมือนกัน ทุกข์จะพาให้เราไปหาครูอาจารย์และความสงบในที่สุด..."

พระธรรมคำสอนโดย

พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภทฺโท)

วัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี

(พ.ศ.๒๔๖๑ - ๒๕๓๕)

จากหนังสือ : อุปลมณี หน้า ๑๑๙ – ๑๒๐

#Noteเตือนตนเอง

ผู้ที่จะเดินทางเข้าสู่พระนิพพานนั้น ต้องมีการเสียสละทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ว่าก่อนที่จะเข้าไปถึงซึ่งพระนิพพานนั้น ก็จำเป็นที่จะต้องสร้างความดีต่าง ๆ

.

เพื่อสะสมไว้ ให้มาก เป็นนิสสัย เป็นวาสนา เป็นบารมี เป็นกุศล มหากุศล ให้เกิดมีขึ้นแก่ใจของเรา

.

แล้วใจของเราอันนี้ก็จะได้รับการพัฒนาขึ้นตามลำดับ จนกระทั่ง สามารถกำจัดกิเลสไปได้ในที่สุด อย่างนี้เป็นต้น

.

นี่แหละเรียกว่าทาง ที่ถูกต้อง ที่จะนำพวกเราทั้งหลาย เดินทางไปสู่ที่สุดแห่งทุกข์

.

พระอาจารย์วิริยังค์ สิรินฺธโร

#Noteเตือนตนเอง

05-06-2560


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน In Mind

คำสำคัญ (Tags)#mind#spiritual#self reflection

หมายเลขบันทึก: 629408, เขียน: 06 Jun 2017 @ 20:39, สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 1, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (0)