ย้อนอดีตงิ้วราย "อุทกภัยครั้งร้ายแรง พ.ศ. 2485"

"ตลาดงิ้วราย" เคยประสบอุทกภัยครั้งร้ายแรงคราวน้ำท่วมใหญ่ทั่วประเทศ พ.ศ.2485 และครั้งล่าสุดปี2554 ในที่นี้จะเสนอเฉพาะปี2485 ผ่านงานเขียน ช.ศรีงิ้วราย

"อุทกภัยครั้งร้ายแรง พ.ศ. 2485" เรียบเรียงจากเรื่อง"อุทกภัยครั้งร้ายแรง" ในหนังสือมังกรพลัดถิ่น ของ ช.ศรีงิ้วราย เพื่อบันทึกภาพมหาอุทกภัย พ.ศ. 2485 จากความทรงจำผ่านสายอักษร ของ ช.ศรีงิ้วราย

"อุทกภัยครั้งร้ายแรง"

ช.ศรีงิ้วราย

ระหว่างที่กองทัพญี่ปุ่นเข้าเหยียบแผ่นดินสยามในปีที่ 2 ประเทศไทยต้องประสบกับอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ เมื่อปี 2485

พื้นที่เขตอำเภอนครชัยศรี ว่ากันตามปกติแล้ว ในเดือน 11 เดือน 12 ของทุกปี ซึ่งชาวบ้านเรียกกันว่าหน้าน้ำ อันเกิดจากน้ำทะเลเอ่อล้น ทำให้เรือกสวนไร่นาในพื้นที่ลุ่มช่วงตำบลงิ้วรายและที่ลุ่มอำเภอบางเลน นครชัยศรี สามพรานได้รับผลกระทบเป็นประจำทุกปี แต่อุทกภัยครั้งนี้นับว่าร้ายแรงและก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้านราษฎรอย่างมหันต์ ซึ่งไม่เคยปรากฎมาก่อน

วันนั้น เป็นวันที่ทุกคนต้องระทึก เพราะมีประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนให้ประชาชนเตรียมรับมือภัยน้ำท่วมครั้งนี้ เชียรยืนสังเกตดูน้ำที่กำลังเอ่อสูงขึ้นเรื่อยๆ อยู่ที่ริมท่าหน้าบ้านด้วยหัวใจที่พองโต เพราะเป็นปรากฎการณ์ที่ไม่เคยประสบพบเห็นมาก่อน ครั้นแล้วเขาก็ร้องตะโกนขึ้นว่า "น้ำเข้าบ้านแล้ว!" เมื่อน้ำเอ่อทะลักเข้าสู่บริเวณพื้นบ้าน ผ่านเข้าใต้ถุนบ้าน ทะลุออกทางหลังบ้านอย่างรวดเร็ว เชียรลุยน้ำไล่จับปลาที่ตามมากับกระแสน้ำอย่างสนุกมือ ระดับน้ำเริ่มสูงขึ้น เพียง 2 วันน้ำขึ้นสูงเลยหัวเข่า นาข้าวที่ใกล้จะเข้าสู่หน้าลงแขกเก็บเกี่ยวมีอันต้องจมมิดอยู่ใต้กระแสน้ำหลาก ตลาดงิ้วรายถูกกระแสน้ำโอบล้อม ร้านค้าต่างๆ ตกอยู่ในสภาพกึ่งอัมพาต ชาวบ้านเริ่มใช้เรือเล็กของตนออกเร่ขายพืชผลทางการเกษตร... ขณะที่เจ้าของร้านค้าในตลาดต้องมัวสาละวนอยู่กับการยกพื้นร้านให้สูงขึ้นและจัดเก็บสินค้าข้าวของให้อยู่พ้นน้ำ และต้องนั่งจับเจ่าอยู่แต่ในร้าน โรงเรียน(วัดงิ้วราย)ของเชียรปิดอย่างไม่มีกำหนด เส้นทางรถไฟสายใต้เริ่มติดขัดบางช่วงตอนแล้ว ขณะที่ระดับน้ำยังคงเอ่อสูงขึ้นเรื่อยๆ ชาวบ้านใกล้เคียงบางคนถึงกับต้องขนข้าวเปลือกมาฝากยุ้งบ้านเชียร

5 วันผ่านไปยังไม่ส่อเค้าว่าน้ำจะลดลงแต่อย่างใด

ความไม่สะดวกในชีวิตประจำวัน อันเกิดจากอุทกภัยในครั้งนี้เริ่มออกฤืทธิ์แล้ว ข้าวสารจะกรอกหม้อกำลังเป็นปัญหาเฉพาะหน้า ขบวนรถไฟสายใต้ต้องหยุดเดินรถเพราะหลายช่วงถูกกระแสน้ำตัดขาด...

แม้ต้องตกอยู่ภายใต้ภาวะน้ำหลากที่ร้ายแรงกว่าครั้งใดๆ แต่สำหรับชาวตำบลงิ้วรายแล้วกลับมิได้ก่อความเดือดร้อนหนักหนาสาหัสอะไรนัก กิจกรรมต่างๆ ยังคงขับเคลื่อนไปตามวิถีชีวิตของ "ชาวบ้านนอก" อย่างที่คนชาวกรุงมักจะเรียกขานกัน...

ชาวบ้านออกหาปลากันเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะนำไปปรุงเป็นอาหารกินเอง คนที่จับได้มากหน่อยก็เอาไปขายให้กับผู้คนในตลาดงิ้วราย ปรากฎว่าขายดีเหมือนเทน้ำเทท่า ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเรื่องอาหารปลาได้เยอะทีเดียว เพราะปกติชาวบ้านร้านตลาดในย่านนี้จะบริโภคปลาทูกันเป็นประจำ เข่งละ 3 สตางค์บ้าง 5 สตางค์บ้าง อย่างแพงก็ 10 สตางค์ แล้วแต่ขนาด แต่ในช่วงน้ำหลากขณะนี้ เรือกำปั่นต้องหยุดเดินเรือ สินค้าทะเลจำพวกปลาทู ปูทะเลเลยขาดตลาด หันมารับอานิสงส์จากมหาอุทกภัย สมัครใจลิ้มรสปลาน้ำจืดกันอย่างเอร็ดอร่อย

---------------------

หมายเหตุเพิ่มเติม

1.ในอดีตตลาดงิ้วรายจะมีโรงนึ่งปลาทูอยู่

2. ช.ศรีงิ้วราย เป็นศิษย์เก่าโรงเรีนวัดงิ้วราย(พินพิทยาคาร) เข้าเรียนชั้นมูล ประมาณ พ.ศ. 2481 ได้บันทึกเหตุการณ์ช่วงชุมนุมเรียกร้องดินแดนคืนจากฝรั่งเศส ในช่วง ช.ศรีงิ้วรายเรียนอยู่ชั้น ป.1



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ชุมชนงิ้วราย นครชัยศรี



ความเห็น (0)