“กล้วยสลัดงา” บ้านโคกสี ผลิตภัณฑ์กลั่นจากความรู้ของชุมชน


KM ชุมชนบ้านโคกสี

 

กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านโคกสี เป็น 1 ใน 6 เครือข่ายเศรษฐกิจชุมชน ที่ผ่านการคัดเลือกขึ้นมาเป็นกรณีศึกษาสำหรับสถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (สคส.) โดย ทีมงานศึกษาการจัดการความรู้เครือข่ายเศรษฐกิจชุมชน(คพศช.)แบบมีส่วนร่วม ดังกล่าวเนื่องจากกลุ่มนี้มีการต่อสู้กับอุปสรรคปัญหามากมายหลายด้าน ทั้งเรื่องเงินทุน เรื่องเทคนิคการผลิตที่เริ่มจากความไม่รู้และไม่เคยทำกันมาเลย แล้วทดลองและพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ จากข้าวซ้อมมือ เป็นกล้วยม้วน จากกล้วยม้วนเป็นลูกอมกล้วย จากลูกอมกล้วยเป็นกล้วยกวน จากกล้วยกวนธรรมดา เป็นกล้วยสลัดงาสินค้าขายดีของเมืองโคราช
เริ่มต้นจากการให้สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์ โดยมีการลองผิดลองถูกและทำการเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์หลายครั้ง จนกระทั่งสมาชิกในกลุ่มมีความเห็นร่วมกันที่จะนำ กล้วยน้ำว้าซึ้งเป็นผลิตภัณฑ์ที่หาง่ายในชุมชนมาทำการแปรรูป เมื่อได้ข้อสรุปดังกล่าวจึงมีการระดมเงินกันอีกครั้งเพื่อทำการซื้อเตาอบ แต่เมื่อมีเตาอบแต่ก็ยังทำไม่ได้เพราะสมาชิกยังขาดความรู้ ประสบการณ์ และทักษะในการทำ  แกนนำกับสมาชิกกลุ่มบางส่วนจึงไปอบรมเทคนิคการแปรรูปกล้วยม้วน , ศึกษาดูงานแปรรูปที่อยุธยา  อบรมเรื่องการแปรรูปกล้วยอบเนย กล้วยฉาบที่สุโขทัย อบรมการจัดการกลุ่ม การเงิน การบัญชี และอบรมเรื่องการตลาด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการให้ความรู้โดยวิทยากรจากภายนอกชุมชน  เมื่อทราบว่ามีเงินทุนช่วยเหลือจากอำเภอสมาชิกกลุ่มจึงได้ช่วยกันเขียนโครงการ เพื่อของบสนับสนุนจากกองทุนเพื่อสังคม จัดซื้อเครื่องกวนกล้วย เครื่องบดกล้วย เพื่อผลิตกล้วยกวนที่ นางเก้า ได้ไอเดียมาจากผลิตภัณฑ์กล้วยกวนที่ซื้อมาจากกรุงเทพฯ  จากนั้นก็ลองผิดลองถูก มีการบรรจุภัณฑ์เป็นรูปสามเหลี่ยมแบบขนมกาละแม และก็พอขายได้ ต่อมาก็พัฒนาบรรจุภัณฑ์เป็นแบบข้าวต้มมัดเล็กๆ ใส่ชะลอมเล็กๆ ทดลองออกขายแต่ขายไม่ดี เพราะมีราคาแพง เนื่องจากต้องต้นทุนชะลอมแพงจึงคิดหาบรรจุภัณฑ์ชนิดใหม่แทนชะลอม โดยกลุ่มได้พัฒนารูปแบบการบรรจุภัณฑ์กล้วยกวนให้มีความโดดเด่นขึ้น ด้วยการนำเอาใบตองกล้วยที่แห้งแล้วมาห่อกล้วยกวนที่โรยด้วยงา มัดเหมือนข้าวต้มเล็กๆ ประกบกัน แล้วใช้ตอกร้อยเป็นพวงๆ ที่มาของ
กล้วยสลัดงา   
ปัจจุบันกล้วยสลัดงาเป็นสินค้าที่เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก โดยทางกลุ่มจะมีการประชุมกันของสมาชิกในกลุ่มทุกเดือนเพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ จึงทำให้สมาชิกในกลุ่มมีความรู้ที่นำมาแลกเปลี่ยนกัน  และมีความรู้เกี่ยวกับการทำงานทุกด้าน
การพัฒนาศักยภาพเศรษฐกิจระดับฐานราก จะต้องเรียนรู้การพึ่งตนเองเป็นลำดับต้นกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านโคกสี แสดงให้เห็นถึงกระบวนการสร้าง และใช้ความรู้ที่มีอยู่ในตัวบุคคลและความรู้จากภายนอก มาพัฒนาศักยภาพของตนเองและกลุ่ม จนกระสบผลสำเร็จ สามารถสร้างอาชีพที่มั่นคง สร้างความอยู่ดีกินดีของสมาชิก  อีกทั้งยังกระจายผลสำเร็จนี้ออกไปยังชุมชนใกล้เคียง อันจะนำผลมาสู่สังคมที่มีสุขภาพดีต่อไป

ที่มา : www.kmi.or.th

หมายเลขบันทึก: 62717เขียนเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2006 11:24 น. ()แก้ไขเมื่อ 15 เมษายน 2012 23:27 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี