วันที่ 53 การทดลอง การเกิดลม (วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560)

วันนี้ คือวันที่ต้องเตรียมของ มาให้นักเรียนทำกิจกรรมการทดลองเยอะมาก คือต้องเตรียมประทีปเทียน เพื่อให้นักเรียนทำการทดลอง เรื่อง การเกิดลม และนักเรียนได้ปฏิบัติจริง ได้ทำการทดลองด้วยตนเอง และทีสำคัญคือการทดลองในครั้งนี้ได้รู้เลยว่าเราไม่มีสามารถควบคุมห้องเรียนได้ดี เพราะว่าการทดลองในครั้งนี้มันเกี่ยวกับไฟ มีความเสี่ยงสูงมากด้วย และมีการผิดพลาดระหว่างการทดลอง ด้วย เพราะว่าขณะทำการทดลอง ไฟไหม้กระดาษ จ้า แต่ก็สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ตลกดีคะ แต่ที่นักเรียนตื่นเต้น ก็คือตอนเห็น กระดาษหมุน ตอนที่เกิดลม และนักเรียนรู้สนุก และมีความสุข และได้ความรู้ เพราะเวลาที่ถามคำถามหลังจากจบกิจกรรมนักเรียนสามารถตอบได้ และยังมีผลสะท้อนกลับว่า ชอบกิจกรรมการทดลองแบบนี้มาก นักเรียนมีความสุข ครูก็ดีใจค่ะ


ภาพกิจกรรม การทดลองการเกิดลม



จากกิจกรรมทีได้ให้นักเรียนในการทำการทดลอง วันนี้ ก็เอาความรู้เรื่องการเกิดลมมาให้ดู เพื่อเป็นความรู้คะ ^^

การเกิดลม

ลม หมายถึง อากาศที่เคลื่อนที่ไปในทิศทางในแนวราบ เกิดจากการแทนที่ของอากาศ เนื่องจากอากาศในบริเวณที่ร้อนจะลอยตัวสูงขึ้น ในขณะที่อากาศบริเวณใกล้เคียงที่อุณหภูมิต่ำกว่าจะเคลื่อนที่เข้ามาแทนที่ เมื่อมีการเคลื่อนไหวของอากาศที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงและแตกต่างกันของความกดอากาศ อากาศบริเวณที่มีความกออากาศสูงจะเคลื่อนที่เข้ามายังบริเวณที่มีความกดอากาศต่ำ มวลอากาศที่เคลื่อนที่เราเรียกว่า"ลม"

จึงกล่าวได้ว่า ลม เกิดจากการเคลื่อนที่จากบริเวณที่มีความกดอากาศสูงไปยังบริเวณที่มีความกดอากาศต่ำนั่นเอง โดยการเคลื่อนที่ของลมจะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับความแตกต่างของความกดอากาศสูง และความกดอากาศต่ำ ถ้ามีความแตกต่างกันน้อยลมที่เกิดขึ้นจะเป็นลมเอื่อย และถ้ามีความแตกต่างกันมากจะกลายเป็นพายุได้ ดังนั้นการเกิดลม เป็นปรากฏการณ์ที่อากาศร้อนลอยตัวสูงขึ้น และอากาศเย็นเคลื่อนที่เข้ามาแทนที่ นอกจากนั้นการหมุนเวียนของลมบนโลกเป็นกลไกในการช่วยกระจายพลังงานความร้อนจากดวงอาทิตย์ ให้เฉลี่ยทั่วถึงโลก และช่วยพัดพาเอาความชุ่มชื้นจากพื้นน้ำมาสู่พื้นดินด้วย ข้อสังเกต เราพบว่าการเคลื่อนที่ของอากาศมี 2 ชนิด ด้วยกันคือ

ถ้าเคลื่อนที่ขนานไปกับผิวโลกเราเรียกว่า"ลม" (Wind) แต่ถ้าเคลื่อนที่ในแนวดิ่งเราเรียกว่า "กระแสอากาศ" (Air current) สำหรับระบบการพัดของลมบนพื้นโลกส่วนหนึ่งเกิดเนื่องมาจากการหมุนรอบตัวเองของโลกทำให้เกิดแรงที่มีผลต่อการเคลื่อนที่ของกระแสอากาศ เราเรียกแรงดังกล่าวว่า "แรงคอริออลิส" เป็นแรงที่มีการเคลื่อนที่ไปในแนวนอน มีลักษณะที่สำคัญคือแรงนี้จะหมุนทำมุมตั้งฉากกับทิศทางการเคลื่อนที่ของอากาศ ในซีกโลกเหนือ แรงเฉจะทำให้อากาศเคลื่อนที่ในแนวนอน เฉไปจากเดิมไปทางขวา และทางซีกโลกใต้ เฉไปจากเดิมทางซ้าย แรงนี้จะมีค่าสูงสุดที่ขั้วโลกทั้งสอง และมีค่าเป็นศูนย์ที่ศูนย์สูตร และค่าของแรงนี้จะเพิ่มขึ้นเมื่อละติจูดสูงขึ้น จนกระทั่งมีค่าสูงสุดเท่ากับหนึ่งหรือ 100 เปอร์เซ็นต์ที่ขั้วโลกทั้งสอง


สรุปกระบวนการเกิดลมเนื่องจากสาเหตุต่างๆแบบง่ายๆ ดังนี้

1. เนื่องจากความแตกต่าง ของอุณหภูมิสองแห่ง อากาศเมื่อได้ความร้อนจะขยายตัว อากาศร้อนจึงลอยตัวสูงขึ้น อากาศที่อุณหภูมิ ต่ำกว่าบริเวณข้างเคียง จะเคลื่อนที่เข้าแทนที่ การเคลื่อนที่ของอากาศ เนื่องจากสองแห่งมี อุณหภูมิต่างกันทำให้เกิดลม

2. เนื่องจากความแตกต่างของความกดอากาศ อากาศเมื่อได้รับความร้อนจะขยายตัว ทำให้มีความหนาแน่นลดลงและเป็นผลให้ความกดอากาศน้อยลงด้วย อากาศเย็นบริเวณใกล้เคียงซึ่งมีความหนาแน่นมากกว่า จะเกิดการเคลื่อนที่เข้ามาบริเวณที่มีความกดอากาศต่ำกว่าการเคลื่อนที่ของอากาศ เนื่องจากสองแห่งมีความกดอากาศต่างกันทำให้เกิดลม

ที่มา : http://tairgle.egat.co.th/index.php?option=com_con...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของนางสาวจิตต์พิชชา จริยา (ภาคเรียนที่ 2/2559)



ความเห็น (0)

หมายเลขบันทึก

623830

เขียน

19 Feb 2017 @ 14:51
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
อ่าน: คลิก