หากตอนนั้นฉันรู้จักกิจกรรมบำบัด

ผมได้มีโอกาสสัมภาษณ์คุณ เอ(นามสมมติ) อายุ21ปี เค้าเป็นเพื่อนสนิทของผม เค้าเคยได้รับอุบัติเหตุเนื่องจากถูกรถชน ตอนอายุ18ปี ทำให้กระดูกบริเวณปลายนิ้วก้อยแตกละเอียดจำเป็นต้องตัดนิ้วส่วนนั้นทิ้ง คุณเอได้ให้สัมภาษณ์ว่าหลังจากที่เค้าได้รับอุบัติเหตุและได้รู้ว่าตนนั้นจะต้องถูกตัดปลายนิ้วตอนนั้นเค้ารู้สึกเครียด กังวล และกลัวกับการผ่าตัดมากเพราะมันคือการผ่าตัดครั้งแรกของเค้าและรู้สึกว่าหลังผ่าตัดนั้นตนเองจะมีร่างกายที่ไม่เหมือนคนอื่น หลังผ่าตัดเค้าไม่มั่นใจในตนเอง ไม่กล้าทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น เนื่องจากเค้ารู้สึกว่าตนเองไม่เหมือนเพื่อนและไม่อยากจะเล่าหรือนึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น ทำให้มีความยากลำบากในการทำกิจกรรมในช่วงนั้นเป็นอย่างมาก แต่เมื่อเวลาผ่านไปคุณเอสามารถกลับมาร่วมทำกิจกรรมกับเพื่อน มีอารมณ์ที่สดใส ไม่เครียด ไม่กังวลได้เหมือนเดิม คุณเอได้บอกว่าการที่เค้าจะกับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้งมันไม่ง่ายเลยเพราะมันเป็นการยากที่จะทำใจในการยอมรับกับสภาพตัวเองตอนนั้น โดยคุณเอใช้วิธีการให้กำลังใจตนเอง โดยคุณเอคิดว่าการสูญเสียปลายนิ้วก้อยก็ยังดีกว่าการสูญเสียอวัยวะสำคัญหรือเสียชีวิต มีการยอมรับพยาธิสภาพของตนเอง พยายามไม่คิดถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น และได้รับกำลังใจจากคนรอบตัว ทำให้คุณเอมีชีวิตที่ดีขึ้นและกลับมาเป็นคุณเอที่เร่าเริงเหมือนเดิม

หากตอนนั้นผมได้เรียนรู้หรือรู้จักเกี่ยวกับกิจกรรมบำบัด ผมอยากจะช่วยเค้ามากกว่านี้ ในตอนนั้นผมทำได้แค่การปลอบใจและไม่พูดถึงเรื่องเหตุการณ์ครั้งนั้น แต่หากเป็นตอนนี้ ผมคงอยากกลับไปให้กำลังใจให้เค้าเห็นคุณค่า เห็นความสามารถของตนเองพาเค้ากับมาใช้ชีวิตหรือทำกิจกรรมร่วมกับคนอื่นๆให้เร็วกว่านี้ เพื่อที่จะได้กลับมาเป็นคุณเอคนเดิม

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ปี2ของฉัน



ความเห็น (0)