การจดทะเบียนสหกรณ์ และจดนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร-อาคารชุด ควบคู่กันในพื้นที่เดียวกัน สามารถพัฒนาชุมชนได้ดีกว่า และลดปัญหาการบริโภคโดยไม่จ่าย (Free-rider Problem) ได้ตรงจุด

การจดทะเบียนสหกรณ์ และจดนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร-อาคารชุด ควบคู่กันในพื้นที่เดียวกัน สามารถพัฒนาชุมชนได้ดีกว่า และลดปัญหาการบริโภคโดยไม่จ่าย (Free-rider Problem) ได้ตรงจุด

สหกรณ์จะทำหน้าที่ได้ดี และครอบคลุม เมื่อสมาชิก(เจ้าของสหกรณ์) เข้าเป็นสมาชิกสหกรณ์โดยสมัครใจ และเต็มใจรับผิดชอบในฐานะสมาชิก เมื่อเข้าเป็นสมาชิก ตามหลักการสหกรณ์สากลที่ 1

(หลักการสหกรณ์ที่ 1 : เปิดรับสมาชิกโดยสมัครใจและเปิดกว้าง สหกรณ์เป็นองค์การแห่งความสมัครใจที่เปิดรับบุคคลทั้งหลายที่สามารถใช้บริการของสหกรณ์

และเต็มใจรับผิดชอบในฐานะสมาชิกเข้าเป็นสมาชิก โดยปราศจากการกีดกันทางเพศ สังคม เชื่อชาติ การเมือง หรือศาสนา

1st Principle: Voluntary and Open MembershipCo-operatives are voluntary organisations, open to all persons able to use their services

and willing to accept the responsibilities of membership, without gender, social, racial, political or religious discrimination. ..... อ่านต่อได้ที่ : https://www.gotoknow.org/posts/520513)

ด้วยเหตุนี้ สหกรณ์ที่แท้จริงจะไม่บีบบังคับให้คนในหมู่บ้านทุกคนเข้าเป็นสมาชิกสหกรณ์ ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดปัญหาการบริโภคโดยไม่จ่าย หรือ Free rider ขึ้นจากการไม่สมัครใจ

จะเกิดปัญหา เช่น เดียวกันกับสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย หากบังคับความเป็นสหกรณ์จะมลายหายไปในทันใด อ่านรายละเอียดได้ที่ : https://www.gotoknow.org/posts/582257

เมื่อใช้วิธีบูรณาการ จดนิติบุคคลหมู่บ้าน - อาคารชุด พร้อมจดทะเบียนสหกรณ์ ก็จะขจัดปัญหา การบริโภคโดยไม่จ่าย (free rider problem)

ด้วยอำนาจของนิติบุคคลหมู่บ้าน - อาคารชุด และใช้การสหกรณ์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในหมู่บ้านไปพร้อม ๆ กัน

วิธีดังเช่นการสหกรณ์ เป็นงานพระคุณ เหมาะสำหรับใช้ในทางพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ ตามนิยามของสหกรณ์สากล

สหกรณ์เป็นองค์การอิสระของบุคคลซึ่งรวมกันด้วยความสมัครใจเพื่อสนองความต้องการอันจำเป็น และความมุ่งหมายร่วมกันทางเศรษฐกิจ สังคม

และวัฒนธรรม โดยการดำเนินวิสาหกิจที่เป็นเจ้าของร่วมกัน และควบคุม ตามแนวทางประชาธิปไตย

(Definition A co-operative is an autonomous association of persons united voluntarily to meet their common economic, social,

and cultural needs and aspirations through a jointly-owned and democratically-controlled enterprise.)

สหกรณ์ จึงไม่มีบทลงโทษ สิงที่สมาชิกสหกรณ์เกรงกลัวอย่างที่สุด คือ มวลสมาชิกให้ออกจากการเป็นสมาชิกสหกรณ์ ซึ่งในกรณีนี้ก็เท่ากับ

เป็นการเพิ่มปัญหา การบริโภคโดยไม่ยอมจ่าย (free rider problem) ในชุมชนเพิ่มขึ้นไปอีก อ่านต่อได้ที่ : https://www.gotoknow.org/posts/52051

ในทางตรงกันข้าม นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร-อาคารชุด เป็นงานพระเดช ใช้ปกครองคนในพื้นที่ มีบทลงโทษชัดเจน ดังเช่น

“ผู้ที่ค้างชำระเงินค่าบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป อาจถูกระงับการให้บริการหรือการใช้สิทธิในสาธารณูปโภค

และในกรณีที่ค้างชำระตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในที่ดินจัดสรรของผู้ค้างขำระจนกว่จะชำระให้ครบถ้วน

ทั้งนี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางกำหนด”

สิ่งนี้จะสามารถป้องกันปัญหา การบริโภคโดยไม่ยอมจ่าย (free rider problem) ในชุมชนได้ตรงจุด อ่านรายละเอียดได้ที่ : http://www.matichon.co.th/news/128244

การที่ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) (พอช.) พันธมิตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำหนดให้กลุ่มชนที่จะกู้เงินจาก พอช. ได้ต้องจดทะเบียนเป็นสหกรณ์ก่อนจึงจะให้กู้เงินนั้น

เมื่อนำหลักวิชาการสหกรณ์มาเทียบเคียงแล้วผู้เขียนเห็นว่า ไม่ครอบคลุม จะเกิดปัญหาการบริโภคโดยไม่จ่าย (free rider problem) ขึ้นตามมา

เห็นควรที่จะ จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร-อาคารชุด ขึ้นด้วยเพื่อป้องกันปัญหาการบริโภคโดยไม่จ่าย (free rider problem)

พอช. มีสถานที่ตั้งอยู่ ไม่ห่างจาก สหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น จำกัด คือห่างกัน เพียงประมาณ 300 เมตร คงจะทราบถึงผลของการใช้เงินเป็นตัวตั้งในการพัฒนา (money center) ว่าเกิดผลเช่นไร

จากกรณีสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น จำกัด เป็นตัวอย่าง ลักษณะการใช้เงินเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเกิดขึ้นตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ฉบับที่ 1 - 7

และได้เปลี่ยนแปลงเป็น การพัฒนาโดยเน้นคนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา (people center) ตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 8 เป็นต้นมา

ในปัจจุบัน แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 นั้นเน้นถึง 5 P คือ

1. People : ยุติความยากจน, ยุติความหิวโหย, สุขภาพที่ดี, การศึกษาที่มีคุณภาพ, ความเสมอภาคระหว่างเพศ

2. Planet : การจัดการน้ำและสุขาภิบาล, การผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืน, การต่อสู้ปัญหาเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน , ระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน

3. Prosperity : พลังงานสมัยใหม่ , การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุม และการมีงานที่มีคุณค่า, โครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคง , ลดความไม่เสมอภาค, เมืองและการตั้งถิ่นฐาน

4. Peace : สังคมที่สงบสุขและความยุติธรรม

5. Partnership : หุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลก

..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/611225

จึงควรแก่กาลแล้วที่ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) (พอช.) และ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะได้บูรณาการงานร่วมกันในรูปแบบ "ประชารัฐ" ทบทวนวิธีการพัฒนาชุมชน เพื่อบริการภาคประชาชนให้ได้ประโยชน์สุข และทันต่อเหตุการณ์

พีระพงศ์ วาระเสน นักวิชาการสหกรณ์ดิจิทัล
4 ธันวาคม 2559
FB_การสหกรณ์ไทย By พีระพงศ์ วาระเสน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกความคิดของ Peeraphong Varasen



ความเห็น (0)