เก็บตกวิทยากร (28) : เมื่อผู้นำนิสิตโสเหล่แนวทางการขับเคลื่อนประเด็นเชิงรุกในวิถีกิจกรรมนอกหลักสูตร

ประเด็นเชิงรุกทั้ง 5 ประเด็นมิได้ถูกกำหนดจากผู้บริหารแต่เพียงฝ่ายเดียว หากแต่นิสิตเองก็มีส่วนร่วมคิดร่วมคุยมาแล้วด้วยเช่นกัน ทั้งยังเป็นประเด็นต่อเนื่องมาจากปีการศึกษา 2558 ดังนั้นจึงนับได้ว่าไม่ใช่เรื่องใหม่เสียทั้งหมด ไม่ใช่เรื่องตกขอบยุคสมัย และไม่ใช่เรื่องที่สั่งการแบบไม่มีส่วนร่วม

ต่อเนื่องจากบันทึกที่แล้ว

ภายหลังจาก ดร.มลฤดี เชาวรัตน์ (รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต) ได้มอบนโยบายอันเป็นประเด็นเชิงรุก 5 ประเด็นต่อผู้นำองค์กรนิสิต เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็เป็นช่วงเวลาที่เหล่าบรรดาผู้นำนิสิตจะได้ตั้งวง "โสเหล่" ระดมความคิดเพื่อหารือกันว่าจะขับเคลื่อนอย่างไร


เบื้องต้น ผมและทีมงานแบ่งนิสิตออกเป็นกลุ่มต่างๆ ดังนี้ 1) กลุ่มองค์การนิสิตและสภานิสิตนิสิต 2) กลุ่มนิสิต (พรรคการเมือง) 3) กลุ่มสโมสรนิสิตคณะ ซึ่งแยกย่อยเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มวิทยาศาสตร์-สุขภาพ กลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์





โดยหลักๆ แล้ว ประเด็นการโสเหล่จะมุ่งไปยังระบบและกลไก หรือวิธีการที่จะขับเคลื่อนกิจกรรมทั้ง 5 ประเด็นให้บรรลุเป้าหมาย ซึ่งประเด็นเชิงรุกทั้ง 5 ประเด็นมิได้ถูกกำหนดจากผู้บริหารแต่เพียงฝ่ายเดียว หากแต่นิสิตเองก็มีส่วนร่วมคิดร่วมคุยมาแล้วด้วยเช่นกัน ทั้งยังเป็นประเด็นต่อเนื่องมาจากปีการศึกษา 2558 ดังนั้นจึงนับได้ว่าไม่ใช่เรื่องใหม่เสียทั้งหมด ไม่ใช่เรื่องตกขอบยุคสมัย และไม่ใช่เรื่องที่สั่งการแบบไม่มีส่วนร่วม


ประเด็นทั้ง 5 ประเด็นประกอบด้วย 1) เรื่องคุณธรรมจริยธรรม 2) สิ่งแวดล้อม 3) ภาษาและอาเซียน 4) วิถีวัฒนธรรมไทย 5) การต่อต้านสิ่งเสพติดและการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์

ทั้ง 5 ประเด็นองค์กรนิสิตทุกองค์กรจะได้รับการจัดสรรงบประมาณอย่างเท่าเทียมกันเพื่อให้มีต้นทุนในการขับเคลื่อนอย่างเสมอภาค นี่คือครรลอง หรือวัฒนธรรมขององค์กรนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคามที่ดำเนินการสืบเนื่องมาหลายปี ประหนึ่งแบ่งปันประสาพี่น้อง มิใช่การจัดสรรงบประมาณตามรายหัว –







รูปแบบขับเคลื่อน 5 ประเด็นเชิงรุก


ทั้งนี้ทั้งนั้นในทางรูปแบบการขับเคลื่อน องค์กรนิสิต มีมุมมองที่เหมือนและต่างตามเหตุตามผลของเขาเอง พอจะสรุปโดยสังเขปได้ 3 รูปแบบดังนี้

  • รูปแบบที่ 1 : 5 ประเด็น 5 โครงการ : กล่าวคือ จัดแยกเป็นรายโครงการ (5 โครงการ) และบูรณาการเข้าสู่แผนงานต่างๆตลอดปีการศึกษา เพื่อก่อให้เกิดความตื่นตัวอย่างต่อเนื่อง สู่พลังของการเปลี่ยนแปลง ครอบคลุมการถึงบูรณาการเข้ากับกิจกรรมหลักอันเป็นประเพณีระหว่างคณะ ซึ่งรูปแบบนี้เป็นรูปแบบเดิมที่เคยดำเนินการในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา
  • รูปแบบที่ 2 : พุ่งเป้า 2 ประเด็นหลัก : กล่าวคือกำหนดให้ด้านคุณธรรมฯและสิ่งแวดล้อม (การจัดการขยะในมหาวิทยาลัย) เป็นประเด็นหลัก ส่วนอีก 3 ประเด็นขับเคลื่อนด้วยการบูรณาการเชิงรุกเข้าสู่แผนงานประจำตลอดปีการศึกษา
  • รูปแบบที่ 3 : 5 In 1 : กล่าวคือจัดเป็นค่ายบูรณาการ (สหกิจกรรม : บูรณาการศาสตร์) มุ่งสู่การจัดค่ายอาสาบูรณาการ 5 ประเด็นสู่การบริการสังคมและกึ่งการบริการวิชาการแก่สังคม โดยเน้นการทำงานร่วม หรือบูรณาการศาสตร์ขององค์กรนิสิต โดยใช้ชุมชนนอกมหาวิทยาลัยเป็นฐานการเรียนรู้





บทบาทขององค์กรนิสิตกับการขับเคลื่อน 5 ประเด็นเชิงรุก

  • สภานิสิต : เน้นการทำหน้าที่องค์กรกลางกำกับติดตาม หนุนเสริมและประเมินผล
  • สโมสรนิสิตคณะ : เป็นองค์กรหลักในการขับเคลื่อน 5 ประเด็นเชิงรุก
  • องค์การนิสิต : เน้นการบูรณาการ 5 ประเด็นเชิงรุกสู่แผนงานประจำ
  • กลุ่มนิสิต : เน้นการขับเคลื่อนเรื่องสิ่งแวดล้อม (การจัดการขยะในมหาวิทยาลัย)





กระบวนการขับเคลื่อน (สภานิสิต เป็นเจ้าภาพหลัก)

1) ระยะต้นน้ำ

  • เวทีการหนุนเสริมการพัฒนาโจทย์ / ติดอาวุธทางความคิด
  • เวทีการกลั่นกรองโครงการโดยสภานิสิต กำหนดแผน/ปฏิทินที่เป็นรูปธรรมร่วมกันในทุกองค์กร

2) ระยะกลางน้ำ

  • การเปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้/ถอดบทเรียน/ติดตามความคืบหน้าโดยการเยี่ยมเยียนรายองค์กร เพื่อให้เห็นสถานการณ์จริงของความสำเร็จและปัญหาอุปสรรค
  • การเปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้/ถอดบทเรียน/ติดตามความคืบหน้าโดยจัดเวทีเรียนรู้ร่วมกันในภาพรวมทุกองค์กร เพื่อให้เห็นองค์รวมของการดำเนินงานในระดับสถานบัน

3) ระยะปลายน้ำ

  • จัดเวทีมหกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อสะท้อนผลการดำเนินงาน




ทั้งปวงนั้น เป็นข้อมูลเบื้องต้นอันเกิดจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของบรรดาผู้นำองค์กรนิสิต ซึ่งไม่มีผิดไม่มีถูก แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ได้กำหนดทิศทาง หรือวิธีการบางอย่างด้วยตัวของเขาเอง

  • เป็นการกำหนดบนฐานข้อมูล ผ่านกระบวนการวิเคราะห์สังเคราะห์จากชุดความรู้เดิม มิใช่ขบคิดใคร่ครวญโดยปราศจากข้อมูลใดๆ
  • ทั้งยังเป็นการคิดและทบทวนสู่มติอย่างมีส่วนร่วม หาใช่คิดคนเดียว และตัดสินใจเพียงคนเดียว
  • ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับว่าจะนำเอามติเหล่านี้ไปออกแบบเป็นกิจกรรมและแนวปฏิบัติที่ดีและชัดเจนในวิถีกิจกรรมนอกหลักสูตร (กิจกรรมเสริมหลักสูตร) ได้แค่ไหน
  • ซึ่งตรงนั้นยังต้องให้เวลากับพวกเขา รวมถึงยังต้องใช้เวลาติดตามหนุนเสริมกันยกใหญ่ๆ -






เหนือสิ่งอื่นใด (ข้อเสนอแนะจากกระบวนกร)

อย่างไรก็ดีในฐานะที่ผมทำหน้าที่เป็นวิทยากร หรือกระบวนกรหลักในครั้งนี้ ผมถือโอกาสสรุปรวมในตอนท้ายถึงสิ่งที่ผู้นำนิสิตได้สะท้อนออกมา รวมถึงการฝากประเด็นให้ผู้นำองค์กรนิสิตได้ทำการขบคิดต่อในเชิงข้อเสนอแนะโดยสังเขป ดังนี้

  • ทำแบบมี “ราก” (คนมีราก) : กล่าวคือ ทุกๆ กิจกรรมควรให้ยึดโยงกับหมุดหมายของการพัฒนานิสิตในระดับมหาวิทยาลัย หรือสอดรับกับหมุดหมายการพัฒนานิสิตในระดับต้นสังกัด อันหมายถึง คณะ และปรัชญาองค์กรของแต่ละองค์กร
  • หว่านพืชหวังผล (หยั่งรากสู่วัฒนธรรมองค์กร) : ระดับคณะอาจสร้างกลไกใหม่ในการทำงาน เช่น มอบหมายให้นิสิตชั้นปีที่ 1 ดำเนินการ เสมือนการรับน้องสร้างสรรค์ตลอดปีการศึกษา สู่การหลอมรวมในมิติ MSU FOR ALL และต้องไม่ทำในแบบ “ตูมเดียว” แต่ต้องขับเคลื่อนในแบบ “ฮีต 12 คองกิจกรรม” (ฮีต 12 คองนิสิต) อันหมายถึงขับเคลื่อนเป็นระยะๆ เสมอเหมือนเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิต หรือฤดูกาลของชีวิต
  • ทำงานแบบคนบ้านเดียวกัน : สร้างโครงข่ายการทำงานร่วม มิใช่แยกส่วนตัดขาดจากกัน มีปฏิทินการทำงานของทุกองค์กร เพื่อนำไปสู่การหนุนเสริมกัน หรือการบูรณาการร่วมกัน



  • สร้างกลไกสร้างภาคีเจ้าภาพในระดับคณะ : แบ่งภาระความรับผิดชอบรายชั้นปีขับเคลื่อนเชิงประเด็น หรือการหนุนเสริมให้ชมรมในสังกัดเป็นผู้ดำเนินการร่วมกัน
  • ชมรมนำร่อง : องค์การนิสิตหนุนเสริมงบประมาณให้ชมรมที่สนใจได้ขับเคลื่อนร่วมกับกลุ่มนิสิต
  • สร้างสื่อนวัตกรรมความคิดนิสิต มมส : ผลิตชุดความรู้ โดยการถอดบทเรียนเพื่อการสื่อสารสร้างพลัง หรือการสื่อสารสาธารณะอย่างมีพลัง เช่น คลิป โปสเตอร์ นิทรรศการ เรื่องเล่าเร้าพลัง ภาพถ่ายเร้าพลัง ละครเร่ ละครเวที ละครเพลง –เพลง
  • สร้างพื้นที่ไอทีแบบพี่น้อง : สร้างคลังความรู้ หรือสารสนเทศร่วมกัน เพื่อสื่อสารสร้างสัมพันธ์ระหว่างคนทำงาน (คนหน้างาน ผู้ร่วมชะตากรรม) การเผยแพร่ข่าวสารความเคลื่อนไหวการทำงาน และเชื่อมโยงชุดความรู้จากโลกภายนอกเข้าสู่การเรียนรู้ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์
  • คนต้นแบบ คณะต้นแบบ : ประเมินผลความสำเร็จเชิงต้นแบบในแต่ละประเด็น มีการเชิดชู หนุนเสริมความดีเป็นรางวัลแก่บุคคล หรือคณะที่ประสบความสำเร็จในเชิงประเด็น เพื่อเป็นกรณีศึกษา



ครับ-ไม่มีผิดไม่มีถูก คงต้องรอให้แต่ละองค์กรได้ลงมือปฏิบัติจริงเสียก่อน แล้วค่อยมาสรุปกันอีกทีว่าเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ๆ ขอเพียงพวกเขานำพาหลักคิดในวันนี้ไปสู่การปฏิบัติจริง ผมว่าอย่างน้อยที่สุดก็ไม่สูญเปล่าอย่างแน่นอน ---




ภาพ : นิสิตจิตอาสา / งานประชาสัมพันธ์และสารสนเทศนสิต กองกิจการนิสิต มมส
เขียน : 26 ตุลาคม 2559
อาคารพัฒนานิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin



ความเห็น (2)

-สวัสดีครับอาจารย์ฺ

-ชอบใจ"ประเด็นการโสเหล่"ครับ

-ขอบคุณครับ


เขียนเมื่อ 

ครับ อ.เพชรน้ำหนึ่ง

กระบวนการนี้ เน้นให้นิสิตได้กำหนดกระบวนการไปสู่จุดหมายด้วยตนเองและกหนดแบบมีส่วนร่วมขององค์กรนิสิต ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ แน่นอนครับ วิธีการของ 25 องค์กรอาจแตกต่างกันไปบ้าง แต่ที่แน่ๆ ปลายทางเดียวกันอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะกระบวนการ วิธีการจะอยู่บนความรู้และวัฒนธรมของแต่ละองค์กรนั่นเอง


ผมก็ลุ้นครับว่า พวกเขาจะเดินต่ออย่างไร และต้องหนุนเสริมอะไรต่อพวกเขาบ้าง-