บันทึกเช้าวันที่ ๑๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๙ ห้าพรรษาของการรักษาศีล๘

Ka-Poom
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

บันทึกวันที่ ๑๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๙ ห้าพรรษาของการรักษาศีล๘

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการเข้าพรรษา...

เชื่อว่าคนไทยทุกคนยังเต็มไปด้วยโสกะ ปริเทวะ ทุกขะ อุปายาส...(ความโศกเศร้า...ความร่ำไรรำพัน ความไม่สบายกายไม่สบายใจ ความคับแค้นใจ)...อันเป็นสิ่งที่โอบอุ้มในดวงจิต

"สติ" ... ที่องค์พ่อแม่ครูบาอาจารย์องค์หลวงปู่ท่านชี้นำเมื่อวาน ทำให้มีความแน่วแน่ตั้งใจในเจตจำนงค์ ...แม้ไม่เอื้อยเอ่ยบอกเล่าต่อใคร แต่ในใจรับรู้และตั้งมั่นในตนเอง เป็นอธิษฐานบารมี แม้มีอุปสรรคหรือสิ่งขวางกั้น สิ่งที่ทำให้ผ่านมาได้เหมือนผ่านมาแล้วในสิบปีที่ผ่านมา และเข้มข้นในห้าปีหลังที่รักษาศีลแปดพร้อมแต่งชุดขาวและโกนผมมาทำงาน คือ ความอดทน...

การอยู่ท่ามกลางและหมู่คนมากมาย...

สิ่งที่ได้ฝึกกับตนเองคือ ความอดทน และสิ่งที่ตามมาคือ การทำความเข้าใจความเป็นจริงในธรรมชาติ

เช้านี้...

อากาศเย็น ความเย็นมีตั้งแต่เมื่อคืนนี้ ที่วัดเวลาหน้าหนาวจะมีทั้งความหนาวบวกกับความเย็นมากกว่าที่อื่นๆ อาจเป็นเพราะมีแหล่งน้ำและต้นไม้

ในพรรษาปนี้ ข้าพเจ้าตั้งจิตอธิษฐาน ทำโรงทาน ๔ ครั้งในงานสังฆทานสัญจร และงานกฐินตามปกติ รวมเป็น ๕ ครั้ง

สามเดือนตลอดพรรษา ... ได้ทำในเจตจำนงค์ที่ได้อธิษฐานจิตไว้ และเกินความคาดหมาย คือ..

- ได้ทำโรงทานต้นกล้าศีลธรรม วัดป่าหนองไคร้ ทั้งสิ้น ๖ ครั้งและรวมงานกฐินอีก ๑ ครั้ง รวมทั้งสิ้น ๗ ครั้ง ซึ่งเกินความคาดหมายที่ได้ตั้งใจไว้ ตั้งต้นโรงทาน ๓๐,๐๐๐ บาทและมีกัลยาณมิตร แม่ออกชาวบ้านมาร่วมต่อยอด มีติ๋วและนีมาช่วยทำหน้าที่เป็นสะพานบุญ มีแม่ตึ่งและเครือญาติพร้อมชาวบ้านที่รักใคร่กันมาช่วย การทำโรงทานต้นกล้าฯ นี้น้อมถวายแด่พระรัตนตรัยและองค์พ่อแม่ครูบาอาจารย์หลวงปู่ประสาร สุมโน

- การรับเป็นเจ้าภาพถวายปานะ ทุกวันพระที่พระท่านลงอุโบสถ... ซึ่งหนึ่งเดือนมี ๒ ครั้งตลอดช่วงเข้าพรรษานี้ มีพระภิกษุทั้งสิ้น ๔๐ รูปอาจมากหรือน้อยกว่านี้ ๑-๒ รูป...ในบางครั้ง มีครอบครัวแม่กุล-พ่อพลช่วยเป็นสะพานบุญให้

และปีนี้เป็นพรรษาที่ ๕ ของการรักษาศีล๘ และโกนผมนับจากวันที่บวชและต่อเนื่องมาในวิถีชีวิตประจำวัน... ไปทำงานตามปกติ แต่ไม่ละเมิดศีลแปดข้อ

หรืออาจมีการถูกล่วงเกินจากบุคคลอื่น ก็ได้ฝึกใจตนเองให้เบาบางลงจากความขัดเคืองใจ และอดทนต่อการถูกล่วงเกินต่างๆ บอกกับตนเองว่า เขาไม่รู้...ถ้าเขารู้เรื่องศีลหรือเข้าใจเรื่องศีล...เขาจะไม่ล่วงเกินเรา คนที่เข้าใจในเรื่องศีลจะมีความระงับกิเลสตนเองได้ในเบื้องต้น มีสติและปัญญาที่จะไม่ก้าวล่วง...อันเป็นการทำทั้งกายและวาจา อบรมใจตนเองว่า "ให้อดทน"

การที่พ่อแม่ครูบาอาจารย์ท่านให้ฝึกฝนเช่นนี้ ...

มันทำให้จิตใจได้รับการขัดเกลาจากกิเลสได้มาก จากความโกรธ ความไม่พอใจก็เบาบางลง...เพราะเป็นการดำเนินชีวิตตามกระแส...

การนั่งอยู่ท่ามกลางคนนั่งทานข้าว ...ก็ได้ฝึกตนเอง จนคุ้นชินและไม่หิวตาม(๕ พรรษา ปีที่ ๖ ผ่านมาได้...)

การเฉียดฉิว ... ผ่านเข้าไปในบริเวณที่มีการฟังเพลง หรือมหรสพ ... ได้ฝึกใจตนเองไม่ให้เพลิดเพลิน...

การถูกล่วงเกินทางวาจาจากบุคคลอื่น...ทำให้ได้เห็นใจตนเองที่คล้อยเคลื่อนไปตามกิเลส และระงับมันไว้ได้ทัน ไม่งั้นก็คงจะมีพฤติกรรมไม่ต่างจากบุคคลนั้นๆ...

การแต่งตัวไม่เหมือนคนอื่น...

ก็ทำให้ได้เห็นใจตนเองว่ามั่นคงหรือหวั่นไหว และเรามีสติระวังตัวแค่ไหน เพราะบางครั้งก็มีคนพยายามดึงเราเข้าไปในกระแสของโลกธรรมแปดอยู่บ่อยๆ...ถ้าไม่ระวังตัวก็คงหลงไป จนไปตกอยู่สถานที่ที่ไม่เหมาะสมอันควร...การได้ตั้งสัจจะไว้กับพ่อแม่ครูบาอาจารย์พระอริยสงฆ์ ทำให้เรายึดมั่นในสัจจะ และเกิดหิริโอตะปะ มากกว่าหวั่นไหวไปตามคำพูดและสิ่งแวดล้อม

สิ่งที่ปฏิบัติได้เรื่อยมา...ตลอดคือ การมาจำศีล กินทาน ประหารกิเลสที่วัดทุกวันเสาร์-อาทิตย์หรือทุกวันหยุด ต่อเนื่องมาเป็นเวลา ๘ ปี...(นับจากครั้งแรกที่มาวัดป่าหนองไคร้)

ย้อนมองและทบทวนตนเอง...

เวลาผ่านไปเร็วมาก คล้ายกับว่าเพิ่งได้ฝึกทำไม่กี่วันนี่เอง และเมื่อนับระยะเวลาก็มากพอ ๕ พรรษา(ปีที่ ๖)--(นับจากวันที่โกนผม-นุ่งขาว)

สิ่งที่แปรเปลี่ยนกับตนเอง คือ ความเป็นธรรมดา ธรรมดามากจนบางครั้งมีคนมาชวนไปในที่อโคจร งานเลี้ยงสังสรรค์ หรือมีคนมาใช้ทำนั่นนี่ซึ่งเป็นเมื่อก่อนจะทักท้วงเขา แต่ทุกวันนี้ไม่ทักท้วงก็ทำตาม เพราะบางครั้งเคยเห็นคนล่วงเกินหลวงปู่ ... ใช้ท่าน ขอน้ำจากท่านดื่มบ้าง ท่านก็เมตตาลุกไปเอามาให้ ... ซึ่งต่อมาคนๆ นั้นก็มาเป็นผู้ป่วยจิตเวช...

ได้คิดในเรื่องว่า... เราทุกคนก็ต่างมีวิบากกรรมเป็นของตนเอง ขึ้นกับว่าใครจะตระหนักรู้หรือไม่ ดวงใจทุกดวงเต็มไปด้วยกิเลสครอบงำ เบาบางหรือมากน้อยแตกต่างกันไป ... คนทั่วไปจะมองไม่เห็นกิเลสตัวละเอียดในจิตตนเอง ...จะแตกต่างจากคนเริ่มเข้ากระแสทางแห่งมรรคแปด...

เมื่อทบทวนกับตนเอง...

ก็ได้อธิษฐานจิตกับตนเองว่า ...ขอให้รอดพ้นบ่วงมารและกิเลสตัณหา ก้าวสู่สภาวะธรรมอันละเอียดยิ่งๆ ขึ้นไปด้วยเทอญ...

ด้วยดวงจิตที่นอบน้อม...


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน In Mind



ความเห็น (0)