​ปรากฎการณ์ยูโทรฟิเคชั่น

เรื่อง ปรากฎการณ์ยูโทรฟิเคชั่น


ยูโทรฟิเคชั่น (Eutrophication) เป็นหนึ่งในผลจากภาวะโลกร้อน ซึ่งส่งผลต่อระบบนิเวศในน้ำอย่างมาก กล่าวคือ ปริมาณน้ำและอาณาเขตของแหล่งน้ำลดลง ส่งผลให้ความเข้มข้นของธาตุอาหารมากขึ้น เช่น ไนโตรเจนและฟอสฟอรัสสูงขึ้น ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ยูโทรฟิเคชั่น คือ การที่แหล่งน้ำสะสมธาตุอาหารที่กระตุ้นให้พืชบางประเภท เช่น สาหร่ายและวัชพืชในน้ำเจริญมากกว่าปกติ ดังนั้นเมื่อพืชเหล่านี้ได้รับธาตุอาหารดังกล่าวก็ทำให้มีพืชปกคลุมทั่วบริเวณหน้าน้ำ ทำให้น้ำเน่าเสีย ออกซิเจนในน้ำมีน้อย แสงลงไม่ถึงข้างล่าง ทำให้พืชบางชนิดเติบโตไม่ได้ ส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อชุมชนริมน้ำและระบบนิเวศ การเกิดยูโทรฟิเคชั่นในแหล่งน้ำ ที่ปราศจากการปนเปื้อนของมลพิษจะเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ ในธรรมชาติ แต่ถ้าเกิดขึ้นในแหล่งน้ำที่ได้รับการปนเปื้อนจากสารอินทรีย์และธาตุอาหาร จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และเป็นเหตุให้มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของจุลินทรีย์บางชนิด จนเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "กระแสน้ำแดง” ในทะเลและทะเลสาบ ซึ่งจะสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน กระแสน้ำแดงนี้เกิดจากการเจริญเติบโตของแพลงตอนบางชนิดอย่างรวดเร็ว และทำให้สีของน้ำเปลี่ยนไปด้วย มีปัจจัยหลายชนิดที่บ่งบอกว่าเกิดปรากฏการณ์ยูโทฟิเคชั่น เช่น สีของน้ำ ความขุ่น ค่าซีโอดี ค่าบีโอดี ค่าออกซิเจนละลายน้ำ เป็นต้น นอกจากนี้ สารที่ผู้ผลิตนิยมใช้กันมากที่สุดในผงซักฟอก ก็คือ โซเดียมไทรโพลิฟอสเฟต เพื่อลดความกระด้างของน้ำ ทำให้ผงซักฟอกทำงานดีขึ้น และเป็นตัวกันสิ่งสกปรกที่หลุดออกไม่ให้กลับมาที่ผ้าอีก แต่สารนี้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยทำให้เกิดปรากฏการณ์ ยูโทรฟิเคชั่น คือในผงซักฟอกมีฟอสเฟต ซึ่งเป็นอาหารของพืช เมื่อฟอสเฟตจากสารซักฟอกถูกชะล้างลงไปตามท่อ ลงไปสะสมในแม่น้ำลำคลอง ฟอสเฟตจะช่วยให้สาหร่ายและพืชชั้นต่ำเติบโตอย่างรวดเร็ว และอาศัยออกซิเจนอยู่ไปจนสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ ด้วยเหตุนี้ นักวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี นำโดย ดร.พงศ์เทพ สุวรรณวารี และนางสาวกลิ่นสุคนธ์ สุวรรณรัตน์ จึงทำการศึกษามลพิษทางน้ำที่เกิดขึ้น เนื่องจากปรากฏยูโทรฟิเคชั่น โดยได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. และเลือกลุ่มน้ำลำตะคองเป็นแหล่งศึกษาวิจัย เพราะในปี ๒๕๔๑ เคยเกิดปรากฏการณ์ยูโทรฟิเคชั่น ขึ้นบริเวณอ่างเก็บน้ำลำตะคอง ทำให้สาหร่ายสีน้ำเงินแกมเขียวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำและน้ำดิบที่ใช้ในการผลิตน้ำประปา จากการศึกษาวิจัยพบว่า น้ำในบริเวณที่ทำการศึกษามีคุณภาพอยู่ในระดับปานกลางถึงเสีย และสาเหตุที่ทำให้น้ำเสียส่วนใหญ่เกิดจากน้ำทิ้งในแหล่งชุมชน และพบปรากฎการณ์ยูโทรฟิเคชั่นเป็นระยะในบริเวณลุ่มน้ำ จึงต้องกำหนดมาตรการป้องกันทั้งระยะสั้นและระยะยาว ได้แก่ การควบคุมและบำบัดน้ำทิ้ง การเฝ้าระวังคุณภาพแหล่งน้ำ การใช้มาตรการทางกฎหมาย การสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย การลดปริมาณการใช้สารเคมี การสร้างความตระหนัก และการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการคุณภาพแหล่งน้ำ เพื่อให้สภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นต่อไป

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กัญจน์พร 00517



ความเห็น (0)