ฮอนด้าเป็นบริษัทเดียวในประเทศญี่ปุ่น ที่ลงแข่งขันรถสูตร 1 ต่อเนื่องรวม 17 ครั้ง และสามารถเก็บชัยชนะเป็นแชมป์โลกรถฟอร์มูล่าวัน ในปี 1986

ฮอนด้าเป็นบริษัทเดียวในประเทศญี่ปุ่น ที่ลงแข่งขันต่อเนื่องตลอดปี และชนะเป็นแชมป์ F - 1 แชมป์โลก ตอนนี้เพื่อเฉลิมฉลองความรุ่งโรจน์ ก็จะส่งมอบ Accord 2.0Si สเปคพิเศษรถ F - 1 เทคโนโลยีเต็มรูปแบบของอุปกรณ์พิเศษ กับ HONDA DOHC ที่ให้กำเนิด มันเป็นเพียงหนึ่งเดียวที่จะบอกหัวใจที่รุ่มร้อน และร้อนแรงของรถสูตร 1 ของฮอนด้า

การแข่งขัน ฟอร์มูล่าวันชิงแชมป์โลกเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 1950 โดยเกิดจากการรวบรวมการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตรายการใหญ่ (Grand Prix) เข้าไว้ด้วยกัน การแข่งขันฟอร์มูล่าวันกรังด์ปรีซ์เกิดขึ้นครั้งแรกที่สนามซิลเวอร์สโตน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม1950ซึ่งจวบจนวันนี้ฟอร์มูล่าวันแข่งขันกันมาแล้วมากกว่า900ครั้ง แชมป์โลกคนแรกของฟอร์มูล่าวันคือ จูเซปเป้ ฟาริน่า ส่วนทีมแชมป์โลกทีมแรกได้แก่ทีมแวนวอลล์ ตำแหน่งแชมป์โลกประเภททีมมอบให้ในปี 1958 เป็นปีแรก สำหรับนักขับที่ครองแชมป์โลกจำนวนมากที่สุดคือ มิชาเอล ชูมัคเกอร์ ซึ่งคว้าแชมป์โลกทั้งสิ้น 7 สมัย ในปี 1994-1995 และ 2000-2004 เขายังถือสถิติเป็นผู้ชนะการแข่งขันมากที่สุดจำนวน 91 สนาม โดยเฟอร์รารี่เป็นทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดด้วยจำนวนแชมป์โลก 16สมัยจากชัยชนะทั้งสิ้น221ครั้ง
เริ่มต้นในยุคหลังสงครามโลก เครื่องยนต์เป็นแบบ 4.5 ลิตร และเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ต่อมาในปี 1954-1960 ความจุกระบอกสูบของเครื่องยนต์ได้ถูกลดลงราวๆ ครึ่งหนึ่ง ด้วยเหตุผลทางด้านความปลอดภัย โดยเครื่องยนต์ 4.5 ลิตร ถูกลดลงเหลือ 2.5 ลิตร และปี 1961 เครื่องยนต์ถูกลดขนาดลงเหลือ1.5ลิตรนอกจากนั้นยังเป็นครั้งแรกที่ทุกทีมย้ายเครื่องยนต์จากหน้ารถมาอยู่ที่ส่วนกลางตัวรถ อย่างไรก็ตาม 5 ปีหลังจากนั้นกำลังเครื่องยนต์ได้ถูกเพิ่มขึ้น 1966-1968 เป็นเวลากว่า 20 ปีที่ เป็นยุครุ่งเรืองของเครื่องยนต์ซึ่งแรง เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร และเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร นอกจากนั้นยังมีเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร จากค่าย BRM และเครื่องยนต์ V8 จากค่าย Coventry-Climax มาร่วมแจม ในภายหลังในปี 1977 Renault ได้ริเริ่มนำเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบเข้ามาใช้ ด้วยแรงม้าที่ถูกผลิตออกมา 500 – 900 แรงม้าในระหว่างการแข่งขัน และสามารถรีดแรงม้าได้ถึง 1,500 แรงม้าในระหว่างการควอลิฟายเลยทีเดียว


1987-1988 ยุคนี้เป็นยุคที่ Honda เริ่มมีบทบาทสำคัญในวงการเมื่อเครื่องยนต์นี้สามารถส่งให้ Nelson Piquet จากทีม Williams คว้าแชมป์สมัยที่ 3 ของตัวเองในปี 1987 และฉลองความยิ่งใหญ่ร่วมกับ McLaren ในปีถัดมา เมื่อพวกเขาร่วมกันโกยแชมป์สนามไปถึง 15 จากทั้งหมด 16 สนาม และยังคงเป็นสถิติเปอร์เซ็นต์การเก็บชัยชนะที่ดีที่สุดมาจนถึงปัจจุบัน และต่อมา เทอร์โบได้ถูกแบนตั้งแต่ปี 1989 เป็นต้นมา เหลือเพียงแต่เครื่องยนต์ 3.5 ลิตรและก็ยังคงเป็นยุคที่ Honda ครองความยิ่งใหญ่อย่างต่อเนื่อง 1995-2005 เป็นยุคที่ใช้เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร V10 Renaultได้กลับมายึดครองความยิ่งใหญ่คืนจาก Honda จนกระทั่งถึงปี 1998 เมื่อ McLaren ผนึกกำลังกับเครื่องยนต์ Mercedes และช่วยให้ Mika Hakkinen คว้าแชมป์ 2 สมัยในปี 1998 และ 1999

ทางด้าน Ferrari เปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ V10 พวกเขายอมแลกความเสถียรของตัวเครื่องกับพละกำลังที่หายไป ซึ่งช่วงแรกพวกเขาไม่สามารถสู้กับ Mercedes ได้แต่หลังจากปี 2000 พวกเขาพัฒนาเครื่องยนต์ขึ้นมามากและขจัดปัญหาทั้งพละกำลังและความเสถียรไปได้ ทางด้าน BMW ได้เริ่มเข้ามามีบทบาทในช่วงนี้ โดยพวกเขาสนับสนุนเครื่องยนต์ให้กับทีม Williams ในช่วงแรกนั้นเครื่องยนต์ของพวกเขาเสถียรมาก แต่ก็ด้อยกว่าทั้ง Ferrari และ Mercedes ในด้านพละกำลัง ในปี 2001 พวกเขาพัฒนาเครื่องยนต์ขึ้นใหม่ และสามารถรันรอบเครื่องได้สูงถึง 17,810 rpm น่าเสียดายที่เครื่องตัวนี้กลับมีจุดอ่อนในเรื่องของความเสถียรดังจะเห็นได้จากการระเบิดในหลายๆสนาม

ในปี 2002 BMW เป็นเครื่องยนต์แรกที่สามารถก้าวข้ามผ่านกำแพง 19,000 rpm ขึ้นไปได้ และยิ่งน่าประทับใจเมื่อพวกเขาไต่ระดับได้ถึง 19,200 rpm ในปี 2003 พร้อมกันนั้นเครื่องยนต์พวกเขายังสามารถรีดแรงม้าได้เกิน 900 แรงม้า รวมทั้งน้ำหนักเครื่องก็ลดลงเหลือเพียง 91 กิโลกรัม 2006-2013 เครื่องยนต์ได้ถูกลดขนาดความจุลงอีกครั้ง เป็นเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร V8 จุดประสงค์เพื่อต้องการลดกำลังเครื่องยนต์จากเครื่อง V10 ลงประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์

ในปี 2007 FIA ได้เริ่มการจำกัดการพัฒนาเครื่องยนต์ เพื่อลดงบประมาณในการทำทีมแต่ละทีมลง เครื่องยนต์ได้ถูกจำกัดรอบเครื่องเหลือ 19,000 rpm และเหลือ 18,000 rpm ในปี 2009 นอกจากนั้นแต่ละทีมจะสามารถใช้เครื่องยนต์ได้ไม่เกิน 8 เครื่องต่อ 1 ฤดูกาลเท่านั้น

ซึ่งสิ่งนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ Honda ได้ประกาศออกจากวงการหลังสิ้นสุดปี 2008 และ BMW ได้ตามรอย Honda ไปหลังสิ้นสุดปี 2009 ในปี 2014 เป็นต้นมา

เครื่องยนต์ฟอร์มูล่าวันใช้ขนาด 1.6 ลิตร V6 เทอร์โบ ซึ่งให้กำลังประมาณ 600 แรงม้า และจะได้แรงเพิ่มอีก160แรงม้า รถแต่ละคันถูกกำหนดให้บรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงได้ไม่เกิน 100 กก หรือประมาณ130 ลิตรในการแข่งขันแต่ละสนาม



ฮอนด้าเป็นแชมป์โลก รถสูตร 1 ในปี 1986, ฮอนด้าจึงได้ผลิตรถเพื่อเป็นอนุสรณ์ ได้แก่ รถ Accord 2.0Si เพิ่มลักษณะคุณสมบัติพิเศษ เรียกว่า F - 1 Special Edition รุ่นลิมิเต็ด ผลิตเพียง 2,000 คัน

[10 บริษัทที่ร่วมเป็นผู้ผลิตของญี่ปุ่น, นับเป็นความสำเร็จครั้งแรกของฮอนด้า ในวงการมอเตอร์สปอร์ต ของรายการระดับแชมป์โลกของการแข่งรถสูตร 1

Honda ขับโดยเนลสัน

7x ขับโดย Bo LV Chez

BMW ขับโดย La Li

(ท่ามกลางโลกของยักษ์ใหญ่ในแต่ละการแข่งขันอื่น ๆ สำหรับเทคโนโลยี a Gee a-out คือ 0.14 โดยไม่ต้องรอให้ RN เหลืออีก 2)

ในปีนี้ รถสูตร 1 สร้างขึ้นโดย Tasu nsMst ได้รับรางวัลแชมป์โลก LaLae: ผมแข็งแรงกลับมาอย่างเต็มรูปแบบ

ฮอนด้าเป็นบริษัทเดียวในประเทศญี่ปุ่น ที่ลงแข่งขันต่อเนื่องตลอดปี และชนะเป็นแชมป์ F - 1 แชมป์โลก ตอนนี้เพื่อเฉลิมฉลองความรุ่งโรจน์ ก็จะส่งมอบ Accord 2.0Si สเปคพิเศษรถ F - 1 เทคโนโลยีเต็มรูปแบบของอุปกรณ์พิเศษ กับ HONDA DOHC ที่ให้กำเนิด มันเป็นเพียงหนึ่งเดียวที่จะบอกหัวใจที่รุ่มร้อน และร้อนแรงของรถสูตร 1 ของฮอนด้า


ไฟเปิดปิดแบบป้อบอัพ มีฝาครอบของ Heddora Boku TOtiker หลอดไฟฮาโลเจน แสงสี สดใส ยี่ห้อ Hendo

ล้อแม็กอลูมิเนียม ขนาด 195 60 R14 รัดด้วยยางเรเดียลเสริมตาข่ายใยเหล็ก ประสิทธิภาพสูงTaseru ล้อทรงสปอร์ต 61 ก้านย่อย

พวงมาลัย มีโลโก้สัญลักษณ์ F – 1 พิเศษ

ตราสัญลักษณ์ Zu แสดงถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก: 220efaut

กระจกสีชา เบอร์ 70 Nzukarasu 13 Wongu ของ AKR - S / 24 Mel ARIS PiT sugei ลดแสงจ้าให้อ่อน ลง

HONDA DOHC 16 วาล์ว + PGM – Fi 160ps @6300rpm แรงบิดสูงสุด 190 [email protected])

•แบนเนอร์ติดรถด้านข้างประตูรถ F - 1 เพื่อแสดงถึงชัยชนะและด้านอยู่รถยนต์ฮอนด้าหลายชัยชนะและเฉลิมฉลองความรุ่งโรจน์ มีเลขแต่ละคันบอกถึง ID แต่ละคัน

อุปกรณ์พิเศษ

•แผ่นพรมกำมะหยี่ปูพื้น F-1

•ประณีตการผลิตวัสดุซับในของแผงประตู

• สัญลักษณ์โลโก้ F-1 ที่พวงมาลัย

•ล้อแม็กอลูมิเนียม ขนาด14 นิ้ว

•ยางเรเดียลเสริมตาข่ายใยเหล็ก ประสิทธิภาพสูงขนาด 195 60 R14

•รีโมทไฟฟ้าเปิดประตู และสามารถควบคุมระยะไกลโดยไม่ผิดพลาด

•ไฟเปิดปิดแบบป้อบอัพ มีฝาครอบของ Heddora Boku TOtiker หลอดไฟฮาโลเจน แสงสี สดใส ยี่ห้อ Hendo

•สีรถภายนอก: สีขาวพอลล่า (Paula White) ภายในตกแต่งด้วยสีเทาเมทัลลิคตัดกับพื้นสีดำ ทั้งภายนอกและภายนอกและในอุปกรณ์ต่างๆ

•พวงมาลัยปรับระดับได้ และแปรผันตามความเร็วของรถ

•ระบบครูสคอนโทรล

•กระจกขึ้นลงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า

•แผ่นดันหลังปรับได้(เฉพาะคนขับ)

•ท่อแอร์ลอดผ่านเบาะหลังสำหรับคนนั่งหลัง

•วิทยุ FM AM +เทป + ลำโพงซับวูฟเฟอร์

•กุญแจรีโมท key-less

• ระบบกันสะเทือนแบบดับเบิ้ลวิชโบน 4 ล้อ

•ดิสก์เบรก 4 ล้อๆหน้าเป็นคาลิบเปอร์แบบ 2 Pot

•เบาะนั่งแบบกระชับเข้ารูป SR ให้สัมผัสนุ่ม ปักเครื่องหมายโลโก้ F-1 เย็บด้วยผ้ากำมะหยี่อย่างดีจากญี่ปุ่น

•กำลังของเครื่องยนต์แบบ DOHC แบบนี้เท่านั้นที่จะปลุก “ความรู้สึกที่ร้อนแรงของการแข่งกีฬา ในตัวคุณออกมาหลังพวงมาลัย”(Heated Sports Mind ) ภายใต้เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ของฮอนด้า 2.0Si ในโอกาสการแจ้งเกิดของฟอร์มูล่าวันของฮอนด้า

•ฮอนด้าเป็นบริษัทเดียวในประเทศญี่ปุ่น ที่ลงแข่งขันรถสูตร 1 ต่อเนื่องรวม 17 ครั้ง และสามารถเก็บชัยชนะเป็นแชมป์โลกรถฟอร์มูล่าวัน ตอนนี้เพื่อเฉลิมฉลองความรุ่งโรจน์ ฮอนด้ายินดีส่งมอบ Accord 2.0Si สเปคพิเศษด้วยเทคโนโลยีของรถสูตร 1 ที่เรียกว่า DOHC ที่ฮอนด้าผลิตคิดค้นขึ้นในปี 1986

• แชมป์โลกรถฟอร์มูล่าวัน 1 คนจากทั้งหมด 2 คน ได้บรรจงใส่อุปกรณ์ต่างๆที่พิเศษครั้งนี้ ในรถคันนี้ “F - 1 Special Edition ACCORD”








บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การจัดการความรู้ KM Knowleage Management



ความเห็น (0)