สังคมสงเคราะห์ศาสตร์ (1) : ความเป็นมา

สังคมสงเคราะห์ศาสตร์ (1) : ความเป็นมา

กฤษฎา ธีระโกศพงศ์

นักศึกษาปริญญาโท สาขาพัฒนาแรงงานและสวัสดิการ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตถร์


จากการอ่านวันละหนึ่งบท เริ่มต้นในบทที่หนึ่งของคู่มือเล่มนี้ Leighninger, L. (2008). The History of Social Work and Social Welfare. In Comprehensive Handbook of Social Work and Social Welfare. Vol.1: The Profession of Social Work. (pp.1-24). เป็นการเล่าถึงความเป็นมาของ Social Work และ Social Welfare ซึ่งจะกล่าวโดยภาพรวม และตอบข้อสงสัยและความอยากรู้บางประการ

Social Work ได้การประกาศตัวขึ้นมาจากการพัฒนาของสวัสดิการสังคม โดยมีจุดเริ่มต้นขึ้นมาจากนโยบายและแผนงานจากประเทศในภาคพื้นยุโรปตะวันตกและตะวันออกกลาง และขยับขยายเคลื่อนที่ผ่านไปสู่โลกใหม่หรืออาณานิคมภาคพื้นของอเมริกัน

ความสำคัญของ Social Work คือ การให้ (Giving) และให้ความสำคัญกับสิ่งที่ได้รับ (Receive)โดยอาจทำความเข้าได้ว่า ปฏิสัมพันธ์ระหว่างการกระทำดังกล่าว เป็นการสร้างความยุติธรรมทางสังคมผ่านการกระจายความมั่งคั่ง หรืออีกทางหนึ่ง เป็นการทำบุญกุศล (Charity) ซึ่งเป็นพันธะระหว่างการกระทำท่ีเชื่อมระหว่างโลกกับศาสนา กระทั่งมีนักวิชาการหลายคน เห็นว่า Social Work เริ่มต้นมาตั้งแต่ยุคกลางแล้ว

การทำบุญกุศลในรูปแบบของ Act ที่ผ่านโบสถ์หรือศาสนสถาน จึงกลายเป็นการก่อร่างระบบของการทำบุญกุศลที่เป็นทางการให้ประจักษ์ขึ้น ในเวลาต่อมา จึงเกิดการบริจาค (Donation) การเรี่ยไร (Collection) และมรดกตกทอด (Legacy) ล้วนแล้วถูกใช้เพื่อจัดเตรียมให้แก่คนจนหรือผู้ยากไร้ ทั้งยังมีการจัดตั้งสถานพยาบาล เพื่อการรักษาจากการเจ็บป่วย ทุพพลภาพ และชราภาพให้แก่คนจนหรือผู้ยากไร้ จึงถือเป็นอิทธิพลอันทรงพลังของศาสนจักรในยุคกลางก็ว่าได้ และชี้ชัดได้ว่า รากเหง้าดังกล่าวมาจากกลุ่มประเทศยุโรปตะวันตกเป็นสำคัญ

ต่อมาในศตวรรษที่ 14 ยังมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต ดังเช่น อังกฤษได้ก้าวข้ามและพัฒนาจนกระทั่งเกิดระบบความมั่นคงทางสังคม (Social Security) และยังขยับขยายไปสู่การเชื่อมโยงกับปัญหาของแรงงานและความยากจน จึงได้มุ่งไปสู่บทบาทของรัฐในการจัดการสวัสดิการของรัฐ ส่งผลให้บทบาทของรัฐต้องจัดหางาน ที่อยู่อาศัย สวัสดิการเด็กและแรงงาน ตลอดจนกระบวนการยุติธรรม เพื่อแก้ไขปัญหาที่ปรากฎขึ้นในสังคม

อย่างไรนั้น ขอกล่าวข้ามไปในศตวรรษที่ 20 นั้น Social Work ได้ยกระดับและแนบชิดไปกับ Social Policy อย่างแยกไม่ออก โดยมุ่งไปที่การพัฒนา ซึ่งรัฐบาลของ US สมัยประธานาธิบดี Roosevelt เป็นช่วงเวลาที่เกิดการปฏิรูปทางเศรษฐกิจและสังคม ครอบคลุมถึงการส่งเสริมเรื่องสภาวะการทำงาน และตลาดแรงงาน ด้วยเหตุที่เป็นช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมมีการขยายตัวเป็นอย่างมาก จนกระทั่งกลายเป็นปัญหาสำคัญทางสังคม แสดงให้เห็นว่า แก่นความคิด ทาง Social Work ได้พึงความสำคัญในทางบริบทและช่วงเวลาเช่นเดียวกับศาสตร์หรือสาขาวิชาอื่นๆ โดยต่างจากยุคกลางอย่างสิ้นเชิง

ท้ายนี้ ชื่อภาษาไทยของคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ แต่ใช้ภาษาอังกฤษว่า "Social Administration" แท้จริงแล้วมีความหมายแอบแฝง แต่มีการตั้งถามจากนักวิชาการบางคนว่า เหตุใดจึงไม่ใช้คำว่า "Social Work"

วันนี้ค้นพบในเบื้องต้นแล้ว การเลือกใช้คำว่า Social Administration ในทางหนึ่งทำความเข้าใจได้ว่า ครูบาอาจารย์รุ่นแรกที่ก่อตั้งคณะ อาจได้รับอิทธิพลทางความคิดมาจาก University of Chicago's School of Social Administration หรือไปศึกษาที่สหรัฐอเมริกามานั่นเอง เพราะการใช้คำว่า Admistration คือ การมุ่งไปที่การบริหารและอยู่บนการปฏิบัติทางสังคมผ่านกรณีศึกษาในทาง Public Welfare

ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ใช่ความเข้าใจผิดหรือความคลาดเคลื่อนใดๆ ในการใช้คำภาษาอังกฤษของคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ แต่เป็นการแฝงความหมายและตั้งใจให้ Social Work ไม่ตั้งอยู่ฐานอุดมคติ และสามารถปฏิบัติได้จริงแท้นั่นเอง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกเล่มหนึ่ง



ความเห็น (0)