พระเจ้าองค์ตื้อที่ภูพระ จ. ชัยภูมิ มาจากไหน ?


พระเจ้าองค์ตื้อที่ภูพระ จ. ชัยภูมิ มาจากไหน ?
โดย นางมารสวมแอ๊ดด้า 4/72559

จังหวัดชัยภูมิเป็นส่วนหนึ่งของที่ราบสูงโคราช ในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรทางด้านวัฒนธรรม พบหลักฐานการอาศัยอยู่ของมนุษย์ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะหลักฐานทางด้านความเชื่อทางพระพุทธศาสนาปรากฏตั้งแต่ร่วมสมัยวัฒนธรรมทวารวดีในกลุ่มในเสมาที่บ้านกุดโง้ง อ.เมือง หรือ ใบเสมาที่บ้านคอนสวรรค์ อ.คอนสวรรค์ ซึ่งแกะสลักเป็นเรื่องราวชาดกในพระพุทธศาสนานั้นหมายความว่า ผู้คนที่อาศัยในแถบนี้ได้รับเอาพระพุทธศาสนามาอย่างน้อยพุทธศตวรรษที่ 12 มาแล้ว

ความสืบเนื่องของหลักฐานเกี่ยวกับพุทธศาสนาแถบนี้ต่อเนื่องถึงอิทธิพลวัฒนธรรมขอมยุคสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 อย่างไรก็ตามยังปรากฏหลักฐานที่สามารถเชื่อมโยงกับพุทธศาสนาในท้องที่ใกล้เคียงกันทีชัดเจน คือ พระเจ้าองค์ตื้อ ที่ภูพระ ต.นาเสียว อ.เมือง จ.ชัยภูมิ เป็นพระพุทธรูปสลักบริเวณเพิงผาองค์ใหญ่ และมีพระพุทธรูปขนาดเล็กอีกจำนวน 7 องค์ ในที่นี้จะกล่าวถึงพระเจ้าองค์ตื้อ

‪#‎ลักษณะพระเจ้าองค์ตื้อ‬
ศาสตราจารย์ ดร.ศักดิ์ชัย สายสิงห์ อธิบายว่า เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยประทับสมาธิเพชร แสดงปางมารวิชัยหรือมุทราด้วยพระหัตถ์ซ้ายซึ่งเป็นฝีมือช่างพื้นถิ่นที่ไม่ยึดติดกับรูปแบบดั้งเดิมที่ปกติจะต้องแสดงมุทราด้วยประหัตถ์ขวา อีกทั้งการประทับสมาธิเพชรเป็นลักษณะอิทธิพลแบบปาละที่ปรากฏในศิลปะแบบล้านนาที่อาจส่งผลต่อศิลปะแบบอีสาน

ลักษณะพระเจ้าองค์ตื้อที่ภูพระ จ.ชัยภูมิคือ พระวรกายใหญ่ พระพักตร์สี่เหลี่ยม พระขนงต่อกันเกือบเป็นเส้นตรง พระเนตรเปิดและมองตรง พระนาสิกแบน ทั้งหมดเป็นเค้าโครงพระพุทธรูปแบบเขมรศิลปะแบบนครวัด

ข้อสังเกตคือพระเศียรไม่ทำขมวดพระเกศาแบบก้นหอย เฉกเช่นพระพุทธรูปทั่วไป แต่เป็นเส้นๆถักเกล้าขึ้นไปรวบเป็นมวยกลางพระเกศา คล้ายการเกล้ามวยในประติมากรรมแบบศิลปะปาปวนและบายนเขมร สังฆาติแผ่นใหญ่จรดพระนาภีเป็นแบบเขมรอย่างแท้จริง ความเป็นลักษณะท้องถิ่นนี้ได้กำหนดอายุว่าน่าจะอยู่ราวช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 -19 (ศักดิ์ชัย สายสิงห์,2554,หน้า 196-197)

‪#‎เรื่องเล่าของการเจอพระเจ้าองค์ตื้อ‬
ในอดีตท้องที่แห่งนี้เป็นป่ารกทึบ (ซึ่งปัจจุบันก็มีร่องรอยของความเป็นป่าอยู่บ้าง อีกทั้งอยู่ใกล้รอยต่ออุทยานแห่งชาติตาดโตน ) พรานป่าก็ออกล่าสัตว์ ซุ่มยิงสัตว์ แต่ยิงเท่าไหร่ก็ยิงไม่ออก จึงเดินเข้าไปดูพบใบไม้ทับถมจำนวนมาก จึงพบพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่ ตั้งแต่นั้นมาจึงเป็นที่เคารพสักการะของชาวชัยภูมิและจังหวัดใกล้เคียง

‪#‎นามพระเจ้าองค์ตื้อมาจากไหน‬?
พจนานุกรมฉบับอีสาน –ไทยภาคกลาง ของอาจารย์ปรีชา พิณทอง ความหมายของคำว่า ตื้อ ว่า เป็นมาตรานับสมัยโบราณ นับตั้งแต่หนึ่งไปถึงตื้อ ‪#‎ตื้อหนึ่งเท่ากับพันล้านบ้านเมืองที่มีคนอยู่จำนวนหลายล้านเรียกตื้อ‬

ตัวอย่างในเรื่องสินไซ
“ยังมีนัคเรศล้ำ ชั้นชื่อเป็งจาล
นิคมคน คั่งเพ็งพอตื้อ
เชียงหลวงล้น รุงรังล้านย่าน
น้ำแผ่ล้อม ระวังต้ายชั่วพ้น”

นามพระเจ้าองค์ตื้อ พระพุทธเจ้าพันล้าน ตื้อ ตีความหมายว่า มหาศาล มากมาย ประมาณค่ามิได้จากคำประพันธ์ข้างต้น ดังนั้น พระเจ้าองค์ตื้อ อาจมีความหมายว่า พระพุทธเจ้าผู้ทรงปัญญาธิคุณ วิริยาธิคุณ มหากรุณาธิคุณที่มหาศาลประมาณค่ามิได้ นัยยะคือ มากมายมหาศาลนั้นเอง (ผู้เขียน)

นามพระเจ้าองค์ตื้อนั้น ปรากฏอยู่ ในประเทศไทยและประเทศลาว เช่น

พระเจ้าองค์ตื้อ (พระตื้อ) เนื้อทองสัมฤทธิ์ ปางมารวิชัยอยู่ที่วัดใต้

พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ อำเภออเมือง จังหวัดอุบลราชธานี

พระเจ้าองค์ตื้อ ตื้อ (พระโต) เนื้ออิฐถือปูนลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย อยู่ที่วัดพระโต บ้าน หนองแซง อำเภอนาตาล (เขมราฐ) จังหวัดอุบลราชธานี

พระเจ้าองค์ตื้อ (พระตื้อ) เนื้อทองสัมฤทธิ์ ปางมารวิชัยอยู่ที่วัดศรีชมพูองค์ตื้ออำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย

พระเจ้าองค์ตื้อ (พระหินตัน) เนื้อศิลาหิน ปางมารวิชัย อยู่ที่ภูพระ วัดศิลาอาสน์ อำเภอเมือง จังหวัด ชัยภูมิ

พระเจ้าองค์ตื้อ (พระเก้าตื้อ) เนื้อทองสัมฤทธิ์ ปางมารวิชัย อยู่ที่วัดสวนดอก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

พระเจ้าองค์ตื้อ อยู่ที่วัดพระเจ้าองค์ตื้อ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นคร เวียงจันทร์ ตำนานกล่าวไว้ว่า สร้างสมัยกษัตริย์พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช

และอีกหนึ่งแห่งคือ พระเจ้าองค์ตื้อ ที่ตำบลบ้านยาง อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ

สังเกตได้ว่า พระเจ้าองค์ตื้อจะปรากฏในเขตวัฒนธรรมล้านช้าง – ล้านนา ซึ่งเป็นไปได้ว่า ความเกี่ยวข้องทางวัฒนธรรมและที่สำคัญเรียกพระพุทธรูป ว่า พระเจ้า เช่นเดียวกัน

‪#‎วิเคราะห์ที่มาของนามพระเจ้าองค์ตื้อ‬
หากจะวิเคราะห์ในแนวความคิดเรื่องทฤษฎีเอกกำเนิดหรือการกระจาย (Momogenesis or Diffusion Theory) ที่ว่า วัฒนธรรมเกิดขึ้นจากแหล่งหนึ่งไปอีกแหล่งหนึ่ง

นามพระเจ้าองค์ตื้อและความคิดเรื่องพระเจ้าองค์ตื้อในชัยภูมิจะมาจากการอพยพของชาวลาวเข้าสู่เขตจังหวัดชัยภูมิ เพราะประวัติศาสตร์การอพยพของผู้คนเข้ามาในเขตท้องที่จังหวัดชัยภูมินั้น ปรากฏหลักฐานตามเอกสารทางประวัติศาสตร์

ช่วงต้นรัตนโกสินทร์กลุ่มที่อพยพมาจะเป็นกลุ่มชาวลาวมากที่สุด พระนรินทร์สงครามอพยพมาตั้งเมืองสี่มุมบริเวณจังหวัดนครราชสีมาภายหลังโยกย้ายมาบริเวณบึงละหาน และใกล้กับเมืองสี่มุมปัจจุบันมาก (อ.จัตุรัส ) พระยาภิรมไกรภักดิ์เป็นผู้ถวายช้างสำคัญในสมัยรัชกาลที่ 1 ตั้งเมืองภูเขียวเป็นผู้นำกลุ่มคนลาวและ นายแลหรือพญาแล อพยพผู้คนจากลาว จนมาตั้งเมืองที่ชัยภูมิ ดังนั้นการอพยพไปท้องที่ใด จะต้องนำวัฒนธรรมการใช้ชีวิต อีกทั้งความเชื่อไปด้วยเสมอ การนับถือผีปู่ตา ผีหอโฮง ผี ตาแฮก รวมทั้งพระพุทธศาสนาด้วย

โดยเฉพาะประวัติศาสตร์เมืองชัยภูมิที่กล่าวว่า ท้าวแล อพยพมาจากเวียงจันทน์ มาสู่เขตจังหวัดชัยภูมิ มีความเคารพนับถือ โดยเฉพาะพระพุทธรูปสำคัญสมัยพระไชยเชษฐาธิราชหนึ่งองค์ ชื่อพระเจ้าองค์ตื้อ ที่จ.หนองคาย และ นครเวียงจันทน์ ประเทศลาว ผู้คนศรัทธาในพระเจ้าองค์ตื้อเดิมเมื่ออพยพย้ายถิ่นฐาน เมื่อการพบพระพุทธรูปองค์ใหญ่ จึงนำชื่อของพระพุทธรูปนั้นมาด้วย

อีกแนวความคิดหนึ่งคือ เรื่องทฤษฎีพหุกำเนิด (Polygenetic Theory)หรือการกำเนิดหลายแหล่ง กล่าวคือความคิดเรื่องวัฒนธรรม วิถีชีวิตความเชื่อ เป็นเรื่องของสากลที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกชาติ โดยเฉพาะวัฒนธรรมของ ล้านช้าง อาจสืบเนื่องกันเรื่อยมาและมีผู้คนอาศัยอยู่

หากพิจารณาตามหลักฐานทางโบราณคดีมีอิทธิพลของวัฒนธรรมล้านช้างเขตท้องที่จังหวัดชัยภูมินั้น ปรากฏหลักฐานมากมาย เช่นพระธาตุหนองสามหมื่น พระธาตุพีพวย พระธาตุบ้านเปือย พระธาตุกุดจอก พระธาตุบ้านโนนเก่า พระธาตุพีพวย เป็นต้น พระธาตุเหล่านี้มีอิทธิพลของศิลปะแบบล้านช้างอยู่ เมื่อพบพระพุทธรูปองค์ใหญ่ จึงใช้นามพระเจ้าองค์ตื้อ เพราะ ชุดความเชื่อของล้านช้างนั้นยังคงอยู่ในความทรงจำของคนลาวในเขตท้องที่จังหวัดชัยภูมิ

ดังนั้นนามพระเจ้าองค์ตื้อก็ไม่ได้มาจากไหน ก็เป็นชุดความคิดของคนลาวดั้งเดิมที่อาศัยอยู่เขตท้องที่จังหวัดชัยภูมินั้นเอง

‪#‎นั้นเป็นข้อสันนิษฐานของผู้เขียนเอง‬ คิดเห็นอย่างไรแบ่งปันแลกเปลี่ยนกันได้ค่ะ

ปัจจุบันพระเจ้าองค์ตื้อเป็นสถานที่สำคัญของชาวชัยภูมิขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ผู้เขียนถือว่า พระเจ้าองค์ตื้อเป็นโบราณวัตถุที่ยังมีชีวิตอยู่ กล่าวคือ เป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจและเป็นศูนย์รวมสำคัญของชุมชน ชาวบ้านมีพิธีกรรมบูชาพระเจ้าองค์ตื้อ ตั้งขันธ์ห้า ขันธ์แปด ถวายผ้าจีวรแด่พระเจ้าองค์ตื้อเสมือนยังมีชีวิต การปิดทอง การรดน้ำอบน้ำหอม ในเทศกาลสำคัญ หากมองในมุมการอนุรักษ์อาจตำหนิได้ว่าทำให้โบราณวัตถุเลือนลางไป แต่ในมุมชาวบ้านคือจิตวิญญาณสำคัญในพิธีประจำปีช่วงเดือน3 และเดือน
5 คือการลำผีฟ้า

ผีฟ้ากับพระพุทธรูป คนละความเชื่อผสมผสานกันได้อย่างไร ? ติดตามในบทความหน้าค่ะ
สวัสดี

เอกสารประกอบการเขียน
วัฒนธรรมพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดชัยภูมิ. คุรุสภา:กรุงเทพฯ, 2544.
ศักดิ์ชัย สายสิงห์. พระพุทธรูปสำคัญและพุทธศิลป์ในดินแดนไทย. เมืองโบราณ:กรุงเทพฯ. 2554.
เสาวลักษณ์ อนันตศานต์. ทฤษฎีคติชนวิทยาร่วมสมัย. มหาวิทยาลัยรามคำแหง:กรุงเทพฯ. 2552.
สื่ออนไลน์
ตื้อ จาก ฐานข้อมูลจากหนังสือ : สารานุกรมภาษาอีสาน-ไทย-อังกฤษ โดย ดร.ปรีชา พิณทอง สื่อออนไลน์http://www.isangate.com/word/isandict.html ค้นเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2559
พระเจ้าองค์ตื้อ สื่อออนไลน์http://www.lib.ubu.ac.th/monkubon/file/MO16.pdf ค้นเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2559
ภาพ
พระเจ้าองค์ตื้อในงานประเพณีบุญเดือนห้า ภูพระ อ.เมือง จ.ชัยภมิ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บทความจาก facebook / fanpage ไทยศึกษา คติชนวิทยา : วาทิน ศานติ์ สันติ บรรณาธิการ

คำสำคัญ (Tags)#พระเจ้าองค์ตื้อ#ทฤษฎีพหุกำเนิด#ทฤษฎีเอกกำเนิดหรือการกระจาย#​พระเจ้าองค์ตื้อที่ภูพระ

หมายเลขบันทึก: 609814, เขียน: 06 Jul 2016 @ 09:05 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 1, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)