ถ้าไม่ขอเป็นน้ำครึ่งแก้ว น้ำจะล้นมั้ย???

ถ้าไม่ขอเป็นน้ำครึ่งแก้ว น้ำจะล้นมั้ย ??

ปรัชญ์แห่งคำสอนที่คมกริบ ฟังทีไรมักมีเลือดซิบๆ ทุกที มียกมาเมื่อไหร่คนยกมาพูดมักจะดูดีมีหลักการน่าเชื่อถือเสมอ คนฟังก็พนักหน้าหงึก ๆ เห็นด้วยอย่างยิ่ง แทบไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ “จงอย่างทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว ให้จงทำตัวเป็นน้ำครึ่งแก้ว” หรือเจ็บแสบจิ๊ด ๆ เวลาใครมาว่า เป็นพวกน้ำล้นแก้ว เสมือนหนึ่งว่าเป็นพวกก้าวร้าว ไม่รับฟังความเห็นจากใคร

ตามหลักความหมาย เพื่อจะบอกให้ให้คนเราเตรียมพร้อมที่จะรับรู้ในสิ่งใหม่ๆ ที่มีอยู่อย่างมากมายรอบตัวเรา ที่ไม่รู้จักจบสิ้น แต่หากเราทำตัวเสมือนหนึ่งว่าน้ำเต็มแก้ว ปริ่มๆ จะล้น นั่นจะไม่สามารถรองรับน้ำแห่งความรู้ ที่ไหลรดรินนั้นได้อีก ปิดโอกาสสิ่งดีๆ ที่จะเข้ามา แต่หากทำให้ว่างเปล่าตลอด จะสามารถเติมน้ำวิชาแห่งปัญญา ตราบใดที่ยังไม่เต็มก็ยังเติมลงไปได้เรื่อยๆ

ทีนี้หากเรา คิดมาก คิดลึก คิดซับซ้อน คิดฟุ้งซ่าน อาจเริ่มมีคำถามว่า หากตัวเราเสมือนหนึ่งเป็นดั่งแก้วใบใส ตลอดชีวิตหนึ่งที่เรียนรู้ข่าวสาร ความรู้ ต่าง ๆ มากมายทั้งอย่างตั้งใจและไม่ตั้งใจ ทั้งน้ำอัมฤทธิ์ใสสะอาด และน้ำโสโครกจากท่อระบาย คงไม่เพียงเป็นก๊อกน้ำประปากำลังไหลลงแก้ว แต่เสมือนแม่น้ำสายใหญ่ถาถมเข้าสู่แก้วใบเล็กนั่น ยิ่งปัจจุบันสังคมแห่งสื่อสาร ข่าวสาร เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส คงไม่ใช่เพียงแค่แม่น้ำปิง แม่น้ำโขงละ คงระดับแม่น้ำไนท์ แม่น้ำอเมซอนโน่นละคับ ยังไงเสียแก้วน้ำก็ต้องเต็ม เว้นเสียแต่เป็นแก้วน้ำที่มีรูรั่ว เป็นแก้วน้ำที่มีรอยร้าว.....แต่นั่นหมายความว่าแม้แต่หยดน้ำคุณภาพก็จะหลุดร่วงลงพื้นไปเช่นกัน

จากคำคมแห่งแนวคิดดังกล่าวข้างต้น เขาได้บอกเพียงแต่ให้เราทำตัวให้เป็นแก้วที่มีน้ำแค่ครึ่งแก้ว แต่ไม่ได้บอกให้เราจะต้องจัดการน้ำ (ความรู้) ไว้อย่างไรได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถรองรับน้ำได้ตลอดโดยที่ไม่ต้องให้เต็ม ซึ่งตามหลักแท้จริงหากแก้วน้ำที่สมบูรณ์ยังไงเสียต้องมีช่วงเวลาที่เต็ม แก้วใบเล็กของเราจะรับมือยังไง จะกลั่นกรองน้ำเฉพาะที่มีประโยชน์ได้มั้ย แล้วหากน้ำทุกหยดยังมีความหมายทีดีละ จะยังคงเก็บรักษาน้ำไว้ก็จะเต็ม จะเททิ้งให้เหลือเพียงครึ่งเพื่อรองรับน้ำหยดใหม่ ๆ ก็ยังเสียดาย

ซึ่งแน่นอนว่าคนเรามีข้อจำกัด ในชีวิตจริงอาจจะเรียนรู้ เข้าใจได้หลายเรื่อง แต่ไม่เก็บได้ทุกเรื่อง ไม่อาจเชี่ยวชาญได้ทุกเรื่อง คุณหมอเก่งเรื่องรักษาคน ครูเก่งเรื่องสอน นักดนตรี นักกีฬา นักสังคม ต่างคนเก่งในสาขาที่ตัวเองฝึกฝนมา มีเพียงอัจฉริยะบางคนที่อาจเชี่ยวขาญในหลายเรื่องอย่างไอสไตน์ หรือดาวินชี เพราะฉะนั้นจะเป็นไปได้ขนาดไหนที่คนเราจะสามารถทำตัวครึ่งแก้ว รอรับทุกเรื่องราวความรู้ สุดท้ายจะกลายเป็นรู้ทุกเรื่องโดยไม่ได้เชี่ยวชาญสักเรื่อง ที่เราเคยเปรียบเทียบเหมือนรู้อย่างเป็ด ซึ่งเป็ดเป็นสัตว์ประเภทที่ว่ายน้ำได้ บินได้ เดิน วิ่งได้ แต่ไม่เก่งสักอย่าง ไม่อาจเชี่ยวชาญแข่งว่ายน้ำกับปลา บินดั่งนก เดินวิ่งอย่างไก่ได้

ฉะนั้น จะเป็นไปได้มั้ยถ้าหากเราไม่ขอเป็นน้ำครึ่งแก้วตลอดไป โดยการคอยเทน้ำเก่าออก ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่มีค่า เพื่อรองรับน้ำใหม่ ซึ่งไม่รู้ว่าจะดีกว่าน้ำที่มีอยู่เดิมแค่ไหน และน่าคิดกว่าตรงเรายอมเทน้ำทิ้งไปครึ่งแก้ว เพื่อรองรับน้ำให้กลับมาเต็มแก้วเท่าเดิม เท่าเดิมตลอดไป ไม่มีเพิ่มขึ้น โดยที่ไม่ให้น้ำใหม่ๆ ไหลรินมาเติมได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ล้นหายเรี่ยราดให้ต้องเสียดาย

ถ้าจะขอเป็นเพิ่มขนาดแก้วใหญ่ขึ้นเพิ่มปริมาณความจุ หรือเพิ่มจำนวนแก้วให้มากขึ้น จะได้ไม่ต้องเทน้ำทิ้ง ไม่ต้องกลัวน้ำล้นหายไปอย่างเปล่าประโยชน์ ????????

เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าไม่เคยหยุดหย่อนอย่างทุกวันนี้สามารถช่วยให้เรารีโนเวทแก้วของเราให้มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมได้มั้ย ?????????

ถ้าเราจะสามารถเพิ่มปริมาณจำนวนแก้วของเราจากแก้วคนอื่น โดยวิธีการขโมย โดยการยืม ซื้อ เช่า ขอกันตรงๆ หรือจับมือร่วมพันธมิตรกัน เป็นไปได้มั้ย?????????????????

ถ้าเราจะสามารถเปลี่ยนสถานะน้ำซึ่งเป็นของเหลวเป็นสถานะอย่างอื่นได้มั้ย โดยการเข้าช่องฟริซ ให้จับตัวเป็นก้อนตัดเป็นรูปเหลี่ยมมาวางซ้อนเกินขอบแก้วโดยไม่ล้นออกมา.???????????????

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ร่ำไรบ้าง เต็มใจให้ ของคนกิ๊กก๊อก



ความเห็น (1)

-สวัสดีครับ

-บันทึกนี้่ทำให้ผมได้มองอีกแง่มุมหนึ่งของการสอนสั่งเรื่อง"การอย่าทำตัวเป็นน้ำล้นแก้ว/ชาล้นถ้วย"ตามแต่ใครจะนำมาเทียบเปรียบเปรยให้ได้จินตนาการตามคำสอนสั่ง..

-คงจะได้มีโอกาสนำไปเป็นแง่..ต่่อเติมความคิดของตนเอง..

-ขอบคุณครับ..