ตำนานในหมู่บ้าน วัดกลางอุดมเวทย์ บ้านพนมไพร ตำบลพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด

ประวัติวัดกลางอุดมเวทย์ เป็นวัดที่มีประวัติความเป็นมาเก่าแก่มากวัดหนึ่งใน ประเทศไทย จาก ตำนานที่คนแก่ได้เล่าสืบต่อกันมาและจากหนังสือประวัติพนมไพรและประวัติพระ มหาธาตุวัดกลางอุดมเวทย์ที่ครูแก้ว ทิพยอาสน์ได้เขียนรวบรวมไว้ ได้กล่าวถึงประวัติความเป็นมาของวัดกลางอุดมเวทย์ไว้ว่า …ย้อนหลังไปในสมัยนับพันปีมาแล้ว สมัย นั้นพื้นที่อำเภอพนมไพรในปัจจุบันเป็นที่อาศัยของชาวชนพื้นเมืองที่เราเรียก กันว่า“ข่า”ชาวข่าได้พากันตั้งบ้านเรือนอยู่เป็นชุมชนใหญ่เรียกชื่อหมู่บ้าน ของตนเองว่า จะแจ หรือบ้านแกในสมันหนึ่ง ได้มีพระภิกษุ ๒ รูป มีนามว่าพระครูมหารัตนชัยยะและพระครูมหาปะสะมัน ได้เดินธุดงค์ออกจากเมืองอินทปัฐถานคร (ประเทศกัมพูชา)ไปเผยแพร่พระพุทธศาสนาที่เมืองมรุกขนคร เมืองหลวงของแคว้นโคตรบูรณ์(คาดว่าอยู่ในท้องที่จังหวัดนครพนม ปัจจุบัน)เมื่อทั้งสองรูปผ่านมาถึงบ้านจะแจ หรือบ้านแก ได้ปักกลดพักผ่อนอยู่ชายป่าท้ายบ้านชาวบ้านทราบข่าวและเกิดความเสื่อมใส ศรัทธาจึงนิมนต์ให้อยู่ที่บ้านแก พระครูมหาปะสะมันรับนิมนต์อยู่ที่บ้านแกส่วนพระครูมหารัตนชัยยะได้เดิน ธุดงค์ไปเมืองมรุกขนครต่อไป

เมื่อพระครูมหาปะสะมันรับนิมนต์อยู่บ้านแก ชาวบ้านได้ร่วมกันสร้างวัดขึ้นเพื่อให้เป็นที่ปฏิบัติกิจทางศาสนาและอบรม สั่งสอนชาวบ้านและพากันตั้งชื่อวัดนี้ว่า วัด ปะสะมันและพระครูมหาปะสะมันได้จำพรรษาอยู่ที่นี่หลายสิบปีและเห็นว่าพระพุทธ ศาสนามีความเป็นปึกแผ่นบนแผ่นดินของชาวข่าบ้านแกแล้วจึงต้องออกเดินธุดงค์ ตามพระครูมหารัตนชัยยะไปยังเมืองมรุกขนครต่อไป ต่อมาถึงสมัยที่พระครูยอดแก้วหรือพระลูกแก้ว พระภิกษุชาวเวียงจันทน์ ได้พาชาวลาวอพยพข้ามลำน้ำโขงเข้าสู่ดินแดนของชาวข่าได้เห็นว่าดินแดนบ้านแก เป็นชุมชนใหญ่น่าอยู่จึงได้พากันตั้งรกรากอยู่ปะปนกับชาวข่าต่อมาบ้านแกจึง กลายเป็นเมืองแสนล้านช้างและพระครูยอดแก้วได้เปลี่ยนชื่อจากวัดปะสะมันเป็น วัดโพธิ์ เพราะเห็นว่า เป็นวัดที่ต้นโพธิ์มากและได้เดินทางไปขอแบ่งชิ้นส่วนของพระอุรังคธาตุมาจาก ภูกำพร้า นำมาประดิษฐานไว้ที่วัดโพธิ์ และมีการสร้างพระสถูปเจดีย์เพื่อบรรจุชิ้นส่วน ของพระอุรังค-ธาตุและพระพุทธรูปที่ได้อัญเชิญมาจากภูกำพร้าซึ่งพระ เจดีย์นี้ก็คือ องค์พระมหาธาตุในปัจจุบันนั่นเอง
ต่อมาอีกนับพันปี ถึง สมัยถึงพระครูกิตติมาศักดิ์ (พระครูม้าวหรือยาคูตุ้ย) ประมาณ ปี พ.ศ.๒๔๐๒-๒๕๓๒ สมัยนี้เมืองแสนล้านช้าง ได้เปลี่ยนชื่อเป็นเมืองมโนไพร แขวง มโนไพร พระครูกิตติมาศักดิ์ได้เป็นเจ้าอาวาสได้ทำการปฏิสังขรณ์และบูรณะวัดโพธิ์ ได้เปลี่ยนชื่อวัดโพธิ์ใหม่และประกาศชื่อใหม่อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ๒๔๒๕ซึ่งชื่อใหม่ของวัดโพธิ์ก็คือ วัดกลางอุดมเวทย์เพราะเห็นว่าเป็นวัดที่ตั้งอยู่กึ่งกลางของย่านชุมชนและ เป็นวัดที่เป็นแหล่งการศึกษาหาความรู้ของประชาชนในสมัยนั้นนอกจากพระครู กิตติมาศักดิ์ยังได้ทำการบูรณะพระอุโบสถขอพระราชทานวิสุงคามวาสีและได้รับ พระราชทานวิสุงคามวาสี เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๔๕๐ ต่อมาในสมัยของพระครูประโชตธรรมานุยุต (หลวงพ่อชารี) เป็นเจ้า อาวาสระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๙๗-พ.ศ.๒๕๑๔ได้เห็นว่าองค์พระมหาธาตุได้ทรุดโทรมปรักหักพังลงมามาก จึงได้ชักชวนญาติโยมช่วยกันทำการบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่จนสำเร็จเป็นองค์พระ มหาธาตุที่เด่นเป็นสง่าและเป็นศักดิ์ศรีของชาวอำเภอพนมไพรจนถึงปัจจุบันนี้ ในขณะ นั้นวัดกลางอุดมเวทย์ได้ พระปลัด นรินทร์สุภทฺโท เป็นเจ้าอาวาส ( พ.ศ.๒๕๒๑-๒๕๓๙) ได้มีการพัฒนา ในด้านต่างๆไม่ว่าจะเป็นด้านวัตถุและการพัฒนาด้านจิตใจของประชาชน การพัฒนาด้านวัตถุนั้น ได้มีการสร้างสิ่งก่อสร้างหลายอย่างเป็นต้นว่าพระ อุโบสถ สร้างกุฏิ สร้างหอสมุด และ อื่นๆ อีกมากมาย ส่วนการพัฒนาด้านจิตใจนั้น ทางวัดกลางอุดมเวทย์โดยการนำของพระปลัดนรินทร์ สุภทฺโท ได้มีโครงการบรรพชาอุปสมบทพระภิกษุสามเณรภาคฤดูร้อน มีการจัดตั้งโรงเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์และตั้งมูลนิธิวัดกลางอุดมเวทย์ เพื่อเป็นการสงเคราะห์ช่วยเหลือสังคม ปัจจุบัน ท่านพระครู อดุลจันทคุณ (หลวงพ่อประดิษฐ์ จนฺทโร) เจ้าอาวาส วัดกลางอุดมเวทย์ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสตั้งแต่วันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๓๙จนถึงปัจจุบัน ได้มีการพัฒนาด้านต่างๆ มากมายอย่างต่อเนื่องเพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ของอดีตท่านเจ้าอาวาสอีกทั้งยัง ได้ก่อตั้งสมาคมจันทคุณแสนธรรมการกุศล หน่วยกู้ภัยวัดกลางอุดมเวทย์ เพื่อช่วยเหลือและสงเคราะห์ผู้ประสบภัยต่างๆและจัดตั้งศูนย์การรู้ICTชุมชน วัดกลางอุดมเวทย์โดยการสนับสนุนจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อ สารเพื่อให้คนในชุมชนได้ศึกษาหาความรู้และสามารถสืบค้นหาข้อมูลต่างๆด้วยตัว เองผ่านระบบอินเตอร์เน็ตอีกด้วย ความสำคัญของวัดกลางอุดมเวทย์

วัดกลางอุดมเวทย์ ตั้ง อยู่ในเขตเทศบาลตำบลพนมไพร อำเภอพนมไพร

จังหวัดร้อยเอ็ดเป็นวัดที่มีประวัติความเป็นมาเก่าแก่มีปูชนีย์สถาน ปูชนียวัตถุตลอดจนโบราณวัตถุอยู่ในวัดมากมายที่สำคัญเป็นที่เคารพ นับถือกันมาแต่โบราณกาลคงจะได้แก่องค์พระมหาธาตุซึ่งเป็นเจดีย์ที่มีอายุ เก่าแก่นับพันปี ซึ่งตามตำนานเล่าต่อกันมาว่าเป็นเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระ สัมมาสัมพุทธเจ้าดังประวัติพอสังเขปดังต่อไปนี้ ครั้ง หนึ่งพระมหากัสสปะอริยเจ้าเถระองค์สำคัญของพุทธศาสนาได้อัญเชิญพระอุรัง คธาตุของพระพุทธเจ้า(กระดูกหน้าอก) มา ประดิษฐานไว้ที่ภูกำพร้า (คาดว่าคงเป็นที่ตั้งของพระธาตุพนมในปัจจุบัน)พระสงฆ์เถระองค์สำคัญของเมือง อินทปัฏถานครและ เมืองแสนล้านช้าง(อำเภอพนมไพรปัจจุบัน) ได้ทราบข่าวจึงได้พากันเดินทางไปที่ภูกำพร้าเพื่อขอแบ่งพระอุรังคธาตุนั้น และได้นำมาประดิษฐานไว้ในดินแดนของตนเพื่อเป็นหลักของพระพุทธศาสนา

ต่อมาชาวเมืองแสนล้านช้างได้ก่อสร้างเจดีย์ขึ้นและอัญเชิญพระสารีริกธาตุบรรจุไว้ใน พระเจดีย์ซึ่งเจดีย์องค์นั้นก็คือองค์พระมหาธาตุวัด กลางอุดมเวทย์ปัจจุบันนี้….. นับว่าเป็นที่น่ายินดีของชาวเมืองอำเภอพนมไพรและอำเภอใกล้เคียงที่มีองค์พระ มหาธาตุไว้เป็นสัญลักษณ์แทนองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นที่ยึดเหนี่ยวรวมใจของพุทธศาสนิกชนทั้งหลายตลอดจนมาถึงทุกวันนี้ เพื่อ เป็นการระลึกถึงพระพุทธคุณ

เป็นการเคารพสักการบูชาองค์พระมหาธาตุ ในแต่ละปีทางวัดกลางอุดมเวทย์และชาวอำเภอพนมไพรได้พากันจัดงานเพื่อสมโภช ปีละ ๒-๓ ครั้ง ได้แก่ ในวันเพ็ญเดือน ๓ ทางวัดและชาวอำเภอพนมไพรได้จัดงานเทศกาลบุญเดือน ๓เพื่อเฉลิมฉลององค์พระมหาธาตุ และในวันเพ็ญเดือน ๗ชาวอำเภอพนมไพรได้ร่วมกันจัดงานบุญบั้งไฟขึ้นเพื่อเป็นการสักการบูชาองค์ พระมหาธาตุและถือว่าเป็นประเพณีจัดสืบทอดติดต่อกันมาตั้งแต่โบราณจนถึง ปัจจุบัน เมื่อถึงงานเทศกาล ฉลอง และสักการะองค์พระมหาธาตุวัดกลางชาวอำเภอพนมไพร อำเภอใกล้เคียง แม้แต่ผู้ที่จากบ้านไปทำงานในต่างแดนที่ไกลๆ ต่างก็มีอุตสาหะที่จะต้องเดินทางกลับมาเพื่อสักการะองค์พระมหาธาตุเพื่อเป็น สิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวเป็นประจำสม่ำเสมอมิขาดได้ สมดั่ง พุทธภาษิตตรัสไว้ว่าการบูชาบุคคลที่ควรบูชานั้นเป็นมงคลอันสูงสุดเกี่ยวกับ ความน่าอัศจรรย์หรือความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระมหาธาตุวัดกลางอุดมเวทย์นั้น ได้ปรากฏเป็นที่ประจักษ์ให้ชาวอำเภอพนมไพรและอำเภอใกล้เคียงได้เห็นมาโดย ตลอดไม่ว่าจะเป็นมาแต่ในอดีตหรือปัจจุบัน ชาวอำเภอพนมไพรมีความเชื่อมั่นและศรัทธาว่าองค์พระมหาธาตุมีความศักดิ์สิทธ์ ที่จะได้ปกป้องคุ้มครองลูกหลานทุกคนให้อยู่เย็นเป็นสุขและลอดปลอดภัยจากภัย อันตรายทั้งปวงได้ นอกจากวัดกลางอุดมเวทย์จะมีองค์พระมหาธาตุที่สำคัญแล้วภายในวัดกลางอุดมเวทย์ยังมีปูชนีย-วัตถุโบราณวัตถุที่เก่าแก่ และสำคัญอีกมากมาย เป็นต้นว่า องค์ สถูปที่มีอายุและความเป็นมาเก่าแก่คาดกันว่าคงจะก่อสร้างในสมัยเดียวกันกับ องค์พระมหาธาตุมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ชาวพนมไพรเรียกท่านว่า พระเจ้าใหญ่และยังมีรูปหล่อเป็นรูปเหมือนของพระครูกิตติมาศักดิ์(พระครูม้าวหรือยาคูตุ้ย) รูปหล่อเหมือนของพระครูประโชตธรรมมานุยุต(หลวงพ่อชารี) รูป หล่อเหมือนพระครูสุภัทรอุดมเวทย์ (หลวงพ่อนรินทร์สุภทฺโท) ซึ่งทั้งสามท่านเป็นอดีตเจ้าอาวาสของวัดกลางอุดมเวทย์ที่มีผลงานในการ ปฏิสังขรณ์วัดกลางอุดมเวทย์ให้มีความเจริญรุ่งเรืองมาในอดีต

อีกทั้งยังเป็นที่เคารพของศิษยานุศิษย์ตลอดจนลูกหลานชาวอำเภอพนมไพรตลอดมา

จากการที่ วัดกลางอุดมเวทย์ เป็นวัดที่มี ปูชนียสถาน

ปูชนียวัตถุ และโบราณวัตถุมากมาย ทั้งยังเป็นวัดที่มีประวัติความเป็นมาที่เก่าแก่น่าศึกษาที่เราท่านทั้งหลายน่า

จะให้ความสนใจและช่วยกันดูแล บำรุงรักษาไว้เพื่อเป็นมรดกทางวัฒนธรรมแก่อนุชนรุ่นหลังสืบต่อไป

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กิจกรรมจิตอาสา โครงการรวมน้ำใจให้ทหารกล้า 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้



ความเห็น (0)