คิดการใหญ่ไม่ออก


หลักการทำงานสำคัญที่ฉันยึดถือมาโดยตลอดคือ การต้องตั้งเป้าหมายงานที่จะลงมือนั้นให้ชัดเจน

เป้าหมายสำคัญที่ฉันวาดแผนไว้ในใจเมื่อมารับงานใหม่นี้ ตัวฉันเองยังรู้สึกเลยว่ามันใหญ่โตกว่าที่เคยทำงาน กว่าที่เคยตั้งเป้าหมายที่ผ่านๆ มา การวางแผนงานที่ยังขาดปัจจัยประสบการณ์คลุกคลีงานและร่วมสร้างงานกับทีมงาน จึงทำให้เป้าหมายใหม่นี้ ดู “ลางเลือน” บวกความรู้สึกที่เกิดจากทีมงานบางคนที่ “ขอ...ลองของ” และอีกบางคนที่ปฏิเสธหัวหน้างานอย่างฉันว่าคือ “เลอะ...เลือน”
 

เป็นอุปสรรคด่านแรกที่ต้องฝ่าฟันไปให้ได้!

ปีแรกการทำงาน ฉันบันทึกเล่าไว้หลายเรื่อง เมื่อย้อนกลับไปอ่าน ฉันเห็นพัฒนาการของเด็กแบเบาะ ค่อยๆ โตเตาะแตะ เดิน และบางครั้งมีเผลอวิ่ง จนได้รับความบาดเจ็บ เป็นธรรมดาการบริหารจัดการงานในตำแหน่งหน้าที่ งานในภาระของคนสร้างคน สร้างผลงาน

บันทึก ใน บันทึกเรื่องดี บัญชีมีสุข (เพราะน้ำท่วม เราจึงมีเรื่องดีๆ ร่วมกัน / ไดอารี่วิถีงาน / ภาวะผู้นำฉบับชัด กระฉับกระเฉง / งานเครือข่ายนักประชาสัมพันธ์เริ่มต้นใหม่อีกครั้งแล้ว / เมื่อฉันรับมือกับงานประจำ / เมื่อผู้ใหญ่ตีกลอง(เชิญประชุม) / เบื้องลึกความสุขเล็กๆ / เทคนิคการทำงานเป็นทีมสไตล์ดาวลูกไก่สร้างได้ / ช่วยด้วย ฉันกำลังจะจม ...)

ฉันเริ่มศึกษาค้นหาคำสำคัญ (Keyword) ในวิสัยทัศน์ของหน่วยงานแม่ (กองกลาง) ทบทวนวิสัยทัศน์ปัจจุบันของงานประชาสัมพันธ์ และปรับหางเสือให้การทำงานมุ่งหน้าสู่เป้าหมาย ด้วยเครื่องมือและกระบวนการที่สอดคล้อง ได้แก่ เรื่องการใช้เทคโนโลยี และ การทำงานเป็นทีม ส่วนพันธกิจของงานนั้นทิ้งไว้ก่อนเพราะทำในหน้าที่นั้นให้ดีที่สุดจึงค่อยปรับขยายเพิ่ม

ฉันศึกษาโครงสร้างและการแบ่งสายงานภายในงาน ภายใต้คำแนะนำ/การปรึกษาหารือ การร่วมวิเคราะห์โอกาสและความเป็นไปได้ในทำให้งานมีการเจริญเติบโต จากทีมผู้บริหารที่กำกับดูแลภารกิจงานประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัย และเราพบว่า โครงสร้างมีจุดอ่อนที่ไม่น่าจะทำให้เราขยายภารกิจ ขยายเพิ่มทีมทำงาน ให้สอดคล้องกับทิศทางการบริหารงานขององค์กรได้ เลย

แต่จะทำอะไรได้ในเวลาแรกเริ่มรับผิดชอบภาระงาน

ฉันให้เวลากับการเก็บข้อมูล ผ่านการสนทนาถามไถ่เรื่องงานประจำในหน้าที่ของผู้ปฏิบัติงานทั้ง 9 คน ฉันพบปัญหาสำคัญที่สุดคือ เรื่องการจัดสรรมอบหมายงานอันไม่เท่าเทียม ไม่ยึดตามสายวิชาชีพที่ร่ำเรียนกันมา ต่างคนต่างไม่รู้ว่าใครทำงานอะไร อยู่ส่วนใดของการเป็นต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ การทำงานแบบต่างคนต่างทำ หัวหน้ามอบหมายงานให้ใคร ก็เป็นงานของใครของคนนั้นทั้งที่ไม่มีความถนัด ดูเป็นลางร้ายที่จะทำนายอนาคตได้เลยว่าใครจะเชี่ยวชาญชำนาญในงานอะไรสำหรับใช้ในการต่อรองความเจริญเติบโตเป็นผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพ ไม่เคยทบทวนงานที่ทำไปแล้ว ไม่เคยรู้ว่าผลงานที่ดีๆ ที่เกิดจากการกระทำเป็นอย่างไร และไม่รู้ทิศทางของเป้าหมายการทำงานที่ต้องมีการพัฒนาให้ดีขึ้น ดีขึ้นไปเรื่อยๆ

แล้วจะทำอย่างไร หลักการทำงานเป็นระบบไม่มี หรือมีแต่ไม่ชัดเจน ไม่มีการนำเสนอตรวจสอบประเมินผลงานอันน่าภาคภูมิใจเป็นขวัญกำลังใจของคนทำงาน (เพราะฉันเคยมองอย่างคนนอก และฉันเห็นผลงานของหน่วยงานที่ผลิตออกมาอย่างต่อเนื่อง ได้รับการตอบรับโดยสม่ำเสมอ อันทำให้ฉันภาคภูมิใจทำให้เข้ามารับงานใหม่นี้) ยังไม่รวมเรื่องสายการบังคับบัญชาที่ควรจะมีบ้างในงาน ใครใคร่ทำอะไรทำ จะไปไหนไม่ต้องบอกกล่าวบอกลาผู้บังคับบัญชา หนักกว่านั้นคือการซุกซ่อนใบเซ็นชื่อมาทำงาน (เรื่องตกใจสุดขีด คือช้อคมาก เพราะฉันมาจากที่ที่มีระบบระเบียบสุดขั้ว)

ทำอะไรไม่ได้เลยในปีแรก!

แต่ก็ทำ 2 เรื่อง คือ

  1. การตรวจสอบผลการดำเนินงานด้านการเผยแพร่ข่าวสารมหาวิทยาลัย เพื่อตอบโจทย์ให้ได้ว่าทีมงานทำงานไปเพื่ออะไร ได้อะไร และรู้ว่าจะต้องทำอะไร รวมทั้งให้ได้รู้เขารู้เรา (สถาบันการศึกษาอื่นมีทิศทางการทำงานอะไร) แต่ที่สำคัญที่สุดคือ การสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานของทีมงาน
  2. ร่างแนวคิดเพื่อเสนอขอปรับปรุงโครงสร้างงาน (โดยไม่คาดหวังว่าจะเกิดขึ้นได้ในช่วงระยะเวลา 4-5 ปีที่ฉันยังอยู่ในตำแหน่ง ) แต่เพื่อให้ได้รับอัตรากำลังเพิ่มขึ้น เป้าหมาย จาก 9 เป็น 11 รองรับภาระงานใหม่และทดแทนผู้จะเกษียณงาน

 

บันทึกต่อไป

-ทำให้ครบวงจรงานประชาสัมพันธ์ (สื่อสิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง)

-ฝันอยากโตไปเป็นศูนย์สื่อสารองค์กร

คำสำคัญ (Tags): #ประชาสัมพันธ์
หมายเลขบันทึก: 608472เขียนเมื่อ 16 มิถุนายน 2016 15:33 น. ()แก้ไขเมื่อ 30 มิถุนายน 2021 15:21 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (2)

คิดใหญ่ ทำเล็ก โบราณว่า "เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ ทำทีละอย่าง ครับ"

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์ JJ

ปีแรกในงานนี้ ทำสองอย่าง มากไปไหมคะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี