เพราะเด็ก...ก็คือเด็ก :) (17/05/59)

17/05/59

สวัสดีวันอังคาร… วันที่สองของครูพลอย

ทำเวลาได้ดี… เช้านี้ตื่นขึ้นมาเวลาเดิม 6.15 น. รีบลุกอย่างรวดเร็ว ทุกอย่างเตรียมไว้หมดแล้วตั้งแต่เมื่อคืน คือ ชุดนักศึกษาติดเข็มเรียบร้อย กระเป๋าที่บรรจุแผนและแบบฝึกหัดสำหรับนักเรียนชั้นป.4/1 ที่จะเจอกันคาบแรกวันนี้ ภาระงานต่าง ๆ รวมกันในถุงผ้าที่หนักมากๆ ของครูพลอย วันนี้แบกคอมไปด้วยดีกว่า ในใจคิดว่าช่วงบ่ายมีเวลาจะนั่งทำแผนไว้เลยดีกว่า วางแผนทั้งหมดไว้แล้ว เช้านี้เลยจัดการตัวเองทันในเวลา 7โมงเช้าออกห้องเช่นเคย เช้านี้เรากับกรทิพย์ตะเวนหาร้านข้าว ในที่สุดเราก็ได้ที่ทานร้านใหม่ แต่…เมนูเดิม เจอร้านข้าวมันไก่เหมือนเดิม แต่ถ้าเทียบกับเมื่อวานแล้ว อยากจะเทคะแนนให้ร้านเดิมมากกว่านะจ๊ะ J เริ่มทำเวลาได้ดี และระหว่างทางไปโรงเรียนสายตาก็สอดส่องร้านข้าวร้านต่อไปที่จะมากินในวันพรุ่งนี้ พบร้านใหม่ แต่เมนูเดิมเช่นเคย ... สุดท้ายแล้วบทสรุปเรื่องร้านข้าวนในตอนเช้า คือ มีแต่เมนูข้าวมันไก่ 3 ร้าน เลือกได้ตามสบายเลยค่ะ 55555

ทางเลือกที่ดีกว่า … วันนี้หาทางเข้าโรงเรียนทางใหม่ เนื่องจากโรงเรียนของเรากว้างมาก ทางเข้ามีทุกทิศทางจึงเข้าทางใหม่ แต่เหมือนว่าทางเดิมจะดีกว่า ทางใหม่ต้องผ่านนักเรียนมากมาย ซึ่งดูท่าจะไม่สมควรเพราะมันเข้าคนละทิศกับโรงจอดรถเลย ฉะนั้น…พรุ่งนี้เข้าทางเดิม ถึงจะอ้อมหน่อยแต่ดีกว่าก็ทำไปเถอะนะ (ชีวิตก็เช่นกัน)


เตรียมความพร้อม… เช้านี้เช่นเคยเหมือนเมื่อวาน ครูพลอยมีสอนในคาบที่ 1และ2 วันนี้ไม่เหมือนกับเมื่อวานตรงที่จะได้สอนจริง โดยต้องให้การสอนดำเนินไปได้ในระยะเวลาที่เรากำหนด จึงต้องเตรียมพร้อม เช้านี้จึงขึ้นไปเตรียมของที่จะสอน เผื่อว่าคาบแรกเด็กขึ้นมาเราจะได้อยู่ที่ห้อง อุปกรณ์พร้อมที่จะสอนไม่ให้เสียเวลา เป็นการวางแผนที่คิดไว้ … เตรียมของ ใบงาน แต่ดันลืมหนังสือ ไว้ชั้น4 ห้อง 5/2 เนื่องด้วยใส่คัชชู เท้าเป็นแผลจากเมื่อวาน จึงตัดสินใจว่าไม่เอาหนังสือแล้ว เมื่อวานลองสอนป.4/2 ยังไม่ได้ใช้หนังสือเลย ดูของนักเรียนน่าจะได้ ครูพลอยเลยไม่เอาแล้วค่ะ 555

ยิ้มในใจครั้งที่ 1 … เช้านี้คุมเวรประจำสีเช่นเคย มาทันตอนเด็กๆเริ่มแบ่งกันตามจุดสี ฝ่ายวิชาการยังไม่ได้แบ่งสีเวรรับผิดชอบ แต่เมื่อวานแบ่งแค่เวรประจำวัน ดังนั้นวันนี้ครูพลอยและครูกรขอประจำสีเดิมสีม่วงนั่นเอง …กิจกรรมเดิม คือให้นักเรียนเก็บกวาดทำความสะอาดลาน เก็บเศษใบไม้กองไว้เป็นกอง ๆ วันนี้ไม่มีรถเข็นเก็บเศษใบไม้แต่เป็นเข่งใหญ่ ๆ สีเขียว ทำให้นักเรียนต้องเก็บไปทิ้งหลังโรงเรียนอันไกลโพ้น นาน และหลายครั้งหน่อย แต่ที่ประทับใจคือเด็กหญิงไม่แน่ใจว่าอนุบาลหรือ ป.1 ตั้งใจเก็บมากองรอพี่ ๆ ซึ่งเป็นตัวอย่างให้พี่ ๆ ได้ไม่จำเป็นว่าตัวจะเล็ก อายุจะแค่ไหน แต่บางสิ่งมันน่าประทับใจสำหรับบางคนนะ J สำหรับเรื่องที่ทำให้ครูพลอยยิ้มในใจ ก็คือเด็กชายม่อน นักเรียนใหม่คนเมื่อวาน ที่ไม่เหมือนเมื่อวานแล้ว ไม่เหมือนเมื่อวานเพราะวันนี้เด็กชายม่อนดูสดใส ร่าเริงต่างจากการเป็นนักเรียนใหม่เมื่อวาน วิ่งเข้ามาหาครูพลอยและบอกว่าครู พลอย สวัสดีครับ ครูพลอยรู้สึกดีใจที่เด็กจำได้ ยิ้มเล็กๆ ในใจจริง ๆนะ เราก็จำชื่อได้ไม่กี่คน การที่รู้จักชื่อนักเรียนถือเป็นอะไรที่ได้กำไร เพราะเราสั่งได้ เด็กก็จะเชื่อฟังกว่าการที่เราเรียกแค่ นายนั้น นายนี้ หรือเธอๆ แบบนั้นนมันควบคุมไม่ค่อยได้เลย วันนี้เลยสั่งนายม่อนไปเอาไม้กวาดที่เดิมมากวาดได้ ถือเป็นเรื่องที่ครูพลอยยิ้มในใจได้เลยนะ J การเก็บกวาดแต่ละครั้งอาจไม่ต้องทำให้สะอาดจนหมด แต่จุดประสงค์ของเราคือการที่ให้เด็กได้บำเพ็ญประโยชน์ ได้ปลูกฝังจิตสำนัก ว่าต้องช่วยกันดูแล เด็กเก็บใบไม้ไม่หมดแต่เด็กได้ฝึกแบ่งเบาภาระลุงภารโรงไปแล้วนั่งเอง J …


เพื่อนเพิ่ม ความตลกก็เพิ่มขึ้น… วันนี้เป็นวันแรกที่เพื่อนมหาลัยเดียวกันจะมา เนื่องจากเมื่อวานในมอมีปฐมนิเทศ เจอเพื่อนเอกพละตอนเก็บของชั้นบนครั้งหนึ่งแล้ว เราก็ทักทายกันและ เราชอบพูดคำเมืองจ้า พูดเมืองเรื่อย ๆๆๆๆ แต่เพื่อนตอบกลับมาเป็นภาษาไทย ดูเหมือนว่าเพื่อนจะใหม่ใช่คนเมืองแล้วล่ะ ครูพลอยผู้ซึ่งมาก่อนเมื่อวานเลยบอกเพื่อนว่า รอครูวิชาการมานะตัวจะได้รู้ว่าสอนคาบไหน คุยกันนานสักครู่ ครูก็ลืมถามชื่อเพื่อนคนนี้ค่ะ 555 มารู้ทีหลัง ชื่อแตงกว่านะจ๊ะ หุ่นดีมากๆ J ส่วนเพื่อนอีกคนเป็นเพื่อนที่เพิ่งรู้จักก่อนหน้านี้ วันนี้มาคุมเวรช่วยสีม่วง พวกเราเรียกกันว่า ไมเคิ้ล เพราะชื่อเฟซบุ๊คเป็นแบบนั้น แต่ความจริงแล้วเพื่อนคนนี้ชื่อโฟน เป็นคนพูดจาตลก หน้าก็ตลก มีประโยคหนึ่งที่เพื่อนพูดแล้วอดขำไม่ได้ โรงเรียนเรามีพระมาสอน 2 รูป แต่ไมเคิลเรียกท่านว่า หลวงพี่ 2 องค์นี่หายไปไหน (เวอร์ชั่นภาษาเมือง)เรากับกรทิพย์หัวเราะดังมาก 5555 เพื่อนเรียกตลก ครูพลอยต้อนรับเพื่อนใหม่ด้วยการบอกว่า ไมเคิลเวลามาถึงโรงเรียนแล้วตัวต้องไปไหว้พระอาจารย์ก่อนนะ ท่านอยู่ห้องอาเซียนอะ ตัวเดินไปไหว้เลยตอนนี้ ว่าแล้วไมเคิลก็ฝากกระเป๋าแล้วเดินไปด้วยความมั่นใจ เรากับกรทิพย์หัวเราะดังมาก รอดู… สุดท้ายไมเคิลไปไหว้จริงๆค่ะ 55555 ตลกมากๆ แต่ก็คิดอีกมุมคือให้เพื่อนได้สร้าง first impression นั่นเอง (ใช่เหรอ) 5555 จากนั้นครูเวรก็เรียกเข้าแถว…

ร้อนเท่ากัน ว่าด้วยเรื่องของการเข้าแถววันนี้ก็ร้อนนะคะ แต่ร้อนน้อยกว่าเมื่อวานหรือเปล่า หรืออาจจะเริ่มชินแล้วก็เป็นได้ วันนี้คุมเด็กชั้น ป.5 เช่นเคย แต่ได้คุมเหมือนคุมจริง ๆ เพราะสนใจเด็กทุกคนเลย แต่ครูพลอยคงต้องโหดกว่านี้มาก ๆ เพราะดูเหมือนเด็กจะไม่กลัวครูเลยค่ะ แต่ครูทุกคนก็ไม่ได้อยู่ในที่ร่มนะคะ ส่วนมากออกมาคุมแถว และร้อนเท่ากัน J ครูเวรก็พูดจบนักเรียนแยกย้ายไปนั่งใต้อาคาร…

ยิ้มในใจครั้งที่ 2 …. นักเรียนป.4-6มาเข้าแถวใต้ถุนอาคารเหมือนเมื่อวาน แต่ครูทุกคนยังไม่มี มีแต่ครูพลอยคนเดียว สิ่งหนึ่งคือ ครูใหม่ต้องควบคุมนักเรียนทั้งหมดให้นั่งเป็นแถวให้เรียบร้อย สำหรับบางคนอาจจะง่าย แต่สำหรับครูพลอยคืองานหิน เพราะทำเมื่อไหร่ ส่วนมากเด็กก็ไม่ค่อยฟังเราเท่าไหร่ แต่วันนี้แอบยิ้มในใจ เพราะเด็กเชื่อฟังและไม่เสียงดัง ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมรู้สึกดีใจ 5555 ครูท่านอื่นมาแจ้งข่าวว่า ตอนเช้าจะยังไม่ให้นักเรียนขึ้นอาคาร จะมีชั้นวางกระเป๋าให้แล้วให้รอเข้าแถวเลย เวลาก็ล่วงเลยคาบสอนครูพลอยไปนิดหน่อยค่ะ ไม่มากนะ แค่ 20นาทีเองค่ะ 55555 และเราก็พาเด็ก ๆ 4/1 ขึ้นชั้นเรียนพร้อมกันไปเลย เด็ก ๆดีใจจะได้เรียนกับครูพลอย :D

ไม่ต้องอาย… และแล้วคาบแรกก็เริ่มอย่างจริงจัง รู้สึกไม่ตื่นเต้น แต่ก็ยังเรียบเรียงคำพูดไม่ถูกสักที แต่ยังดีว่าเป็นแค่ตอนเริ่มต้น บางทีพูดไปก็รู้ว่าพูดสลับคำ ในใจก็ตลกตัวเองแต่ต้องทำขรึมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เดียวเด็กจะไม่เกรงครูใหม่ 55555 การสอนดำเนินไป โดยคาบนี้เน้นทบทวนให้เด็กได้ตอบและทำไปพร้อม ๆ กันในห้องแต่ได้ทำเองข้องที่เหลือ จากการประเมินจากการสังเกตคิดว่าพื้นฐานเด็กดี สามารถเข้าใจได้ไว แต่เนื่องจากแผนแรกของเราค่อยข้อซับซ้อน บางคำสั่งต้องอธิบายหลายครั้งกว่าเด็กจะเข้าใจ เราจะคิดว่าต้องปรับให้คำสั่งง่านกว่านี้ … เมื่อเด็กคนไหนไม่เข้าใจ จะยังไม่กล้ายกมือ ประโยคฮิตในคาบนี้คือ ..”หนูไม่ต้องอาย อยากให้ครูอธิบายเพิ่มเติมตรงไหน ในส่วนนี้… เข้าใจหรือไม่ ” เพราะจำได้ว่ารองอรพิณเคยบอกว่าอย่าถามว่า ใครไม่เข้าใจบ้าง เป็นประโยคที่ไม่ค่อยสร้างสรรค์มากนัก การสอนคาบแรกดำเนินไปได้ด้วยดี…

เริ่มคุ้นเคย สวัสดีอีกครั้งเด็ก ๆ ป.4/2 ต่อกันเลยสำหรับคาบที่ 2 ต่อจากเมื่อวานที่ให้การบ้านในขั้นนำไปแล้ว เด็กๆเอามาเกือบทุกคนแต่มี 3คนที่ลืมเอามา หน้าบุญครูพลอยมีใบงานเหลือ เพราะวันนี้ต้องได้ทำในใบงานเดิม ดังนั้นเด็กชายทั้ง 3 คนที่ลืมเอามาก็ได้ทำลงในใบงานใหม่ไปก่อนและค่อยแม็กใหม่ การสอนห้องนี้ถือว่าโอเค เด็กมีพื้นฐานดีเช่นกัน และดำเนินไปแบบสบาย ๆ เพราะป.4/2 ได้ขั้นนำเมื่อวานก่อนแล้ว เร็วกว่า 4/1 เลยได้ส่งใบงานภายในคาบ ขาด 1 คนที่ไม่ได้ส่ง และพบว่า การส่งงานคือควรทำให้เสร็จใรคาบและส่งพร้อม ๆ กัน จะได้ไม่ไปส่งทีหลัง ซึ่งเป็นโอกาสน้อยที่เด็กจะเอามาส่ง :’(

ตรวจสิคะ รออะไร …จากการตรวจใบงานของนักเรียน4/2 พบว่า ร้อยละ 98 นักเรียนทำถูกทั้งหมด แต่อีก ร้อยละ 2ที่เหลือคือ ปัญหาสะกดคำผิด เช่นคำว่าหมื่น เขียนเป็นหมื่อ และมี1คนที่เขียนคำว่าบาทต่อท้ายเสมอ สิ่งหนึ่งที่สงสัยคือ ถ้าเด็กเขียนผิดต้องเขียนแก้ให้ทั้งหมดทุกที่ที่แก้แบบเดียวกันเลยไหม แต่คำถามก็คงต้องถามครูท่านอื่น ๆ นั่งตรวจไป แต่ใจอยู่ที่เตียงแล้ว ง่วงมาก ๆเลยค่ะ แห่ะๆ

พักเที่ยงกันเถอะ วันนี้อาหารของเราดาไม่ยาก เพราะกลิ่นมันคุ้นมาก เหมือนตอนประถม 55555วันนี้ไม่ค่อยหิว หลังทานข้าวก็ปิดท้ายด้วยเงาะ เช่นเคยบอกเรานั่งทานที่ม้าหินอ่อนข้าง ๆโรงอาหารพร้อมกับครูทุกคน เรื่องสำคัญในเที่ยงนี้อีกเรื่องคือได้เปลี่ยนวิชาสอนจากประวัติศาสตร์เป็นอาเซียน คิดว่าเราน่าจะทำได้นะ สู้ ๆ เอาเนาะ

เราเกือบท้อนะ แต่เราก็จะไม่ยอมถอย เรื่องมีอยู่ว่า ภาคบ่ายวันนี้ครูไปธนาคารเพราะเป็นฝ่ายธนาคารโรงเรียน ครูพลอยคุมห้องให้ได้ค่ะ เพราะว่างแล้ว จึงเอาคอมมาทำแผน ครูแต่ละวิชาในภาคบ่ายก็เข้ามาสอน หน้าที่ครูพลอยคือคุมเด็กให้นั่งกับที่เงียบ ๆ รอครูวิชาถัดไปมาสอน ยากพอตัว เพราะเด็กเสียงดังกันมาก ซนอย่างกับลิงแหนะ 555 คาบแรกตอนบ่ายเรียนนาฏศิลป์ และถัดไปเป็นครูน้ำหวาน ครูแต่ละคนก็สอนแตกต่างกันไป ครูพลอยนั่งหลังห้องทำแผนแต่หูก็ฟังครูคนอื่นสอน ซึ่งเทคนิค หรือคำพูดดี ๆ ที่เป็นตัวอย่างได่เราก็จะเก็บไว้ แต่เรื่องมันเกิดขึ้นตอนหลังจากคาบที่สอง เมื่อเราโฮมรูม โดยการจับสลากเวร 5วัน เวรละ6คน แต่การควบคุมชั้นเรียนวันนี้เป็นไปได้ยาก ยากมาก ๆ เพราะเด็กวิ่งเล่นกันเต็มห้อง เสียงดังมาก ๆ ครูพลอยควบคุมโดยการให้นั่งสมาธิ แต่ก็เงียบแค่เดี๋ยวเดียวก็เสียงดังกันอีก จนเราเจ็บคอและเหนื่อยแล้ว มาสงบสติอารมณ์พี่โต๊ะ ครูขอพักยกก่อน เดี๋ยวครูไปสู้ต่อ และแล้วก็ต้องไปสู้ต่อ โดยเอาคนที่เสียงดังที่สุดหรือหัวโจกในห้องมาเป็นตัวแทนควบคุมเพื่อน ๆ โดนครูเป็นคนสั่งให้เขาพูด และก็ช่วยได้มากเช่นกัน เพราะเด็กก็คือเด็กจากนั้นก็มีเลือกหัวหน้าห้องกันต่อ เสนอมา5 คน และเราก็ได้หัวหน้าห้อง รอง และเลขา สมใจเด็ก ๆ J แต่ระยะเวลาที่สู้รบปรบมือกับเด็ก ๆ คือเหมือนดูดพลังครูไปทั้งหมดที่ได้สั่งสมมาของวันนี้เลยค่ะ ข้อคิดที่ได้ :การกระทำและคำพ๔ดเอาคืนไม่ได้ เราทำเราพูดไปแล้ว ก็จะฝังในใจเด็ก นี่คือข้อคิดที่ได้จากโรงเรียนเดิม ที่ไปทุกศุกร์ การควบคุมอารมณ์สำหรับเราค่อนข้างยาก แต่ทุกครั้งมันก็ผ่านไปได้ ครั้งนี้ยังดีกว่าครั้งเดิม ค่อยๆหัดใจเย็นไปก็แล้วกันนะครูพลอย ^^ วันนี้ทุกช่วยกันทำเวรก่อนพรุ่งนี้เริ่มทำเวรตามวันได้ และแยกย้ายกันกลับบ้านด้วยความสลบ เอ้ย ! สงบค่ะ 5555

…เย็นนี้กลับห้าโมงกว่าเกือบหกโมง เพราะนั่งระลึกเขียนบันทึกgotoknow นานพอควรจะเสร็จแล้ว โหลดภาพแนบภาพสุดท้าย เผลอกดย้อนกลับ แม่เจ้า ที่หนูทำมาหายหมดเลยค่ะ #ร้องไห้หนักมาก แหะๆ สรุปว่าบันทึกนี้เป็นบันทึกที่ละเอียดว่าอันเดิม เพิ่มเติมคือยาวมาก J

วันนี้ได้เรียนรู้อะไรมากมายจริงๆ ขอบคุณวันนี้ ครูพลอยจะยิ้มในวันพรุ่งนี้นะ J

#ทีมทุ่งฟ้าบด


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของนางสาวพลอยณิชชา เศรษฐปิติวงศ์...(ภาคเรียนที่ 1/2559)



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

เมื่อเวลาผ่านไป ลองกลับมาอ่านสิ
น่าประทับใจทุกตอน ;)...

ชอบคำสอนของรองฯ นะครับ

สู้ สู้ คุณครูพลอยของเด็ก ๆ ;)...

เขียนเมื่อ 

เด็กวันนี้ คือ ผู้ใหญ่ในวันหน้า

สู้ สู้ ๆ ทีมทุ่งฟ้าบด

ใจเย็นๆ ทุกอย่างคือการเรียนรู้ค่ะลูก