ประสบการณ์การสรรหาคนทำงาน: กรณีบริบทที่เปลี่ยนแปลงของคนขับรถบรรทุก

การสรรหาคนทำงาน (Recruitment) ถือเป็นส่วนงานหนึ่งของการจัดการทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Management) ที่ปรากฎตัวขึ้นในทศวรรษที่ 1960 แต่มิใช่ว่าการสรรหาคนทำงานได้เริ่มต้นขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว ดังที่ในประวัติศาสตร์ของมวลมนุษย์ มนุษย์ได้ใช้แรงงานคนมาตั้งแต่การรวมกลุ่มและปกครองโดยกลุ่มชน แต่คัดเลือกคนทำงานตามถนัดและชำนาญเฉพาะ โดยพิจารณากายภาพเป็นสำคัญ เช่น เพศ อายุ กล้ามเนื้อ เป็นต้น

ในทศวรรษ 1960 การสรรหาคนทำงาน จึงมีการพัฒนาและจัดแบ่งออกเป็นสองทางสำคัญ คือ การสรรหาจากภายใน (Internal Recruitment) กับการสรรหาจากภายนอก (External Recruitment) ซึ่งคนทำงานในกลุ่ม White-Collar อาจเลือกใช้วิธีการสรรหาจากภายในได้ดี แต่ทางตรงข้ามในกลุ่ม Blue-Collar อาจจำเป็นต้องสรรหาคนทำงานจากภายนอก เพราะเป็นกลุ่มคนที่มีการลาออกจากองค์การในอัตราที่สูงและมักเป็นการลาออกที่เป็นสาเหตุที่ควบคุมไม่ได้

ในกลุ่มคนขับรถบรรทุก แต่เดิมองค์การต่างๆ มักเข้าใจว่า กลุ่มคนเหล่านี้ไม่สามารถอ่านออกและเขียนได้ ส่งผลให้การสื่อสารและทำความเข้าใจมีปัญหาและไม่สอดรับกับงานที่ทำ แต่ในความเป็นจริงแล้ว กลุ่มคนขับรถบรรทุก แสดงภาพลักษณ์ (Images) ที่เปลี่ยนแปลงจากเดิมอย่างสิ้นเชิง และเรื่องของชนชั้นทางสังคมที่เคยมีมาแต่เดิมได้ลดช่องว่างลงแทบทุกวี่วัน เนื่องจาก พลวัตสามประการที่กล่าวต่อไปนี้

ประการแรก ปรากฎการณ์ (Phenomenon) อย่างโลกาภิวัตน์ (Globalization) ที่ขยายตัวอย่างมากในทศวรรษที่ 1990 ส่งผลให้แรงงานต่างเชื่อมโยงและมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างทั่วถึงทั้งโลก

ประการที่สอง เครื่องมือ (Instrument) เทคโนโลยีได้แพร่ขยายตามโลกาภิวัตน์ แต่ได้ขยายตัวอย่างมากในสังคมไทยและกลุ่มคนขับรถบรรทุก ในระยะสองปีผ่านมานี้ ดังที่ปรากฎให้เห็นจาก Smartphones สามารถเข้าถึงกันได้ง่ายขึ้น เนื่องจาก มีราคาที่ถูกลง ประกอบกับค่าบริการอินเทอร์เน็ตถูกลงด้วยเช่นกัน

ประการที่สาม พื้นที่ (Sphere) อาทิ Facebook และ Website หางาน ได้กลายเป็นพื้นที่ที่ทำให้นายจ้างกับลูกจ้างมาพบปะระหว่างกัน โดยตกลงผลประโยชน์ร่วมกันผ่านสื่อเครือข่ายไร้สายเช่นนี้ได้ ประกอบกับพฤติกรรมการบริโภคนิยมได้ขยายตัว โดยเฉพาะ Mcdonaldization ที่ครอบคลุมไปทั่วทั้งโลก

จากปัจจัยทั้งสามประการ การขยายตัวของเทคโนโลยีจึงมีผลกระทบต่อบริบทของการสรรหาคนทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป ดังที่คนขับรถบรรทุกสามารถเข้าถึงได้เป็นส่วนมาก ดังที่ปรากฎให้เห็นถึงการสร้างกลุ่มคนขับรถบรรทุกขึ้นใน Facebook และใช้เป็นช่องทางอัพเดทข่าวสาร การจราจร และรับสมัครงาน

เมื่อพิจารณาให้ถี่ถ้วนแล้วนั้น องค์การที่ระบุดัชนี้ชี้วัด (KPIs) ที่ออกแบบการวัดผลตามจำนวนที่สรรหาคนทำงาน โดยที่ระยะเวลาทุกช่วงเวลาในรอบปีเท่ากันนั้น จึงมีการออกแบบที่ขาดการทำความเข้าใจและวิเคราห์ตลาดแรงงาน

ด้วยเหตุที่ ตลาดแรงงานมีจำนวนแรงงานไม่เท่ากันตลอดทั้งปี ประกอบกับกลุ่มคนขับรถบรรทุกตามแต่ละภูมิภาคมีจำนวนไม่เท่ากัน อาทิ คนขับรถบรรทุกบางคนอาจจำต้องหยุดขับรถและกลับไปทำเกษตรกรรมตามฤดูกาล สะท้อนให้เห็นว่า คนทำงานที่มิใช่ White-Collar หรือชนชั้นกลางในเมือง ย่อมต้องนำสภาพแวดล้อมและบริบทที่มีลักษณะเฉพาะมาร่วมออกแบบตัวชี้วัดด้วย

ดังนั้น การทำงานจำเป็นต้องใช้หลักการมาวิเคราะห์กับสภาพแวดล้อมและบริบทด้วย ในทางตรงข้าม ประสบการณ์ที่มีลักษณะจากบริบทย่อมมีความสำคัญเช่นกัน การละทิ้งหรือเพิกเฉยอย่างใดอย่างหนึ่งย่อมไม่สามารถเข้าใจสภาพความเป็นจริงได้อย่างสมบูรณ์


กฤษฎา ธีระโกศลพงศ์

2 พฤษภาคม 59

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกเล่มหนึ่ง



ความเห็น (0)