ชัยชนะของทุนนิยมกับความถดถอยของวันแรงงานสากล

ชัยชนะของทุนนิยม อุดมการณ์ของวันแรงงานสากลได้ตายจากไปแล้ว .. วันของพวกกลุ่มคนเพ้อฝัน (Socialist Dream)

แรงงานเมื่อย้อนกลับไปปลายศตวรรษที่ 19 ณ ช่วงเวลานั้น เกิดความขัดแย้งระหว่างแรงงานกับนายทุนในภาคพื้นยุโรปตะวันตก กระทั่งกลายไปสู่ความรุนแรง และช่วงเวลานั้นอิทธิพลทางความคิดฝ่ายซ้ายได้เข้าถึงหมู่แรงงานได้ทั่วถึง หมายความว่า วันแรงงานสากลครอบคลุมเพียงแรงงานในระบบ มิได้รวมถึงแรงงานนอกระบบ ซึ่งช่วงเวลานั้น คือ แรงงานในสถานประกอบการหรืออุตสาหกรรมนั้นเอง

เมื่อพิจารณาถึงกลไกของทุนนิยม ได้ทำงานในเชิงควบคุมและป้องกันมาโดยตลอด ดังที่ปรากฎให้อย่างเป็นรูปธรรม คือ Elite จากประเทศต่างๆ ได้เห็นพ้องกัน เพื่อยกระดับเป็นวาระของโลก (Global Agenda) และปรากฎเป็นรูปธรรมอย่างการก่อตั้งองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ทั้งที่ก่อนหน้านี้ เคยมีการก่อตั้งองค์การแรงงานจาก Mass แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จ เพราะผลประโยชน์ไม่ลงรอยกับชนชั้นนำและนายทุนของรัฐต่างๆ

ILO กลับเป็นความเลวร้ายของทุนนิยม เสมือนเป็นกลไกการทำงานหนึ่งของระบบทุนนิยม ขับเคลื่อนผ่านมิติทางแรงงานและสังคม อาทิ กฎหมายและนโยบายที่ครอบคลุมระดับระหว่างประเทศ (International Level) ซึ่งมีผลบังคับใช้ในระดับประเทศ (Domestic Level) ในกรณีที่รัฐให้สัตยาบัน แต่ความเป็นจริงแล้ว รัฐจักรวรรดิ (Empire) ใช้อำนาจครอบงำของโลก และไม่ได้ยอมรับกติกาสากลเช่นนั้น กลับใช้กลไกการทำงานดังกล่าว เอาเปรียบแรงงานในโลกที่สามหรือประเทศกำลังพัฒนา

กระทั่ง เมื่อโลกเข้าสู่ทศวรรษที่ 1980 โลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจ (Economic Globalization) หรือ เสรีนิยมใหม่สุดโต่ง (Hyper-Liberalism) บ้างก็เรียกว่า โลกาภิวัตน์เสรีนิยมใหม่ (Neoliberal Globalization) ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ครั้งใหญ่ของการเปลี่ยนรูปของระบบเศรษฐกิจและการเงินโลก ในทางแรงงานกลับถูกกวาดต้อนเข้าสู่ระบบการจ้างงานภายใต้อุตสาหกรรม แทนที่การผลิตและการค้านอกระบบ ส่งผลกระทบต่อกลุ่มแรงงานหรือสหภาพที่เคยเคลื่อนไหวในอดีตได้กลายเป็นการหลงลืมและไม่มีเวลาเพื่อใช้ในการเคลื่อนไหวในประเด็นต่างๆ เช่น เวลาการทำงาน ค่าจ้าง สภาพแวดล้อมการทำงาน เป็นต้น

เมื่อพิจารณาถึงปัจจุบัน โลกให้ความสำคัญกับประเด็นทางการค้า (Trade) มากเสียไปกว่าแรงงาน (Labour) ดังที่ปรากฎว่า องค์การการค้าโลก (WTO) ธนาคารโลก (WB) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กลายเป็นมีบทบาทนำควบคู่ไปกับจักรวรรดิอเมริกัน (American Empire) ดังที่มาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศ (ILS) กลายเป็นเพียงเครื่องมือสนับสนุนให้แก่การค้าของ WTO เนื่องจาก ความขัดแย้งของแรงงานได้ลดน้อยถอยลง สหภาพแรงงานโลกก็อ่อนแอลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ ILO ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการก่อตั้ง Global Labour University และเปิดหลักสูตรปริญญาโทและอบรมระยะสั้นให้แก่ผู้นำแรงงานทั่วโลกมาพบปะระหว่างกัน ย่อมทำลายอุดมการณ์แรงงานให้สูญสิ้นลง

ในอนาคตนั้น โลกของการทำงาน (World of Work) ยังต้องเผชิญกับความซับซ้อนและการปรับตัวใหม่ อีกนานาประการ เช่น ระบบการจ้างงานที่แทนที่โดย Agency การจ้างงานทำที่บ้าน เวลาการทำงานที่ยืดหยุ่น เป็นต้น ส่งผลให้แรงงานอ่อนแอลง ซึ่งข้าพเจ้ากลับเห็นด้วยกับ Francis Fukuyama ที่ชี้ว่า โลกหลังจากสงครามแห่งอุดมการณ์สิ้นสุดลง ถือเป็นชัยชนะของระบบทุนนิยม หรือ "The End of History" และทางเดียวกันกลุ่ม New Left หรือการเคลื่อนไหว Occupy Movement เป็นเพียงกระแสรองเท่านั้น นอกจากนี้ Joseph Stiglitz ยังชี้ให้เห็นว่า อนาคตแรงงานจะกลายไปสู่ชนชั้นกลาง และไม่มีอีกแล้วชนชั้นแรงงาน เหตุนี้จึงชี้ชัดว่า ระบบทุนนิยมพยายามสร้างให้แรงงานเปลี่ยนแปลงสถานะและสร้างอุดมการณ์ใหม่เพื่อครอบงำฐานความคิดเดิมในศตวรรษที่ 19-20


กฤษฎา ธีระโกศลพงศ์

1 พฤษภาคม 59

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกเล่มหนึ่ง



ความเห็น (0)