มองมุมใหม่งานวิจัยไทยกันเถอะ

โดย วาทิน ศานติ์ สันติ (18/4/2559) เผยแพร่ครั้งแรกที่ facebook บทความไทยศึกษา คติชนวิทยา

#คำเตือน! บทความนี้ยียวนกวนประสาทตามประสานักคติชนรุ่นรับยา เหมาะกับนักวิชาเกินที่รับยาเกินวันละสามเม็ด

งานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์เป็นเรื่องน่าปวดหัว เริ่มตั้งแต่คิดหัวข้อแล้ว บางคนเปลี่ยนสาม-สี่รอบก็ยังไม่ผ่าน อาจารย์ที่ปรึกษาก็จี้ บี้ แกมบังคับจนเราอุจระแตก สมองตัน บ้างก็บอกซ้ำบ้างละ ไม่มีมิติบ้างละ ไม่มีประโยชน์ต่อมนุษยชาติบ้างละ ฯลฯ วันนี้เรามามองงานวิจัยนอกกรอบกันบ้าง เผื่อจะเกิดไอเดียดี ๆ ในการคิดหัวข้อวิจัยกันครับ เริ่มจากรางวัล อิก โนเบลก่อนเลย

รางวัลอิก โนเบล (Ig Nobel Prize) เริ่มมอบในปี 1991 ที่ ฺฮาร์วาร์ด คือรางวัลระดับโลกที่ล้อกับรางวัลโนเบลให้งานวิจัยปะหลาด ๆ เช่นวิจัยว่าหากทำขนมปังทาเนยหล่นด้านที่มีเนยจะสัมผัสพื้นมากที่สุด, การหยุดเลือดกำเดาด้วยหมูหมักเกลือยัดจมูก, การใช้ "ขี้" หมักใส้กรอก, ศึกษาผลจากการลื่นเพราะเหยียบเปลือกกล้วย, ถ้าฟังเพลงในลิฟท์จะมีภูมิคุ้มกันไข้หวัดมากกว่าคนไม่ได้ฟัง, การวิจัยความเจ็บจากการถูกผึ้งต่อยว่ารูจมูก ฝีปากบน และอวัยวะเพศจะเจ็บที่สุด, คนที่นอนตื่นสายเป็นประจำชอบหลงตัวเอง, ขนาดเท้ามีความสัมพันธ์กับขนาดเพศหรือไม่, ปฎิกิริยาของกวางเรนเดียในการเห็นหมีที่ปลอมโดยคน, การใช้สารระเหยจากว่ซาบิในการปลุกคนเพื่อการเตือนภัย, เต่าทองเพศผู้ในตระกูลบูเพรสติด ชอบมีสัมพันธ์ทางเพศกับขวดเบียร์

อย่าว่าแต่งานวิจัยเลยที่แปลก แม้แต่ถ้วยรางววัล อิก โนเบลในแต่ละปียิ่งแปลกกว่า

พี่ไทยก็เคยได้รับรางวัลนี้กะเขาด้วยคือสาขาสาธารณสุข การต่ออวัยวะเพศ

แต่ที่สุดยอดน่าภูมิใจมาก ๆ คือสำนักงานตำรวจฯ ได้รางวัลอิก โนเบล แล้วสองครั้ง คือ การมอบเงินให้ตำรวจในการทำคดีสิบบน การตบมือในที่สาธารณะเป็นสิ่งผิดกฎหมาย อยากเห็นหน้าผู้แทนที่ไปรับรางวัลจัง

ฝรั่งเขาวิจัยอะไรก็เป็นจริงเป็นจังนะ เป็นไปตามระเบียบวิธีวิจัยด้วย แม้เราจะมองว่าไร้สาระก็ตาม ที่แน่ ๆ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนเราควรคิดนอกกรอบ ออกนอกกะลา ฉีกกฎเกณฑ์เดิม ๆ ซะบ้างก็ดี

ผมว่าเรื่องที่คนไทยสงสัยก็สามารถทำวิจัยระดับโลกได้เช่น "ขนตูดมีไว้ทำอะไร" หรือเราจะตั้งชื่อเท่ ๆ ว่า "การผลิตซ้ำ สัญญะ หน้าที่ และคุณประโยชน์อันหาที่สุดไม่ได้ของขนตูด" ผมก็ว่าเก๋ไม่เบา

หรือจะเป็นงานด้านไทยศึกษาก็เรื่องชวนสงสัยน่าค้นหาคำตอบมากมายเช่น "การดื่มสุราเถื่อนกับสุรารัฐ สิ่งไหนทำให้คนมีความสุขมากกว่ากัน" หรือ "พฤติกรรมการสูบบุหรี่ในห้องน้ำแบบนั่งยองกับนั่งแบบเก้าอี้ สิ่งไหนทำให้รสชาติบุหรี่ดีกว่ากัน" หรือ "ทำไมคนไทยต้องเรียกผัดพริกแกงถั่วกับหมูว่า ผัดพริกขิง" หรือ "ศึกษาความอดทนในการอั้นตดคนไทยระหว่างอยู่ในลิฟท์กับอยู่ในโรงภาพยนตร์" หรือ "ศึกษาว่าระหว่างน้ำตกกับทะเล คนไทยชอบฉี่มากกว่ากัน" แค่คิดก็มันแล้วครับท่านผู้อ่านที่รัก

ครั้งหนึ่งผมเคยได้ยินการวิจัยของคนไทยเช่น การศึกษาชีวิตของพ่อค้าไข่ปิ้ง การศึกษาการใช้คำจากฉลากเครื่องสำอาง ว่าแปลกแล้ว แต่พอศึกษามาขึ้น ก็ไม่ได้แปลกอะไรเลย มีประโยชน์ซะอีกหากเราเลือกใช้ประโยชน์จากงานนั้น ๆ

ที่สำคัญคือ อย่ามองความคิดหรือการกระทำของผู้อื่นว่าไม่มีประโยชน์หรือไร้สาระ เพราะไม่ว่าสิ่งไหนก็ตามที่คนอื่นที่มองว่าไร้สาระ หากเราศึกษามันอย่างเต็มที่ เราก็สามารถมองหาประโยชน์จากมันเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ได้เช่นกัน

ในบางครั้งสังคมโลกก็ไม่จำเป็นที่จะต้องวิจัยอะไรที่ยิ่งใหญ่ขนาดเปลี่ยนประวัติศาสตร์ เปลี่ยนความเชื่อ หรือเปลี่ยนโลกมากนักหรอก แค่วิจัยเรื่องที่เปลี่ยนแปลงทัศนคติในด้านลบของตนเองมาเป็นด้านบวกก็พอแล้ว

ปล. ไม่มีอ้างอิง เพราะผู้เขียนเขียนเอามัน

ภาพจาก หาจาก google เยอะเลย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน หัวต่างเท้า



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

มันส์..ดี..นานๆจะได้อ่านแบบนี้บ้าง..ชื่นมื่น..หายแก่ไปเยอะเล้ย..ช่วยกันกดดอกไม้หน่อย..จ้า..มีรูปมาฝากไม่มีใน..กู๋นะ...ช่วยเขียนวิจัยหน่อยนะเอาแบบมันส์ๆ

ขอบคุณยายธีครับ

เขียนเมื่อ 

ชอบครับ มันดีจริงๆ