อาชญากรต่อเนื่อง: คนใกล้ตัวที่มีสองบุคลิก

อาชญากรต่อเนื่อง: คนใกล้ตัวที่มีสองบุคลิก

นัทธี จิตสว่าง

อาชญากรต่อเนื่อง (Serial Crime) โดยเฉพาะกรณีการก่อคดีข่มขืนต่อเนื่อง หรือฆาตกรต่อเนื่องจัดว่าเป็นอาชญากรรมที่แม้ว่าจะเกิดขึ้นนานๆ ครั้งแต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ก่อให้เกิดความหวาดกลัวและหวั่นวิตกต่อคนทั่วไป เพราะอาจจะมีอาชญากรรมแบบเดียวกันในลักษณะพฤติกรรมที่โหดร้าย แบบเดิมต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ นานนับปีทำให้สังคมหวั่นวิตกว่าภัยนี้อาจเกิดขึ้นกับตนเองหรือครอบครัว

อาชญากรต่อเนื่องที่เป็นกรณีของการข่มขืนต่อเนื่องจะสามารถพบได้มากกว่าฆาตกรต่อเนื่องเพราะการข่มขืนส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีพฤติกรรมข่มขืนต่อเนื่องแทบทั้งนั้น หลายคนเคยข่มขืนเหยื่อมาหลายราย (แต่เหยื่อไม่กล้าแจ้งความ) ก่อนที่จะถูกจับซึ่งต่างคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่นานๆ ครั้งจึงเกิดขึ้นอย่างไรก็ตามกรณีถูกข่มขืนต่อเนื่องอาจมีการฆาตกรรมตามมาด้วย เพื่อปกปิดหรือกรณีเหยื่อพยายามต่อสู้ ขัดขวาง

แต่กรณีการข่มขืนต่อเนื่องที่เหยื่อเป็นผู้มีลักษณะพิเศษ เช่น เป็นหญิงชรา หรือเด็กเล็กเป็นคดีที่ไม่เกิดบ่อยครั้งนัก เพราะลักษณะของความผิดแสดงถึงความผิดปกติของอาชญากรในการกระทำที่เบี่ยงเบนไปจากปทัสถาน ของสังคมไทยอย่างชัดเจน ที่น่ากลัวก็คือความผิดปกติดังกล่าวถูกซ่อนเร้นอยู่ภายใน ไม่แสดงออกมาไม่สามารถล่วงรู้ได้จากการคบหาสมาคมภายนอก

ในมุมมองของนักอาชญาวิทยาแล้วคนที่ประกอบอาชญากรรมต่อเนื่องหรือเป็นอาชญากรรมต่อเนื่องส่วนใหญ่ จะเป็นคนที่มีสองบุคลิก บุคลิกหนึ่งจะเหมือนกับคนปกติโดยปกติโดยทั่วไปที่มีครอบครัวมีภรรยา มีลูก มีงานทำเป็นหลักแหล่งมีเพื่อนฝูงที่คบหาสมาคมตามปกติ บางคนไปวัดสวดมนต์เป็นประจำ แต่อีกด้านหนึ่งเป็นผู้มีปมในจิตใจ ที่ต้องระบายออกด้วยการประกอบอาชญากรรมที่จะช่วย คลายปมที่บดบังจิตใจของเขา และจะต้องกระทำต่อเนื่องไปเรื่อยๆ หยุดไม่ได้

ดังนั้น การตามหาอาชญากรต่อเนื่องจึงทำได้ยากกว่าคดีปกติ เพราะอาจเป็นคนที่ใกล้ตัวที่ใครๆ ไม่คาดคิดมาก่อน ไม่มีใครสงสัย ที่สำคัญอาชญากรต่อเนื่องจะเป็นผู้ที่มีความฉลาด มีการวางแผนและการระแวดระวังในการกระทำผิดเป็นอย่างดี จะเลือกลงมือกระทำผิดต่อเมื่อมีช่องโอกาสที่จะกระทำ ถ้าไม่มีโอกาสจะไม่ลงมือกระทำผิด จึงไม่แปลกที่ในการก่ออาชญากรรม แต่ละครั้งของอาชญากร ต่อเนื่องมีช่วงเวลาที่ห่างกัน หรือหายไปเป็นปีๆ แล้วจึงกลับมากระทำผิดใหม่

อาชญากรต่อเนื่องบางรายจึงก่ออาชญากรรมต่อเนื่องติดกันมาเป็นเวลากว่า 10 ปี กรณีของ จอนห์ เอฟ โทมัส จูเนียร์ ฆาตกรที่ฆ่าข่มขืนหญิงชราต่อเนื่องใน สหรัฐ ในช่วงปี 1970 – 1990 หรือคดี กรีนริเวอร์ ในสหรัฐ ที่เป็นฆาตกรต่อเนื่อง 48 ศพ ทำติดต่อกันมา 19 – 21 ปี

เหตุใดจึงกล่าวว่าอาชญากรต่อเนื่องส่วนใหญ่ เป็นบุคคลที่มีสองบุคลิกประเด็นนี้นักอาชญาวิทยามองว่าเพราะอาชญากรต่อเนื่องจะเป็นผู้ที่มี บุคลิกภาพแปรปรวน กล่าวคือ จะเป็นผู้ที่รู้ตัวทุกอย่างว่าจะทำอะไร ลงไปประกอบอาชญากรรมมาที่ใดอย่างใด ที่สำคัญมีการวางแผนเพื่อหลบเลี่ยงการถูกจับกุมได้อย่างแยบยล จนสามารถหลบเลี่ยงการจับกุมไปสู่การกระทำผิดซ้ำสองและสามได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบุคลิกภาพที่สองของเขา เป็นเหมือนเกราะกำบังบุคลิกมืดที่ซ่อนอยู่ โดยมักเป็นเหมือนคนดีทั่วๆ ไป ซึ่งมีความเพียบพร้อมในสังคม จนทำให้ไม่มีใครคาดคิดว่าคนอย่างเขาจะเป็นผู้กระทำผิดและเป็นเหตุให้นำไปสู่การกระทำผิดที่ต่อเนื่อง

อาชญากรส่วนใหญ่จะมีความผิดปกติทางจิต มีพฤติกรรมที่โหดเหี้ยมผิดปกติหรือบางรายผิดปกติทางเพศ บางรายเป็นมากบางรายเป็นน้อย แต่ส่วนใหญ่มีความคิดที่เป็นปมอยู่ในจิตใจที่ได้รับผลกระทบมาทั้งในวัยเด็กและจากเหตุการณ์ที่ได้ประสบมาในวัยทำงานจึงต้องการประกอบอาชญากรรมเพื่อคลายปมดังกล่าว เช่นกรณีของ หลุยส์ การาวิโต้ ฆาตกรต่อเนื่องอันดับ 1 ของโลก ชาวโคลัมเบียที่ถูกจับในปี 1999 เติบโตมาในครอบครัวที่แตกแยก เคยถูกเพื่อนบ้านข่มขืนในวัยเด็ก และถูกพ่อทำร้ายมาโดยตลอดทำให้เขามีจิตใจที่แปรปรวน พอโตขึ้นทำให้เขาข่มขืนเด็กผู้ชายและฆ่าเหยื่อมากกว่า 300 ราย เฉกเช่นเดียวกับของคดีของเอ็ด ยีน ฆาตกรต่อเนื่องที่เป็นต้นตำหรับในการในการสร้างภาพยนตร์ไซโค มีปมในวัยเด็กจนทำให้มีบุคลิกภาพที่แปรปรวน ในขณะที่ กรณีของกรีนริเวอร์ที่ฆาตกรมีความเกลียดชังในตัวมารดาและมองว่ามารดาเหมือนเป็นหญิงโสเภณี พอโตขึ้นเมื่อเขากลับจากสงครามได้เพิ่มความก้าวร้าวและกลับมาฆ่าโสเภณีต่อเนื่อง 48 ศพ หรือแม้แต่คดีของ “ติ๊งต่าง” ฆาตกรต่อเนื่องของไทย ซึ่งยังฆ่าข่มขืนเด็กหลายคดี ก็เป็นผู้ถูกกระทำในวัยเด็กมาก่อน ถูกทอดทิ้งไร้ญาติ ขาดมิตร ไร้ตัวตน

กรณีของการข่มขืนหญิงชรา นักอาชญาวิทยาบางส่วนวิเคราะห์ว่าเป็นการแก้แค้นหรือต้องการแสดงการตอบโต้ต่อหญิงชรา ซึ่งเป็นสัญญลักษณ์ของอำนาจที่เขาเคยถูกกดดัน เช่น เกลียดแม่ เกลียดพี่เลี้ยงสูงอายุ เกลียดป้า หรือเกลียดครูใหญ่ ซึ่งการกระทำต่อเขาในวัยเด็กเล็ก จึงเลือกที่จะกระทำต่อเหยื่อที่เป็นหญิงชราอย่างต่อเนื่อง มากกว่าจะเป็นเรื่องของการระบายความใคร่ทางเพศ แต่การกระทำต่อเหยื่อเป็นการก็แสดงถึงอาการเสพติดและมีความผิดปกติทางจิตที่เกิดจากการบุคลิกภาพที่แปรปรวน อย่างไรก็ตามการข่มขืนหญิงชรา นักจิตวิทยาบางท่าน อาจมองว่าเป็นเรื่องของรสนิยมทางเพศ โดยมีผลงานวิจัยในต่างประเทศ เช่นเกี่ยวกับการมีรสนิยมทางเพศกับเด็ก หรือเพศเดียวกัน

ปมที่อยู่ในจิตใจของอาชญากรต่อเนื่อง แต่ละคนจะเป็นปัจจัยที่ทำให้อาชญากรต่อเนื่องเลือกเหยื่อแบบใด เช่น กรณีของ “ไอ้ห้อย” รปภ ที่เป็นฆาตกรต่อเนื่อง 7 ศพ และเลือกเหยื่อที่เป็น รปภ ด้วยกันที่ชอบหลับยามหลังจากตักเตือนแล้ว เพราะเขาไม่ชอบ รปภ ที่ชอบหลับยามจึงออกตระเวนทำทีเป็นคนพิการถือไม้เท้าตามหา รปภ ที่หลับยามเพื่อสั่งสอนและไม่ฟังจึงฆ่าเสีย แล้วจัดท่าทางให้เหมือนนอนหลับปกติส่วนคดีของแจ๊ค เดอร์ริปเตอร์ ของอังกฤษ คดีกรีน ริเวอร์ ของสหรัฐเลือกเหยื่อที่เป็นโสเภณีเพราะมีปมในวัยเด็กที่เกลียดแม่ ต้องระบายออกโดยฆ่าผู้หญิงโสเภณี

ในอีกด้านหนึ่งอาชญากรต่อเนื่องจากเลือกเหยื่อที่ไม่ค่อยมีใครสนใจเข้าถึงได้ง่าย เช่น โสเภณี หรือเหยื่อที่อยู่ลำพัง หรือง่ายต่อการกระทำผิดและยากต่อการติดตาม เช่น เด็ก รปภ หรือ หญิงชรา กล่าวคือ ไม่เลือกเหยื่อที่เป็นคนรู้จักหรืออยู่ในระแวกบ้าน จะเลือกกระทำคนในท้องที่อื่น ดังนั้นอาชญากรต่อเนื่องจึงมักมีอาชีพที่สามารถเฝ้าสังเกตศึกษาพฤติกรรม เหยื่อได้ตลอดทำให้รู้พฤติกรรมปกติของเหยื่อและช่องทางการเข้าถึงเหยื่อโดยไม่มีคนเห็นรวมถึงรู้ช่องทางหลบหนีและปกปิดได้เป็นอย่างดี

เมื่อประกอบการที่เป็นคนมีสองบุคลิกภาพทำให้การติดตามตัวอาชญากรต่อเนื่องทำได้ยากขึ้น กรณีของจอร์น เอฟ โทมัส ฆาตกรต่อเนื่องที่เลือกที่จะฆ่าผู้หญิงชราอายุ 60 ปีขึ้นไป มีอาชีพในเวลาปกติเป็นคนประเมินค่าเสียหายการประกันภัย ที่มีเพื่อนร่วมงานชมว่าเขาเป็นคนเงียบแต่มีมนุษย์สัมพันธ์ดี และปฏิบัติงานเช่นเดียวกับพนักงานคนอื่นๆ ไม่มีวี่แววเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่สร้างความสะพรึงกลัวให้กับชาวลอสแอนเจอริส ในช่วงปีค.ศ. 1970 – 1990 ปีที่ผ่านมาเลยซึ่งเขาอาศัยการเข้าไปเยี่ยมติดต่อกับลูกค้าตามบ้านเรือนต่างๆ สังเกตพฤติกรรมและเรียนรู้ช่องทางต่างๆ และเมื่อกระทำผิดก็เลยหลบรอดไปได้

นอกเหนือจากอาชญากรต่อเนื่องจะเลือก “เหยื่อ” ประเภทใดประเภทหนึ่งโดยเฉพาะแล้ว อาชญากรต่อเนื่องยังเลือกสถานที่ที่จะกระทำผิดเพื่อให้สามารถหลุดรอดจากการจับกุมได้ กล่าวคือจะเลือกสถานที่ ที่เหยื่อจะมีโอกาสอยู่คนเดียว สองต่อสองกับอาชญากรต่อเนื่อง เป็นสถานที่ที่ยากต่อจากการตรวจตราการเข้าออกหรือไม่มีหลักฐานการเข้าออกเช่นกล้องวงจรปิด ซึ่งอาชญากรต่อเนื่องได้ศึกษาเส้นทางมาเป็นอย่างดี การอาศัยอาชีพอื่นบังหน้าในการสำรวจ

บุคลิกภาพด้านที่สองของอาชญากรต่อเนื่องจะถูกเปิดเผยออกมาก็ต่อเมื่อถูกจับกุมและตัดสินลงโทษในเวลาต่อมาเท่านั้น ไม่ช้าก็เร็ว ปัญหามีอยู่ว่า อาชญากรต่อเนื่องพร้อมเสมอที่จะรอเวลา รอจังหวะ รอโอกาสที่จะกระทำผิดแล้วหลุดรอดไปทำครั้งต่อๆ ไป แม้จะต้องรอเป็นปีๆ ก็ตาม

-----------------------------------------------------------------

หมายเหตุ ภาพประกอบจากการสืบค้นทางอินเตอร์เน็ต

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน นัทธี จิตสว่าง: อาชญาวิทยา กระบวนการยุติธรรม ราชทัณฑ์ และการวิจัยเชิงคุณภาพ



ความเห็น (0)