160405-1 ศัพท์ ที่มักสับสนในการใช้ ชุด S – Said & same / say & tell

Nathavuth
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
ศัพท์อังกฤษ

การใช้ภาษาอังกฤษ ที่ถือว่าถูกต้องในที่นี้ อ้างอิงตามมาตรฐานของภาษา


Said & same

Said กริยา เป็น past และ past participle ของ Say, said, said

(DPWE) อ้างว่า เมื่อเป็น adj. สำนวน ใช้ทางกฎหมายเท่านั้น เช่น the said claimant.

ในการพูดทั่วไป ถ้าใช้ said ถือเป็นการฟุ่มเฟือยไม่จำเป็น

ถ้าต้องการทำให้ชัดเจนควรใช้ตัวขยายอื่น เช่น specified, aforementioned, หรือ referred-to

ในทำนองเดียวกัน ใช้ same บ่อยครั้ง ในเนื้อหาที่ไม่เกี่ยวกับกฎหมายหรือการพาณิชย์

ซึ่งถือว่าฟุ่มเฟือยไร้ประโยชน์เช่นกัน

ใช้ ‘it’ แทน ‘same’ ในข้อความเช่นI have your book and will return it (ไม่ใช่ same) tomorrow.

(AHD) อธิบายการใช้ said เป็น adj. กับเนื้อหาทางกฎหมาย ว่าหมายถึง

ชื่อที่ได้กล่าวไว้แล้ว (Named หรือ aforementioned) เช่น

The party to the contract subsequently breached said contract.

เป็นการใช้ said เป็น adj. ในการเขียนทางกฎหมายหรือธุรกิจ ที่มีความหมายเทียบเท่า aforesaid

เช่น the said tenant (ชื่อทีระบุไว้ในสัญญาเช่า) หรือ said property.

นอกเหนือจากที่กล่าว ไม่จำเป็นต้องใช้ said เพียงกล่าวว่า “The tenant or the property” ก็เพียงพอ


Say & tell

(CCD) อธิบายว่า say เป็นการใช้เสียงเพื่อทำให้เป็นคำพูด

ใช้ say เมื่อต้องการ อ้างคำพูดโดยตรง ที่บางคนกล่าวไว้ เช่น

I feel so sorry,’ she said.

‘The problem,’ he said, ‘is that Mr. Sanchez is very upset.’

ในการเขียน สามารถใช้กริยาอื่นๆได้อีกหลายคำแทน say เมื่อ อ้างคำพูดของบางคน แต่ในการพูด มักใช้แต่ say

ข้อควรระวัง: ในการพูด คุณกล่าวถึงบุคคล และ say ก่อนอ้าง (quote) คำพูดของพวกเขา

ในการพูด อย่าใช้ว่า “What shall we do?” he said to me.

สามารถใช้ ‘it’ หลัง said เพื่ออ้างอิงคำพูดที่บางคนพูดไว้ เช่น

You could have said it a bit more politely.

I just said it for something to say.

เมื่ออ้างอิงแบบทั่วไป ถึงสิ่งที่บางคนแสดงออก แทนที่จะเป็นคำพูดจริง ใช้ ‘so’ แทน ‘it’ เช่น

“I disagree with him and I said so” อย่าใช้ว่า “I ……….. and I said it.”

If you wanted more to eat, why didn’t you say so earlier?

I know she liked it because she said so.

สามารถ รายงานสิ่งที่บางคนพูดไว้ โดยไม่ใช้การอ้างอิง (quote) โดยตรง โดยใช้ so และวลี that เช่น

She said she hadn’t slept very well.

They said that smoking wasn’t permitted anywhere in the building.

ข้อควรระวัง: อย่าใช้ say กับ indirect object เช่น

อย่าพูดว่า ‘She said me that Mr. Rai had left’

ให้พูดว่า “She said that Mr. Rai had left” หรือ “She told me that Mr. Rai had left.”

ใช้ tell แทน say เมื่อกล่าวถึงทั้งผู้พูดและผู้ฟังพร้อมกัน โดยที่ past tense ของ tell คือ told

แทนที่จะพูดว่า ‘I said to him that his mother had arrived.’

ให้พูดว่า ‘I told him that his mother had arrived.’

“I have no intention of resigning,” he told the press.

ใช้ tell แทน say เมื่อกล่าวว่าบางคน เล่าเรื่อง กล่าวเท็จ หรือเล่าเรื่องตลก

You’re telling lies now. Dad told jokes and stories.

ใช้ ask แทน say เมื่อบางคนตั้งคำถาม

Luka asked me a lot of questions about my job.

I asked what time it was.

เมื่อคุณบอกว่า บางคนกล่าวถึงคนอื่นในแบบเฉพาะ สามารถใช้ say ตามด้วยวลี that เช่น

He said that I was a liar.

ในกรณีเช่นนี้ สามารถใช้ call แทนได้ด้วย เช่น

He called me a liar.

She called me lazy and selfish.

ใช้ ‘talk about’ แทน say เมื่อต้องการกล่าวว่า บางคนกำลังอภิปรายหรือแสดงความเห็น เช่น

He talked about his business.

Lucy talked about her childhood and her family.


ดูคำย่อที่ #601860


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ENGLISH R thru Z



ความเห็น (0)