(73) อยู่กับตนเอง

Ka-Poom
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

จากภาพ...จะเห็นว่าวันนี้ทำกิจกรรมต่างๆ แบบไม่เป็นลำดับขั้น วนสลับกลับไปกลับมา...

กิจวัตรคล้ายเดิม แต่มุ่งมาจดจ่ออยู่ที่การภาวนาสลับกับการเขียนหนังสือ วันนี้อากาศค่อนข้างร้อนอบอ้าว ไม่มีลม แต่การนั่งภาวนาอยู่กับลมหายใจทำให้สภาวะด้านนอกที่มากระทบสงบเย็นใจได้ ... ข้าพเจ้าใช้วิธีการเช็คใจตนเองคือ ใจไม่ว้าวุ่น นิ่งๆ สงบๆ มีจิตจดจ่อกับการทำภารกิจต่างๆ และได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นที่น่าพอใจ

  • เช้าวันนี้ทำวัตรเช้าตอนตี๔ ทำเองที่กุฏิ รู้สึกว่าตนเองมีพลัง กระฉับกระเฉง น้ำเสียงมั่นคงและจดจ่อกับการสวดมนต์ได้อย่างดี รอบด้านเสียงสงบดี แต่ก็เริ่มมีเสียงไก่ป่าขันส่งสัญญาณกันสอดรับกันเป็นทอดๆ...
  • ภารกิจที่ทำที่กุฏิในช่วงเช้ามีหลายอย่าง ทำให้ออกมาทำอาหารค่อนข้างช้า ประมาณ ๖ โมงครึ่ง แต่ทุกอย่างก็เรียบร้อยผ่านไปทันเวลา การทำอาหารส่วนมากก็จะมีการวางแผนไว้แล้วว่าจะทำอะไรบ้าง วัตถุดิบมีอะไรบ้าง จากนั้นก็จัดลำดับการลงมือทำ อันไหนเสร็จช้าอาศัยเวลา ก็จะลงมือทำก่อน เช่น หุงข้าว ประเภทของนึ่งต่างๆ จากนั้นค่อยมาเตรียมผลไม้และขนมเพื่อสุขภาพ พอดีข้าวสุกก็จัดการตักใส่หม้อ ...กระบวนการสุดท้ายประเภทนึ่งและไข่ต้มก็เสร็จทันเวลาพอดี ...เด็กๆ สังกะลีตัวน้อยๆ ก็จะมาช่วยกันยกหม้ออาหาร
  • ชีวิตที่วัด ...หน้าที่อย่างหนึ่งที่ทุกคนควรจะทำคือ การขึ้นรับข้าวที่หอฉัน หลังจากที่ข้าพเจ้าหยุดไปหลายเดือนมาก เนื่องจากมีอาการแพ้ผงชูรสและหันมาทานอาหารเฉพาะอย่าง ... เมื่อร่างกายพอปรับได้ก็กลับขึ้นไปรับข้าวที่หอฉันอีกครั้งเมื่อต้นเดือน พยายามที่จะหลีกเลี่ยงอาหารที่คาดว่าจะใส่ผงชูรส โชคดีว่าแม่รีและติ๋วจัดบางส่วนใส่ภาชนะไว้ให้แล้ว ... ตักทุกอย่างทานรวมๆ กันในภาชนะเดียว ส่วนประเภทต้มก็มีชามเล็กๆ ไว้ใส่ ข้าพเจ้าพยายามที่จะ LEAN สิ่งต่างๆ ให้กระฉับและไม่รุงรัง ทำให้การควบคุมการทานอาหารทำได้ดีทีเดียว ทานพออิ่ม ตักอาหารซึ่งจะเลื่อนผ่านหน้าไปแบบพอดีพอดี ไม่มากจนเกินไป ...การทานแบบพิจารณาใคร่ครวญจะรู้ในตัวเองว่า เท่าไรเราจึงจะทานอิ่มพอดีซึ่งถือเป็นการทาน ๑ มื้อในหนึ่งวัน

เมื่อทานอาหารเสร็จ วันนี้ไม่มีกิจกรรมพาเด็กๆ ทำ เพราะหลังทานข้าวรู้สึกอ่อนเพลียมีอาการคล้ายง่วงนอน ก็ได้พิจารณาว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากอะไร ... ทานอาหารก็ไม่เยอะ ตักลาบเห็ด/ปลาป่นมาทานก็ไม่เยอะถ้าใส่ผงชูรสก็ไม่น่าจะเปลี้ยขนาดนี้ แต่...ก็ไม่ได้คำตอบ ข้าพเจ้ารีบเข้าทางภาวนานั่งสมาธิ เป็นที่น่าแปลก คนส่วนมากเวลานั่งสมาธิจะมีอาการง่วง ส่วนข้าพเจ้าถ้ามีอาการง่วงแล้วมานั่งสมาธิ ...ความง่วงอ่อนเพลียจะหายไป วันนี้ก็ได้ผลดี แต่นั่งนานคล้าย Re-Treat ตนเอง

จากนั้นสลับมาเขียนหนังสือ...สองสามวันมานี่ข้าพเจ้ากำลังสนุกกับการร่างภาพความคิดลงใน iPad อ่านหนังสือ "ขอบฟ้าใหม่ในการจัดการความรู้" ...และเขียน Reflection ออกมา

เมื่อย...ก็สลับมานั่งสมาธิภาวนา

ประมาณบ่ายสามเปลี่ยนอิริยบทกวาดตาดและรดน้ำต้นไม้ ให้ความรู้สึกชุ่มช่ำดีมากๆ ...บางสิ่งบางอย่างชีวิตเราอาจไม่จำเป็นต้องดำเนินไปอย่างเป็นระบบในวันที่เป็นอิสระ อาจทำกิจกรรมสลับกลับไปมาได้ แต่ก็ต้องระวังในการไม่มีสมาธิ แต่ถ้าเราฝึกตัวเองให้คุ้นชิน ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปทำกิจกรรมอะไรก็สามารถจดจ่ออยู่กับสิ่งนั้น ...พฤติกรรมเช่นนี้ข้าพเจ้ามองตนเองว่าได้ฝึกฝนมาสมัยที่เรียนปริญญาเอกกับปริญญาโท(ใบที่สอง)ควบคู่ในห้วงเวลาเดียวกัน ณ ตอนนั้นคือ การฝึกทักษะอย่างหนึ่งที่ดีเยี่ยมมากของชีวิต มีคุณค่ายิ่งกว่าการได้ใบปริญญาเสียอีก

สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้;

การได้อยู่กับตนเอง กับลมหายใจที่ดำเนินไป ทำให้ได้ใช้ศักยภาพอย่างมากมาย ครุ่นคิด ใคร่ครวญ ผ่อนคลาย และตกผลึก

"ลมหายใจ" คือ กระบวนการ Re-Treat ที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง ...

...

๑๓ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๙

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน In Mind



ความเห็น (0)