วิถีชีวิตอุบาสิกา (๓) "ศีล"

Ka-Poom
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ก่อนที่จะบวชโกนผม ...นับตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ข้าพเจ้าได้เริ่มฝึกฝนฝึกชีวิตดำเนินตามวิถีศีล๘ ในตอนนั้นทำได้บ้างไม่ได้บ้าง ...มีหลายคนเป็นห่วงเกรงว่าข้าพเจ้าจะวิปลาสเสียสติ แต่...สำหรับข้าพเจ้าก็ได้ระวังเรื่องนี้เช่นกัน สิ่งที่จะทำให้ตนเองปลอดภัย คือ

๑) ต้องมีพ่อแม่ครูบาอาจารย์

๒) ต้องรักษาศีล โดยเฉพาะศีลพื้นฐานคือ ศีล๕ ต้องครบและไม่ด่างพร้อย

๓) ฝึกฝนการให้ทาน ...

อย่างน้อยๆ...สามข้อหลักนี้ๆ ก็เป็นดั่งสิ่งคุ้มครองไม่ให้ปฏิบัติผิดพลาด

ทุกๆ วันข้าพเจ้าจะตรวจสอบศีลตนเองก่อนนอนก่อน แรกๆ ก็จำไม่ค่อยได้ แยกแยะพฤติกรรมของตนเองไม่ละเอียดพอว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นผิดศีลหรือไม่

จนเมื่อฝึกฝนไปเรื่อยๆ ความชำนาญและทักษะก็มีเกิดขึ้น ไม่ต้องรอเช็คตอนเย็น มันก็จะเกิดขึ้นในใจเป็นอัตโนมัติว่า "เฮ้ย...อันนี้ทำไม่ได้ พูดไม่ได้นะมันผิดศีล"...แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ก็ใช้เวลานานมาก แต่ข้าพเจ้าเชื่อเมื่อเหตุถึงผล ...ผลก็จะปรากฏ ตอนที่ฝึกผลยังไม่ปรากฏ ..ก็อดทนฝึกฝนตนเองไปก่อน

จนมาถึงวันที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๔ องค์พ่อแม่ครูบาอาจารย์หลวงปู่ประสาร สุมโนท่านเมตตาอนุญาตให้บวชชีโกนผมได้ และอนุญาตให้แนวทางในการดำเนินชีวิตหลังจากการลางานเพื่อบวชในครั้งนั้น การรักษาศีลแปดในโลกนอกวัดเป็นเรื่องที่ท้าทาย และมีสิ่งเร้ามาคอยกระตุ้นอยู่เสมอให้ออกนอกศีล ...

แต่ข้าพเจ้าได้ใคร่ครวญ...พ่อแม่ครูบาอจารย์เวลาที่ท่านไปกิจนิมนต์ในที่ต่างๆ การรักษาไว้ซึ่งสมณะท่านๆ ก็ยังทำได้

ส่วนเรามีเพียงแปดข้อ ...เราจะทำไม่ได้เลยเชียวเหรอ...เป็นคำถามที่ถามตนเอง จากคำถามดังกล่าว นำมาซึ่งความมุ่งมั่นในการฝึกฝนขัดเกลาตนเอง

สมัยที่ยังไม่โกนผม ...อาศัยการวิ่งเจริญสติแทนการเดินจงกลม การฝึกฝนเช่นนั้น ได้ผลเร็วมาก จิตมีสติและเป็นสมาธิ ตามการเคลื่อนไหว

ทำให้เป็นประจำ ...ทำให้จิตคุ้นชิน อันเป็นความคุ้นชินในความดีงามสิ่งดีงาม

แรกๆ ก็มีมากอยู่หรอก ความเบื่อความหน่าย และเกิดการถามตนเองว่าฝึกไปทำไม ...

แต่คำตอบที่ผุดขึ้นมา ...ฝึกเพื่อให้จิตสะอาดไม่อยากตกเป็นทาสของกิเลส และพ่อแม่ครูบาอาจารย์ท่านก็ได้ถ่ายทอดให้รับทราบด้วย ดั่งเช่น เทศน์ธรรมะต่างๆ ขององค์พระหลวงตามหาบัว

วาสนา..ในความเป็นฆราวาส ...ก็ฝึกไปตามวาสนาที่มีที่เป็น

พอกาลเวลาผ่านไป การเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นให้เห็นเป็นลำดับอย่างไม่สงสัย ...

ความเอาจริงเอาจังและความมุ่งมั่น ...ติดตัวมาตั้งแต่ในวัยเด็ก มาจนถึงการเรียนหนังสือ และเอาข้อดีนี้มาใช้ในการฝึกฝนขัดเกลาใจตนเองด้วย

การตรวจสอบศีลตนเองในแต่ละวัน ...ทำให้เราไม่ไปเพ่งโทษคนอื่น แต่กลับทำให้เรามองเห็นโทษและพิษภัยของตนเองที่มีความแนวโน้มทุศีล

ดังนั้นเวลาที่เห็นใคร ...ทุศีล ใจนี้จะเป็นห่วงด้วยความรู้เท่าไม่ถึงกาล บุคคลทุศีลต้องรับผลของการกระทำของตนเองอย่างยาวนาน

เมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๙ องค์พ่อแม่ครูบาอาจารย์ได้ตอบความสงสัยที่มีในใจข้าพเจ้าว่า "เจ้าหมาพวกนี้ไปทำผิดอะไรมาหนอ จึงได้มาเป็นเกิดเป็นหมา" ...ในช่วงเวลานั้น มีคณะแสวงบุญมาพักที่วัดและเข้ากราบหลวงปู่ เจ้าสุนัขทั้งหลายก็ออกมาต้อนรับแขกด้วย (ที่ศาลา๔) หลวงปู่ท่านชี้สอนทุกคนว่า "อย่าได้ปรามาสเขา ชาตินี้เขามาเสวยวิบากกรรมเก่า ... การที่ได้เกิดมาเป็นหมานี่ คือ รู้อยู่ว่าผิดยังทำผิดก็ต้องมารับวิบากกรรมอย่างนี้แหละ..."

...


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ชีวิตและวิถีแห่งธรรม(ชาติ)



ความเห็น (0)