วิถีชีวิตอุบาสิกา (๒) "สนามฝึกฝนอยู่นอกวัด"

Ka-Poom
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

การรักษาศีลในวัดกับนอกวัด ...แตกต่างกันอย่างไร?

ข้าพเจ้าเคยถามตนเองอยู่เสมอ เมื่อสิบปีก่อน ข้าพเจ้ามองว่า เพียงแค่การอดอาหารมื้อเย็นนี่เป็นอะไรที่ทำได้ยากมาก และไม่เคยคิดที่จะทำ

ความสุขและสนุกกับการได้ทานนั่นโน่นนี่ มีปาร์ตี้สังสรรค์เฮฮาอยู่เสมอกับกลุ่มเพื่อนๆ...ข้าพเจ้าจึงมองว่า การปฏิบัติตนหรือการใช้ชีวิตเช่นนี้เป็นเรื่องที่ห่างไกลชีวิตตนเองมากๆ

อยู่ๆ มาวันหนึ่ง ชีวิตคล้ายถูกต้อนไปตามเส้นทางนี้แบบไม่ทันได้ตั้งหลัก เมื่อเงยหน้าขึ้นแหงนมองท้องฟ้าอีกครั้ง "ฉันไม่ได้ทานมื้อเย็นมากี่ปีแล้วนี่..." ณ ตอนนั้นที่ความคิดนี้ปรากฏรู้สึกตกใจ ...ใจหาย แต่พอนึกถึงองค์หลวงปู่ ท่านบวชตั้งแต่เป็นสามเณร ระยะเวลาผ่านมาหลายสิบปีมากๆ ชีวิตทั้งชีวิตท่านก็ไม่ได้ทานมื้อเย็น พอระลึกได้เช่นนี้กำลังใจก็กลับคืนมา ...ชุ่มในหัวใจ

ครั้งหนึ่งเคยถูกชวนไปร่วมงานกับทีม สคส. ซึ่งไปจัดที่อาศรมวงศฺสนิท ในช่วงเวลานั้นการเดินทางไม่ได้สะดวกเลย กว่าจะไปถึงอากาศร้อนมาก ข้าพเจ้าแต่งตัวเต็มที่ แต่งหน้าด้วย ผมก็ยาวรุงรัง รู้สึกร้อนเหนียวเนอะนะ เมื่อไปถึงที่พักมีความรู้สึกอยากล้างหน้ามาก ...จึงเข้าไปห้องน้ำไปพบสบู่ที่ทำจากถั่วเขียววางไว้ อ่านๆ แล้วก็หยิบมาล้างหน้า เครื่องสำองสำอางในตอนนั้นก็เลอะเทอะ ...แต่เมื่อล้างหน้าออก รู้สึกหน้าเบา เย็น และสะอาด ในตอนนั้นคล้ายได้พบแสงสว่างในตนเองว่า "นี่ไง คือ ชีวิต"...และในช่วงนั้นมีการรณรงค์ไม่ดูทีวี ข้าพเจ้าได้โบชัวร์มาอ่านแบบงงๆ พร้อมไปลงชื่อกับเขาด้วย แต่ก็ชอบแนวคิด เลยมาทดลองปฏิบัติกับตนเอง ...

ปรากฏว่า ทั้งสองเรื่องทั้งสองเหตุการณ์ในตอนนั้น กลับติดตัวติดเป็นนิสัยมาจนถึงปัจจุบัน ...ซึ่งก็ล่วงเลยมาเป็นสิบปี

เมื่อมาใช้ชีวิตเป็นอุบาสิกาศีลแปดจริงๆ จึงดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องที่ยากมากสำหรับตนเอง

จากคำถามที่ว่า ...การรักษาศีลและปฏิบัติภาวนาในวัดกับนอกวัดแตกต่างกันไหม ...แน่นอน ไม่ต้องไตร่ตรองมาก แตกต่างแน่นอน ...และแตกต่างมาก

หลายคนไปปฏิบัติธรรมที่วัดพอกลับมาที่บ้านก็ตบะแตก ...

แ่ต่จากบทเรียนของข้าพเจ้า ...ได้ฝึกฝนเรื่องนี้มาก่อนที่จะบวช สมัยนั้นเรียนหนังสืออยู่ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ขณะเดียวกันนำแนวทางการปฏิบัติขององค์หลวงตามหาบัวมาประยุกต์ใช้กับวิถีชีวิตที่เป็นอยู่ในตอนนั้น วิ่งแทนการเดินจงกลม ...ซ้อมชีวิตแบบทานมื้อเดียว ไม่แต่งหน้า ฝึกใช้ชีวิตง่ายๆ เครื่องรุงรังน้อยลง ตรวจสอบศีลทุกวัน ให้ทานทุกวันทุกรูปแบบเท่าที่สติปัญญาจะมีและทำได้ในตอนนั้น ...ฝึกเช่นนี้อยู่ประมาณ ๔ ปี จึงได้มาพบกับองค์หลวงปู่ประสาร สุมโน จากนั้นก็ได้น้อมถวายชีวิตเป็นลูกศิษย์ของท่าน...มาจนถึงปัจจุบัน แม้ท่านจะมอบความเมตตาให้อย่างสุดซึ้งเหมือนคนอื่นๆ เรียกว่า "ลูกสาว" แต่ในจิตใจของข้าพเจ้าก็มิกล้าอาจเอื้อม เพราะพระคุณบารมีท่านมากเหลือล้น การได้เป็นลูกศิษย์ท่านที่ท่านเมตตาบวชให้นี้ ก็ที่สุดของชีวิตในชาตินี้แล้ว

รักษาศีลแปด ...โกนผม และทำงาน ...

เป็นโจทย์ที่ยากและท้าทาย แต่เมื่อเป็นแนวทางที่พ่อแม่ครูบาอาจารย์มอบให้เราได้ฝึกเช่นนี้ สิ่งที่ทำได้กับตนเอง คือ อดทน ...อดทนต่อจิตใจของตนเอง อดทนต่อปฏิกิริยาของบุคคลรอบด้าน...พร้อมกันนั้นก็เรียนรู้ใจของตนเองอยู่ตลอดเวลา ...

ไม่ได้ง่าย ...แต่หลายปีมานี่ก็รอดมาได้ ...

และก็ไม่รู้ด้วยว่า ...วันข้างหน้าทางที่เดินจะเป็นอย่างไร แต่องค์หลวงปู่ท่านเมตตาให้เอ่ยวาจาตั้งสัจจะรักษาศีลแปดตลอดชีวิต

ศีลแปดข้อรักษาเท่าชีวิตและจิตใจ ...ฝึกไปฝึกมา แท้ที่จริงก็คือ การฝึกใจดวงนี้ดวงเดียวเท่านั้น

คนอื่นนั่งทานข้าวเรานั่งดู...

นอนบนผ้าผืนบางจนชิน ...

โกนผมทุกเดือน และต้องเผชิญกับสภาวะแพ้อากาศเย็น จึงต้องสวมหมวกแม้กระทั่งเวลานอน

สวมชุดขาวไปตามที่ต่างๆ ทำให้ต้องระมัดระวังมากขึ้น การพบปะบุรุษเพศ ต้องสำรวม ...

และอีกหลายๆ อย่าง การกระโดดโลดเต้นอยากออกกำลังกายก็ได้งด มาใช้การเดินจงกลมแทน ...

ในทางกลับกัน...

ถ้าอยู่ที่วัด...การระมัดระวังสำรวมจะทำได้ง่ายกว่า สิ่งเร้าต่างๆ มีน้อยกว่า

อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้ามีความเชื่อความศรัทธาอย่างหนึ่งว่า "สิ่งใดก็ตามที่พ่อแม่ครูบาอาจารย์ท่านชี้ให้ทำ นั่นท่านไตร่ตรองพิจารณาและเห็นสมควรแล้วว่านี่คือวิสัยที่สามารถฝึกฝนตนเองได้"

ดังนั้นการฝึกฝนปฏิบัตินอกวัดภายใต้สิ่งเร้ามากมาย ถ้าเราทำได้อินทรีย์ก็กล้าแกร่ง...และทนทานต่อสิ่งต่างๆ ที่มากระทบได้

"สติและปัญญา" ก็ได้รับการบ่มเพาะอย่างเต็มภูมิ

...

๒๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๙



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ชีวิตและวิถีแห่งธรรม(ชาติ)



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

เจริญธรรม..บุญรักษา..เจ้าค่ะ..

มีใบไม้..มาฝากเจ้าค่ะ...

เขียนเมื่อ 

สาธุค่ะคุณยายธี...