(๔) ทุกสรรพสิ่งย่อมเป็นไปตามกรรม

Ka-Poom
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

เช้าวันนี้ตื่นสายเสียงนาฬิกาปลุกตั้งแต่ตีสามแต่ก็ทำหน้าที่เพียงแค่คอยเปิดปิดสวิตซ์เท่านั้น

ร่างกายอ่อนเพลีย...น่าจะมีสาเหตุมาจาก

1.ทานอาหารที่มีผงชูรสเจือปน***เมื่อวานตอนสิบเอ็ดโมงทานเลย์(มันฝรั่งทอด)

2.พักผ่อนน้อยติดต่อกันหลายคืน

3.อาการปวดเมื่อยตามตัว ไม่ว่าจะสาเหตุใดข้าพเจ้าก็ประเมินตัวเองว่ามาจากสภาวะที่มีท็อกซิลเต็มตัว...

เสียงแม่โขลกน้ำพริก...เช้านี้กับข้าวต้องเป็นผักลวกจิ้มแจ่ว(น้ำพริก)แน่ๆ...***แต่ผิดคลาด...แม่ทำแกงส้ม

ตั้งใจห่อไปทานที่ทำงานเพราะสายถ้านั่งทานกว่าจะเสร็จก็น่าจะเกือบแปดโมง...

ที่ทำงานไม่ไกลบ้านแต่การไปถึงแต่เช้าคล้ายได้ตั้งหลักตั้งสติและวันนี้เป็นวันแรกของปีในการทำงานอีกทั้งมีคลินิกจิตเวช

เวลาที่ทำงานเยียวยาผู้ป่วยจิตเวชทำให้ได้สติและตระหนักในตนเองว่า...

อย่าได้ตกเป็นธาตุของกิเลส "กิเลส" เป็นสาเหตุหลักของการป่วยทางจิตใจ...

สารเคมีในสมองเป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นต่อจากสาเหตุหลัก...

ถ้าเราควบคุมสาเหตุหลักได้ เราก็รอดจากการเจ็บป่วยทางจิตใจ... สิ่งที่จะควบคุมสาเหตุหลักนี้ได้มีสิ่งเดียวคือ "ศีลธรรม"

วันนี้...ทั้งวันทำงานกับผู้ป่วยทางจิตใจ

และวันนี้อีกเช่นเดียวกันได้ลิ้มรสพระธรรม ...พ่อแม่ครูบาอาจารย์

"ทุกสรรพสิ่งจักเป็นไปตามกรรม"

ได้รับรู้เรื่องราว...ที่เป็นไปรู้สึกสงสารและเห็นใจ ไม่อยากให้ใครได้ประสบเคราะห์กรรม

หลายครั้งที่ข้าพเจ้าแสดงออกถึงการห้ามปราม การกระทำที่อาจล่วงอกุศลกรรม...แต่เจตนาดังกล่าวมักจะถูกตีความไปในทางเข้าใจผิด ...

พักหลัง...ข้าพเจ้าฝึกฝนตนเองให้อยู่ในความนิ่งเงียบ ถ้าเตือนได้ก็เตือนและสะกิด ถ้าไม่ได้ก็ฝึกที่จะหยุดนิ่ง

จิตที่ละเอียด...ย่อมสัมผัสสิ่งต่างๆ ได้ไว หรือที่เราเรียกว่า sensitive ใครที่มีวาสนามีสภาวะจิตที่ละเอียด ..หากไม่เข้าใจก็จะปล่อยให้ตนเองอ่อนไหว

ดังนั้นจึงควรฝึกฝนตนเอง...ภายใต้หลักทาน ศีล ภาวนา ...

ความละเอียดละเมียดละไมก็จะถูกนำมาใช้ในชีวิตอย่างสร้างสรรค์

เวลาที่ข้าพเจ้ารู้สึกเหนื่อย ...มักจะบอกกับตนเองเสมอว่า "อดทน"

ยอมรับและเข้าใจ...ที่สุดหัวใจเราก็จะนอบน้อมและอ่อนโยนลง

ข้าพเจ้าเคยเผชิญหน้ากับการถูกกลุ่มผู้คนรวมตัวกันและทำให้ข้าพเจ้าเป็นผู้ผิดในสังคม ...สิ่งที่ข้าพเจ้านำพาตนเองผ่านเรื่องราวนั้นมาได้ คือ ความอดทน

และเชื่อมั่นในเจตนาและความดีงามที่ตนเองมี ...เมื่อเชื่อเช่นนี้ก็ก้าวเดินชีวิตต่อไปด้วยความมั่นคงไม่หวั่นไหว

และแล้วกาลเวลาอันยาวนาน ...ก็เป็นคำตอบให้ข้าพเจ้าได้เห็นถึงความอดทนที่ตนเองมี...แม้ในช่วงแรกอาจดูกระท่อนกระแท่น

แต่...ล่วงเลยมาหลายปี จิตใจสงบขึ้น เข้าใจมากขึ้นและระลึกคำว่า "ช่างมันเถอะ"...ได้อย่างเบาใจ

มาถึงทุกวันนี้...

ในใจข้าพเจ้าก็ยังคงตะโกนก้องอยู่เสมอว่า "...อย่าทำ..." เวลาที่เห็นใครประพฤติตนส่อไปในทางอกุศลกรรม

แต่...ก็ได้ตะโกนก้องในใจ

และ...เมื่อมีโอกาสที่จะช่วยได้ ก็เต็มที่อย่างไม่รีรอที่จะช่วย...

***พิจารณาใจตนเองไปพอสมควร

ย้อนกลับมาดูอาหารพิเศษที่ทำให้ตนเองทาน...เป็นสิ่งที่ดีอย่างยิ่งที่จะมอบให้กับตนเอง

อาหาร organic&clean food

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน In Mind



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ขอบพระคุณอาจารย์มากครับ ผมอ่านแล้วเหมือนผมได้คลายเงื่อนปมในใจผมได้ผ่อนคลายด้วยนะครับ