คำถามที่ไม่ได้ถาม ?


คราวหนึ่งที่ได้รับฟังนักวิชาการใหญ่ทางด้านการพัฒนาการศึกษา ในสถาบันที่มีความอนุรักษ์นิยม ท่านได้บรรยายไปเรื่อย ๆ ในขณะที่ถอดตรรกะความคิดของท่านอยู่นั้นรับรู้ตรรกะที่ท่านแสดงถีงทางสายกลาง เมื่อฟังคำบรรยายจบผมก็ไม่ได้ถามอะไร และเห็นว่าตรรกะที่กองไว้ตรงหน้า เป็นชุดความคิดที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้เหมาะกับบริบทนั้น คำถามที่อยู่ในหัวนั้น รู้สึกสงสัยการแบ่งระหว่าง การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และตามอัธยาศัย คำถามที่ผมต้องการถาม นั้นก็คือว่า “ กาลิเลโอ นั้น อยู่ในระบบการศึกษาแบบใด ? และคำถามว่า “แล้วใครสอนกาลิเลโอ ?” และอาจแทนกาลิเลโอ ด้วย พระพุทธเจ้า ดาร์วิน เอดิสัน กอนยุค คนเหล่านี้อยู่ในระบบการศึกษาแบบไหน ? แล้วใครเป็นผู้สอน ?
ผมก็คิดว่าถ้าผมถามคำถามนี้ ผมอาจไม่ได้คำตอบ ที่พึงพอใจเท่าไดนัก เพราะถ้าถอดตรรกะทั้งหมดของการบรรยายคาดหวังได้ว่า ชุดความคิดจะตอบไปในลักษณะใด ที่เป็นไปตามจุดยืนของการนิยามของท่านนั้น

คำถาม “กาลิเลโอ เป็นผลผลิตของระบบการศึกษาชุดใด ? ตามตรรกะของผู้เขียน ผู้เขียนย่อมตอบว่า คนเหล่านี้อาศัยปัญญาในตัวเองเป็นครู หรือคนที่มีสองสภาวะคือเป็นครูและเป็นผู้เรียนรู้ไปด้วยกัน ผู้เรียนรู้ย่อมเป็นคำถาม ? ในขณะที่ครูเป็นคำตอบ ? ในยุคก่อน Enlightenment นั้น ตั้งแต่เป็นมนุษย์ถ้ำเป็นต้นมา การเรียนรู้เกิดจากความสงสัย เกิดจากคำถามทั้งสิ้น จนกระทั่งระบบความรู้ทั้งหลายในยุโรป มาสิ้นสุดที่ยุคกลาง หรือยุคมืด ที่ว่าเป็นยุคมืดนั่นก็คือ การมีคำตอบเดียว หรือมีครูที่สร้างคำตอบเดียว จากอำนาจศาสนา ชุดคำตอบอื่น ๆ ถ้าตอบแล้ว อาจถูกเผาทั้งเป็น หรืออาจถูกสอบสวนแบบกาลิเลโอ ระบบการศึกษาที่กาลิเลโอเริ่มเป็นปฐมบทแห่งยุคสมัยแห่งการรู้แจ้ง คำตอบของผู้เขียน ให้คุณค่ากับ Informal education หรือการศึกษาตามความสนใจ ของตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องมีครูสอน กาลิเลโอ พระพุทธเจ้า อดิสัน ไม่มีใครสอน ยังไม่มีระบบโรงเรียน มีความสร้างสรรค์อย่างเป็นธรรมชาติ และคลื่นแห่ง Informal Education ก็ทำให้เข้ามาแทนที่ การศึกษาทางศาสนาที่มีคำตอบเดียว เมื่อเข้าสู่ยุคทันสมัยและระบบทุนนิยมแห่งการครอบงำก็ได้สร้างสิ่งที่เรียกว่า “การศึกษาในระบบ” เพื่อสร้างยุคมืดใหม่ ที่มีคำตอบเดียว แบบทุนนิยมและรัฐชาติ ระบบทุนนิยมก็เริ่มสร้างจากยุคสว่างนี่เอง และ “รัฐชาติ” ก็เป็นประดิษฐกรรม แห่งยุคสมัยใหม่ เช่นเดียวกัน ความมั่นคงแห่งรัฐชาติ และ ระบบทุนนิยม ขึ้นอยู่กับคำตอบเดียว และได้ใช้กลไกแห่งสถานศึกษา เพื่อสร้างคำตอบเดียวดังเช่นยุคแห่งศาสนจักร การรวบรวมคำตอบสำเร็จรูปในนามของหลักสูตรและวิธีสอน วิธีการทางมาตรฐาน แบบเดียวกัน แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง กับยุคเริ่มต้นของยุคสว่าง ยุคต้นของยุคสว่างและฟื้นฟูศิลปะวิทยาซึ่งยังไม่มีการศึกษาในระบบ แต่ระบบวิชาการแบบอิสระตามความสนใจ หรือ Informal Education ทำให้สามารถเซตระบบ “วิทยาศาสตร์” ได้อย่างกว้างขวาง ท่าทีของวิทยาศาสตร์ เริ่มต้นจาก “คำถาม” หรือ “ปัญหา” และก็เปิดโอกาสให้กับการพิสูจน์อย่างเสรี และเปิดเผย ก่อให้เกิดแบบจำลองในการอธิบายแบบวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ มากมาย ซึ่งเป็นท่าทีการศึกษาเรียนรู้ แบบ “Informal Education”

เครดิตของ Informal Education หายไปในยุคทันสมัยที่เอง Informal Education ถือเป็นพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดระบบทันสมัย แต่เมื่อระบบเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และ เทคโนโลยี เจริญก้าวหน้า ก่อให้เกิดสถาบันต่าง ๆ ซึ่งทำหน้าที่ในโครงสร้างทางสังคม และระบบเศรษฐกิจ แบบทุนนิยม อำนาจของสถาบันต่าง ๆ มีอำนาจถึงขีดสุด และมองเห็นคนเป็นแค่ เคส ตัวเลข Object เช่นเดียวกับกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ได้มองออกมา ที่สุดของสถาบันการศึกษา จึงผลิตอำนาจแห่งการรับรอง และพิธีการประสาทใบรับรอง เมื่อบุคคลได้ผ่านกระบวนการทางสถาบันการศึกษา อันประกอบด้วย มิติด้านหลักสูตร มิติด้านการสอน คือนำมิ ติแห่งหลักสูตร หรือ แท่งความรู้ความคิดทางสังคมชุดหนึ่งผ่านกระบวนการอำนาจในการชัดเกลา ควบคุมทางสังคม เมื่อผู้คนผ่านกระบวนการนี้ ไม่ว่าจะมิติทางด้านเวลา ก็จะได้รับการรับรองจากสถาบัน เพื่อเป็นมนุษย์เศรษฐกิจ ในระบบทุนนิยมต่อไป อำนาจแยบยลของสถาบัน ได้ทำให้เกิดการลดทอน การศึกษาที่มนุษย์กำหนดจากความสนใจเอง กลายมาเป็นการศึกษาที่รัฐและสถาบันทางสังคมเป็นผู้กำหนด การถูกสถาบันกำหนด ก็แสดงออกจาก เป้าหมาย วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม ความรู้ ทัศนคติ ทักษะ ซึ่งความรู้ความจริงก็ถูกผลิตโดยรัฐและระบบทุนนิยม ความรู้และอำนาจ กลายเป็นชุดเดียวกัน จากผลแห่งการพัฒนาไปตามแนวทางแห่งทุนนิยม และรัฐชาติ ก่อให้เกิดชนชั้นทางเศรษฐกิจ ชนชั้นทางสังคมและการเมือง การเยียดทางชาติพันธ์ อันมาจากรัฐชาติที่ตั้งฐานผิดปกติที่มองไม่เห็นวัฒนธรรมที่หลากหลาย แต่ในระบบเสรีนิยม ยังมีอีกระบบหนึ่งคือการผลิตและกระจายทางด้านสิทธิต่าง ๆ ไม่ว่าสิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชน สิทธิเด็ก ฯลฯ เป็น/ไปได้อย่างกว้างขวาง พิ้นที่ทางการศึกษา เพื่อการต่อรองทางสังคม ยังเป็นเพียงแค่ การศึกษาในระบบ เท่านั้น พลังของการศึกษาที่เกิดจากชุมขนไม่ว่าจะเป็น Informal Education และ Non Formal Education ถูกลดทอนอำนาจและความสำคัญลงไป เพียงประการเดียว ก็คือ อำนาจของสถาบันทางการศึกษา เพื่อสร้างความรู้ความจริง ได้สถาปนาอำนาจ และไม่เปิดโอกาสให้ชุดความคิดอื่น ๆ ได้ขึ้นแสดงตัว กาลิเลโอ ยุคใหม่ ไม่ได้เกิดขึ้นแล้ว คำตอบสำเร็จรูปจากรัฐและระบบทุนนิยม ผ่านหลักสูตรและการสอน ถือเป็นสัจธรรม ไม่ต้องตั้งคำถามอีกแล้ว ดังนั้นกาลิเลโอจึงตายไปและกลายเป็นโรงเรียนกวดวิชาท่องจำไปสอบแทน

เมื่อ "คำถาม หายไป" "ปัญหาหายไป" "ปัญญาหายไป"

สิ่งที่เหลือเป็นแค่ "คำตอบสำเร็จรูป" และ "ใบรับรอง"

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียนรู้ตลอดชีวิต



ความเห็น (0)