เข้าพรรษา (59) ; สงบงามในดวงจิตจากแสงดวงจันทร์

Ka-Poom
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
สองวันมานี่...ค่ำคืนดูสว่างพระจันทร์เต็มดวง การเดินภาวนาในช่วงกลางคืน สงบงามในดวงจิตจากแสงดวงจันทร์ แม้กลางวันเอง...สิ่งที่ปรากฏก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อเส้นทางทางแห่งความเพียร

วันที่ 27 กันยายน พ.ศ.2558

....

ทุกวันอาทิตย์ชีวิตที่ดูเหมือนเป็น Routine แต่ที่จริงแล้วไม่มีอะไรที่เป็น Routine เลย ...ในรายละเอียดมักจะมีการเปลี่ยนแปลงและนำไปสู่การเรียนรู้เสมอ

ภารกิจช่วงเช้าดำเนินไปตามปกติของการมีชีวิตดำรงอยู่ที่วัด อันเป็นแหล่งพักพิงที่ร่มเย็นดั่งเป็นผืนดินแห่งพุทธะ...

วันนี้มีแม่ออกพ่อออก (ชาวบ้าน) มาจำศีลที่วัดพอมากพอสมควร

หลายคนก็มีกิจกรรมที่จะเลือกตามทำตามอุปนิสัย

ข้าพเจ้าทำนั่นโน่นนี่ ซึ่งมักจะเป็นการทดลองทำขนมนั่นโน่งนี่ ... เสร็จปประมาณเที่ยงก็เข้าสู่ทางภาวนา

พักหลังจากที่ไม่ได้พาเด็กๆ มานอนที่วัด และเด็กชายก็จะมักจะไปอยู่กับหลวงปู่

ข้าพเจ้ามีช่วงเวลาของการภาวนาที่ดีมากๆ ...เดินจงกลมสลับกับการนั่งสมาธิอย่างละหนึ่งชั่วโมงเต็มที่ในช่วงบ่ายก็ประมาณ 4-5 ชั่วโมง... คล้ายการฝึกซ้อมฝึกฝนจิตให้มีกำลัง

เมื่อจิตมีกำลังดีพอก็จะสามารถเป็นต้นทุนที่ดีในการดำรงชีวิตอยู่ในปัจจุบันขณะ

สองวันมานี่...ค่ำคืนดูสว่างพระจันทร์เต็มดวง

การเดินภาวนาในช่วงกลางคืน สงบงามในดวงจิตจากแสงดวงจันทร์

แม้กลางวันเอง...สิ่งที่ปรากฏก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อเส้นทางทางแห่งความเพียร

เวลาที่เดินจงกลม มักจะทำให้นึกย้อนกลับไปสมัยฝึกวิ่งภาวนา ณ ตอนนั้นเหนื่อยยิ่งกว่า ในแต่ละวันวิ่งไม่ต่ำกว่าแปดกิโลเมตรก็ยังสามารถทำได้ (รอบบึงแก่นนครสองรอบ...) การเดินจงกลมที่ใช้ระยะเวลามากกว่าหนึ่งชั่วโมงจึงดูเหมือนจะเป็นงานที่ไม่ยากไม่บีบคั้นตนเองมากนัก

และเดินเท้าเปล่า...สัมผัสผืนดิน

แม้แต่การนั่งสมาธิเองก็เช่นเดียวกัน ต้องระลึกถึงพระคุณอาจารย์สมัยเรียนปริญญาโทจิตวิทยาให้คำปรึกษาที่ท่านส่งไปฝึกวิปัสสนากรรมฐานตามแนวทางของท่านโกเอ็นก้า ย้อนไปเมื่อประมาณปี 2539 - 2540 เป็นการฝึกฝนการนั่งที่ต่อเนื่องนานมาก เมื่อฝึกมาเรื่อยๆ ไม่ให้ขาดช่วงขาดตอนจิตก็คุ้นเป็นนิสัย เกิดเป็น "อุปนิสัย" ในตนเอง

เวลาที่ทำอะไร...

รู้ว่าทำอะไร

พูดอะไร พูดไปเพื่ออะไร กระทำไปเพื่ออะไร...

มีเหตุผลเสมอในสิ่งที่พูดหรือทำ ถ้าใครใกล้ชิดและรู้จักอุปนิสัยของข้าพเจ้าก็จะทราบว่าทุกอย่างที่ดำเนินข้าพเจ้ามักมีความหมายเสมอ ... ที่ทำเช่นนี้อาจเป็นผลจากการฝึกตนให้มีสติ รู้ทันในเจตนารมย์ของตนเองเสมอ

วันนี้ดี ...

ทุกวันที่ดำรงอยู่...ดี

เพราะตราบเท่าที่ยังดำรงอยู่ นั่นย่อมหมายถึงโอกาสของชีวิตในการเรียนรู้ชีวิต

และวันนี้ก็เช่นเดียวกัน

ข้าพเจ้ามักบอกตนเองและผู้คนเสมอว่า "ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นดีเสมอ" จะสำเร็จหรือล้มเหลวต่างล้วนมาจากการให้ค่าของเราเอง แต่เมื่อพิจารณาดีๆ จะเห็นว่า ...ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นนั้นต่างล้วนมีคุณค่าและความหมายต่อชีวิตเสมอ

...


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ชีวิตและวิถีแห่งธรรม(ชาติ)



ความเห็น (0)