อังกะลุง..ไม่รุ่งอย่างที่คิด..

ผมเปลี่ยนใหม่ เขียนโน้ตเพลงใส่ชาร์ต กางให้นักเรียนเห็น เวลาเขย่า..ให้ออกเสียงตัวโน้ตไปตามเพลง ถึงแม้จะไม่ใช่ตัวโน้ตของอังกะลุงที่ถืออยู่ในมือ ก็ต้องออกเสียงด้วย ปรากฎว่า..นักเรียนเล่นได้ดีขึ้น ในเพลงชวา ท่อนที่ ๑...

ผมคิดไม่ตกมาตลอด..เกือบสัปดาห์ ที่ไม่รู้ว่า จะหาวิธีการใดมาสอนอังกะลุงให้นักเรียน ภูมิรู้ที่มีอยู่ก็ได้มาจากครูพักลักจำ ประกอบกับใจรักบ้างก็เท่านั้น บางวันก็รู้สึกท้อ..พาลคิดไปว่า วาสนาทางดนตรีด้านนี้ คงไม่มีวันประจวบเหมาะ ได้ลงเอยเป็นเพลงกับเขาสักครั้ง..

ย้อนไปเมื่อ ๗ ปีก่อน..เจ้านายจากเขตพื้นที่มาเยี่ยมเยือน เห็นผมสอนกลองยาว..และคุมวงดุริยางค์ พอท่านกลับไปแล้ว ได้โทรมาถามว่า ที่โรงเรียนมีอังกะลุงหรือยัง..วันเกิดของภรรยาท่าน อยากจะบริจาคอังกะลุงชุดกลางๆให้โรงเรียน...สนใจหรือไม่..

ผมอยากได้อยู่พอดี..พอได้มาแล้ว..ก็เริ่มฝึกซ้อมให้กับนักเรียน สลับกับการซ้อมดนตรีประเภทอื่นๆด้วย เพลงที่ใช้ซ้อมตอนนั้น คือ เพลงช้าง เพราะเห็นว่ามีตัวโน้ต ที่เล่นง่ายจำง่าย..แต่ที่สุดแล้ว ก็ไม่ได้ง่ายย่างใจคิด ไม่ได้คิดโทษนักเรียน ที่เล่นไม่ได้ดั่งใจ ผมโทษตัวเองที่ไม่มีสมาธิ..มัวกังวลกับการขาดครูและต้องเร่งรัดพัฒนาคุณภาพผลสัมฤทธิ์..ที่สำคัญ ณ เวลานั้น

จัดเก็บอังกะลุงเข้าตู้ไว้ก่อน..ไม่เคยเปิดตู้ดูเลยว่าอังกะลุงที่ได้รับบริจาคมา จะอยู่อย่างไร เรียบร้อยดีเหลือไม่..เหมือนกับที่ไม่เคยเรียนรู้ ไม่เคยเปิดตำราเลยว่า อังกะลุงที่แท้จริงนั้น มีวิธีการเล่นอย่างไร..เคยแต่ดูในทีวี เห็นแต่เล่นในงานโรงเรียนต่างๆ และคิดว่า เรื่องจังหวะ..กลอง ฉิ่ง ฉาบ กรับ โหม่ง เราก็ตีได้ ก็แค่เขย่าอังกะลุงตามตัวโน้ตจะยากอย่างไรกัน... ที่สุดแล้ว..ก็ต้องเก็บเข้าตู้ไว้อย่างนั้น

วันเปิดเทอม พฤษภาคม ๒๕๕๘ ที่ผ่านมา..ค่อยๆ เปิดตู้..ลุ้นอยู่นานว่า..อังกะลุง..จะคงอยู่ในสภาพใด หรือว่ามอดไม้..จะกัดกินเสียหมดแล้ว...ค่อยๆยกจากตู้ มาวางเรียงกัน จนหมดตู้..และแล้วก็โล่งอกไปที อังกะลุงยังอยู่ในสภาพดี สมบูรณ์ทุกตัวโน้ต

ผมเริ่มต้นใหม่ ..ฝึกปรือทักษะ..การเล่นอังกะลุง..ให้นักเรียน หลังเวลาบ่ายสองโมงครึ่ง..สัปดาห์ละ ๒ ครั้ง..โดยใช้บทเพลง..ชวา..ซึ่งเป็นเพลงหน้าทับสองชั้น..ซึ่งมีคนบอกมาว่าเล่นง่ายที่สุด

จากคำบอกเล่า..เขาว่า ต้องให้นักเรียนท่องตัวโน้ตให้ได้ก่อน..ตอนนี้นักเรียนชั้น ป.๕ - ๖ ท่องโน้ตปากเปล่าได้ทุกคน..ผมฝึกให้เขย่าโน้ตทีละตัว เท่าที่สังเกต..อังกะลุง..ไม่หนักมาก แต่ทำไมนักเรียนเขย่าไม่เหมือนกัน บางคนโยกมือ บางคนโยกแขน ผมบอกให้นักเรียนออกแรงที่ต้นแขน และใช้กำลังที่ข้อมือเขย่าแรงๆ เสียงอังกะลุงจึงจะไพเราะ มีเสียงกริ๊กกรอกังวาน...

พอนักเรียนมีทักษะบ้างแล้ว ก็ให้เขย่าอังกะลุงตามตัวโน๊ตของเพลง...บรรเลงอยู่หลายวัน ก็ไม่มีวี่แววว่าจะลงเอยไปในทิศทางใด..ไม่ราบรื่น ไม่จบเพลงเสียที..

ผมเปลี่ยนใหม่ เขียนโน้ตเพลงใส่ชาร์ต กางให้นักเรียนเห็น เวลาเขย่า..ให้ออกเสียงตัวโน้ตไปตามเพลง ถึงแม้จะไม่ใช่ตัวโน้ตของอังกะลุงที่ถืออยู่ในมือ ก็ต้องออกเสียงด้วย ปรากฎว่า..นักเรียนเล่นได้ดีขึ้น ในเพลงชวา ท่อนที่ ๑...

เพลงชวา จะมีด้วยกันทั้งหมด ๔ ท่อน พอขึ้นท่อน ๒...นักเรียนก็เริ่มสะดุด..หยุดการพัฒนา เล่นได้แต่ไม่เป็นจังหวะ ทักษะการเขย่าเริ่มรวน เมื่อบทเพลง เริ่มมีตัวโน้ตมากขึ้น..

ผมยังคิดไม่ออกเลย..ว่าจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการสอนอย่างไรดี หรือว่า จะเล่นแค่ท่อนแรก... หรือไม่ก็..เปลี่ยนเพลงที่ง่ายกว่านี้..หรือผมยังเข้าไม่ถึงวิธีการสอนที่ถูกต้อง..ใครรู้..วิธีการสอนอังกะลุง..ขั้นพื้นฐาน..ช่วยบอกผมด้วยนะครับ..จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง...

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๒๓ กันยายน ๒๕๕๘



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (5)

เขียนเมื่อ 

It is not easy to play a musical instrument. It is harder when "you" take it into your heart that things should be better (quickly). Perhaps, children should also learn to take part in this problem -- let them solve the problem in their own way and own time. Just give them a goal to aim for (like a musical afternoon for the children (organized and conducted) by the children (and parents and teachers in assistant and/or supporter role "only" -- no telling children what to do ;-)

เขียนเมื่อ 

เป็นกำลังใจให้ครับอาจารย์

เขียนเมื่อ 


เก่งมากๆ ค่ะ ..มาชื่นชม


เขียนเมื่อ 

เขียนเมื่อ 

เป็นกำลังใจให้อาจารย์ครับ