เข้าพรรษา (42) ; เริ่มเดินก็หยุดเหนื่อย

Ka-Poom
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
ได้เกิดการเรียนรู้ว่า ควรจัดให้สมดุล...เพราะจะช่วยให้ร่างกายนี้ได้เกิดการเคลื่อนไหวในลักษณฺะพักได้ หรือที่ข้าพเจ้าเรียกว่า ขณะเดินก็ได้พักแล้ว ...นั่นหมายถึงการพักจิตออกจากความวุ่นวายของการปรุงแต่งทางความคิดทั้งปวงนั่นเอง.....

๑๐ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๘

เสร็จสิ้นการเดินทางชีวิตก็เข้าสู่โหมดของการใช้ชีวิตตามปกติ...

ช่วงนี้มักจะเหนื่อยและเพลียง่ายกว่าเมื่อก่อน อาจเนื่องด้วยยังปรับกับชีวิตที่อายุมากขึ้นแต่กลับใช้ชีวิตแบบสมัยวัยรุ่น^^ แต่การได้นอนพักอย่างหลับลึกและเต็มอิ่มก็ทำให้เช้าวันทำงานมีพลังพอสมควร...

วันพฤหัสบดี เป็นอีกหนึ่งวันที่มีคลินิกบริการจิตเวช ...คนไข้มารอแต่เช้า การได้พูดคุยกับคนไข้กลุ่มนี้ทำให้เราได้ฝึกจิตใจตนเองมากพอสมควร ...จึงถือว่า เป็นโอกาสและวาสนาที่ดีที่ได้ทำงานและฝึกปฏิบัติธรรมผ่านการงานที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ทุกวันนี้ข้าพเจ้ามีความตั้งใจเพิ่มมากขึ้นกับการทำงานประจำ...

และความตั้งใจทำให้สามารถฝึกฝนการใช้ความเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ ได้ลึกซึ้งมากขึ้นอย่างเข้าใจมากขึ้น

มองเห็นทั้งใจตนเองและใจผู้อื่น

ช่วงบ่าย...ภารกิจการงานสร่างซาลง

มีโอกาสได้ทบทวนตนเองและฝึกทำ "จิตบำบัดกับตนเอง" (แอบเรียกขำขำ) ...โดยการกำหนดกิจกรรมที่ผ่อนคลายและได้สมาธิด้วยมาฝึก คล้ายทำให้เราได้พักโดยไม่ต้องเอนตัวลงนอน หรือหลับตา และที่สำคัญได้ชิ้นงานอันปราณีตตามมาด้วย

ข้าพเจ้ามีกิจกรรมที่ทำให้ตนเองได้ฝึกฝนเช่นนี้อยู่หลายอย่าง อาทิเช่น การทำขนม การเขียนภาพ การถักทอสิ่งต่างๆ การปักครอสติก เป็นต้น... เวลาที่เราทำได้ฝึกจิตจดจ่อกับงานและเกิดความผ่อนคลาย จึงเป็นการทำงานที่เป็นกิจกรรมบำบัดตนเองได้ดีทีเดียว

ตอนเย็นหลังเลิกงาน ...

ก็ยังคงเข้าสู่ทางจงกลม ...

เมื่อเริ่มเดินจงกลม คล้ายสภาวะพักอย่างเต็มที่ก็เริ่มขึ้น ความเหนื่อยเมื่อยล้าจากการเดินทางก็หายไป ...

ข้าพเจ้ามักใช้เวลาในการเดินประมาณหนึ่งชั่วโมง บางครั้งก็สลับกับการหนัก เป้าหมายเพื่อฝึกฝนกำลังของจิต

ฝึกไปเรื่อยให้จิตคุ้นและชำนาญ เมื่อถึงคราวก็จะถูกนำออกมาใช้อย่างเป็นอัตโนมัติ เช่น เมื่อที่มีปัญหาและอุปสรรค หรือการต้องใช้ในเรื่องเชิงสร้างสรรค์ ...จิตที่ฝึกจะถูกนำมาเป็นฐานไม่ให้เดี้ยงและเพลี้ยงพล้ำ

นับตั้งแต่เข้าพรรษา...

การเดินจงกลมดูเหมือนจะถูกให้ความสำคัญมากขึ้น ซึ่งเมื่อก่อนตอนฝึกใหม่ก็มักใช้การเดินจิตไม่ฟุ้งดี

แต่ปีสองปีมานี่...เดินน้อยลง นั่งมากขึ้น แต่กลายเป็นความเข้าใจผิดของตนเอง

ได้เกิดการเรียนรู้ว่า ควรจัดให้สมดุล...เพราะจะช่วยให้ร่างกายนี้ได้เกิดการเคลื่อนไหวในลักษณฺะพักได้ หรือที่ข้าพเจ้าเรียกว่า ขณะเดินก็ได้พักแล้ว ...นั่นหมายถึงการพักจิตออกจากความวุ่นวายของการปรุงแต่งทางความคิดทั้งปวงนั่นเอง

...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ชีวิตและวิถีแห่งธรรม(ชาติ)



ความเห็น (0)