เข้าพรรษา (41) ; กระบวนการสู่การตื่นรู้และเบิกบานในการเรียน

Ka-Poom
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
ซึ่งวิธีการหรือกระบวนการข้าพเจ้าไม่มีลิขสิทธ์แต่นำฐานของการฝึกปฏิบัติภาวนาตามแนวทางสายปฏิบัติของพระวัดป่าท่านมาเป็นกรอบของการร่างกระบวนการซึ่งก็มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลแล้ว...

เข้าพรรษา (41) ; กระบวนการสู่การตื่นรู้และเบิกบานในการเรียน

๙ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๘

เช้านี้นัดกันกับน้องโย๋เพื่อไปทานอาหารเช้าด้วยกัน เมื่อวานตอนเย็นเธอตั้งใจงดมื้อเย็น "อนุโมทนาบุญ"ด้วยเป็นอย่างยิ่ง ...เช้านี้ข้าพเจ้าทานได้ค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะข้าวต้มและแพนเค้ก ส่วนข้าวทานครึ่งหนึ่งของปริมาณเมื่อวาน ทานเท่านี้ก็อยู่ได้แล้วทั้งวัน และยังมีสลัดผักผลไม้อีกจานโต

อาหารย่อยง่ายทำให้สบายตัว ทำอะไรก็คล่อง "ทำงานก็คล่อง...ภาวนาก็คล่อง"

ภารกิจวันนี้ก็ยังคงอยู่ที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ..ก่อนเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ข้าพเจ้าขอสัมภาษณ์น้องๆ ที่เข้าเรียนรู้ด้วยกัน แบบไม่ให้ได้เตรียมตัวและตั้งตัวในคำถามเพื่อต้องการถอดบทเรียน

ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจในพลังแห่งความสดใสและเบิกบานของทุกคน

แม้ว่าสองวันนี้จะเป็นสองวันแห่งการขับเคี่ยวเรื่องที่ค่อนข้างยากแต่ทุกคนก็สามารถก้าวผ่านไปได้

ให้องค์ความรู้ ฝึกฝนจากงานต้นแบบ และท้ายสุดโน้มเข้ามาสู่งานของตนเอง

ในรอบนี้ข้าพเจ้ามีเป้าหมายเพื่อให้คนหน้างานเกิดความรู้ความเข้าใจในเรื่อง"การสร้างเครื่องมือ&การนำเสนอข้อมูลจากงานวิจัย"

โดยจัดกระบวนการเรียนรู้ตามภาพโมเดล...

หลายคนที่เห็นข้าพเจ้าจัดกระบวนการและนำไปใช้โดยไม่ได้ศึกษาถึงฐานคิดที่มาของวิธีการ...ว่า "ทำสิ่งนี้ทำไม...เพื่ออะไร"

ซึ่งวิธีการหรือกระบวนการข้าพเจ้าไม่มีลิขสิทธ์แต่นำฐานของการฝึกปฏิบัติภาวนาตามแนวทางสายปฏิบัติของพระวัดป่าท่านมาเป็นกรอบของการร่างกระบวนการซึ่งก็มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลแล้ว...

เป้าหมายเพื่อให้เกิดการสร้างความรู้ (knowledge construction)

ข้าพเจ้าเรียนรู้และทดลองใช้วิธีการนี้มากว่า 10 ปีเป็นการเชื่อมโยงทฤษฎีสู่การปฏิบัติ (Theory to Practice)

ถ้าทำถูกหลัก จิตจะเบาโล่งโปร่งสบาย...เบิกบานและเกิดปัญญาทั้งผู้เรียนและกระบวนกร

การเรียนรู้แบบนี้ในทัศนะของข้าพเจ้ามักเรียกว่า "ตื่นรู้และเบิกบาน"

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ชีวิตและวิถีแห่งธรรม(ชาติ)



ความเห็น (0)