เข้าพรรษา (39) ; เดินทางสู่ R2R สถาบันมะเร็งแห่งชาติ

Ka-Poom
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
การขับเคลื่อน R2R ที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติมารอบนี้เป็นรอบที่สาม การเรียนรู้ยังเต็มไปด้วยมิตรภาพและความเกื้อกูลกันข้าพเจ้าได้น้องโย๋ หรือคุณชลภัสสรมาช่วยผ่อนกำลังได้เยอะ ซึ่งพอสลับกันได้กับเภสัชติ๋ว...

เข้าพรรษา (39) ; เดินทางสู่ R2R สถาบันมะเร็งแห่งชาติ

๗ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๘

เช้าวันนี้ตื่นนอนแบบไม่มีกำลังมากนัก ตาบวมหน้าบวมเล็กน้อย น่าจะมาจากอาการแพ้ผงชูรส อาหารที่ทานเข้าไปที่มีผงชูรสส่งผลเร็วมาก บอกใครก็ดูเหมือนจะยิ้มๆ ไม่ตระหนักแต่ในตัวเองรู้สึกว่าเริ่มย่ำแย่แล้ว บางคนบอกว่าใส่นิดเดียวไม่เป็นไร แต่สำหรับข้าพเจ้าแล้วรู้ตัวในตัวเองดี...บางครั้งก็เลี่ยงไม่ได้สงสารคนที่จะทำอาหารมาให้ทาน...เช้านี้กว่าจะ reset ตัวเองได้ ใช้เวลาพอสมควร

ช่วงเช้าไปทำงานตามปกติมีคลินิกจิตเวช และเป็นวันที่ได้สอนย้ำคนไข้ถึงการดูแลตนเอง คนไข้กลุ่มนี้ต้องสอนย้ำๆซ้ำบ่อยๆ สอนทันทีก็ลืมทันที...

แต่ก็มีความสุข

การปรับกระบวนการทำงานบางครั้งก็ส่งผลต่อการปรับพฤติกรรมของคนไข้ไปในตัวเช่น การผิดนัด ที่เปอร์เซ็นต์ส่วนใหญ่มาจากการความเข้าใจผิดในการทานยา ปรับยาเอง ทานยาไม่ตรงตามแผนการรักษาของแพทย์ การมาผิดนัดปรับรูปแบบให้บริการช้าลงและเน้นย้ำเรื่องการทานยา... กระบวนการทำงาน Start ที่ผู้ป่วยตรงนัดก่อนนอกจากผู้ที่มีอาการฉุกเฉินก็จะคัดกรองมาให้บริการก่อน...ดูเหมือนจะช่วยทำให้อาการกระวนกระวายจากการรอคอยลดลง คนที่มาผิดนัดโดยรวมก็ดูเหมือนจำยอมว่าตนเองต้องช้ากว่าเพื่อน ...

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนอกจากความปกติแล้วคือ วันนี้มีคนไข้อาละวาด สอบถามได้ความว่าดื่มเหล้าและเสพยาบ้า อาการก้าวร้าวอยู่ไม่นิ่ง วุ่นวาย ในกรณีนี้ต้องอาศัยตำรวจมาช่วยและขณะเดียวกันแพทย์ต้องช่วยรักษาให้ผู้ป่วยสงบ พร้อมการกำจัดพื้นที่ไม่ให้ผู้ป่วยเพ่นพ่านเดินไปมาหรืออาจเกิดเหตุการทำร้ายทั้งตนเองหรือผู้อื่น

ในการเจ็บป่วยทางจิตใจ มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ รูปแบบอาการที่แตกต่างกันไป การรักษาทำได้เพียงการประคับประคองให้สงบและมีเป้าหมายดำรงชีวิตประจำวันได้โดยใช้ยากำกับ ในรายไหนที่มีการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตด้วยก็อาจจะฟื้นตัวได้ปกติแต่ในลักษณะนี้มีน้อยมากๆ...

เที่ยงครึ่งหลังจากเคลียร์งานคลินิกให้ผ่อนเบาลงได้บ้างออกเดินทางไปขึ้นเครื่องที่สนามบินอุบลราชธานี ...หลังจากที่ไฟไหม้ในหลายเดือนที่ผ่านมาการปรับปรุงเริ่มจะสมบูรณ์มากขึ้น...ความคล่องตัวและสะดวกสบายของผู้โดยสารเริ่มที่จะไม่แออัด นั่งรอไม่นานเขาก็เรียกขึ้นเครื่อง...

การนั่งบนเครื่องบินทำให้ข้าพเจ้าได้พักเต็มที่จะเป็นช่วงเวลาที่หลับลึกมากๆ ตื่นรู้สึกตัวอีกทีก็ตอนเครื่องลงล้อแตะพื้นดิน...การหลับเช่นนี้ทำให้สดชื่นกระปรี่กระเปร่า ข้าพเจ้าไม่ต้องรอกระเป๋าเพราะเปลี่ยนมาใช้สะพายเป้และลดสิ่งของเครื่องใช้ลง ไม่หิ้วโน้ตบุ๊คแล้วแต่ใช้ iPad ในการบรรยายแทนความคล่องตัวก็มีมากขึ้น

ทางผู้จัดเตรียมที่พักให้เรียนร้อยข้าพเจ้าประสานไปว่าไม่ต้องมารับเดี๋ยวนั่งแท็กซี่ไปเอง ...ถึงที่พักที่สงบ อาหารที่เตรียมในมื้อเช้าก็สะดวกเต็มที่คุ้นเคยกับพนักงานเพราะผู้จัดจัดให้มาพักที่นี่เป็นประจำ

การขับเคลื่อน R2R ที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติมารอบนี้เป็นรอบที่สาม การเรียนรู้ยังเต็มไปด้วยมิตรภาพและความเกื้อกูลกันข้าพเจ้าได้น้องโย๋ หรือคุณชลภัสสรมาช่วยผ่อนกำลังได้เยอะ ซึ่งพอสลับกันได้กับเภสัชติ๋ว...

เข้าที่พัก

ข้าพเจ้าก็พักเต็มที่เพื่อเตรียมตัวทำงานในวันพรุ่งนี้(๘ กันยายน)

ก่อนเข้าพักก็ได้จัดการเคลียร์คอนเซปต์ถึงแนวทางและรูปแบบของการทำกระบวนการในวันรุ่งขึ้น

เข้านอนสี่ทุ่ม

...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ชีวิตและวิถีแห่งธรรม(ชาติ)



ความเห็น (0)