เข้าพรรษา (36) ; ความรุ่มร้อนรอบตัว

Ka-Poom
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
สิ่งที่ผู้คนสัมพันธ์กันมากในปัจจุบัน คือ สภาวะจิตที่รุ่มร้อนและเป็นทุกข์ การพูดคุยกัน การปฏิสัมพันธ์กัน ...ความนิ่งเย็นลดลง ความบีบคั้นมากขึ้น ในสองวันนี้ข้าพเจ้าได้เผชิญกับอารมณ์ของผู้คนค่อนข้างมาก โชคดีว่ายังพอมีสติ จึงไม่เติมอารมณ์เข้าไปในเหตุการณ์ เรื่องราว และบุคคลนั้นอีก

๔ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๘

...

วันศุกร์...เป็นดั่งวันที่เตรียมตัวที่จะเป็นวันหยุด

งานสบายๆ ...ไม่เร่งรัดมากเท่ากับช่วงต้นๆ สัปดาห์ ช่วงเช้านั่งสรุปความเสี่ยง คล้ายได้เกิดการทบทวนตนเองว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น แล้วเราจัดการอย่างไร การบอกเล่าหรือเผยแพร่ก่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นอีกวิธีการจัดการอาจไม่สามารถใช้แบบเดิมได้

อาขวัญและอาไร ...มาหาหมอแวะมาคุยด้วยที่ทำงาน อาขวัญเคยเลี้ยงข้าพเจ้าสมัยเมื่อเด็กๆ ตอนนี้ทั้งอาขวัญและอาไรก็ดูเหมือนมีอายุมากขึ้น ทั้งสองเป็นน้องสาวของพ่อ หลายปีมานี่เกือบจะสิบก็ว่าได้การพบปะกับญาติๆ น้อยลง ...และยิ่งหกเจ็ดปีหลังมานี่ชีวิตส่วนใหญ่ก็มักจะอยู่ที่วัด อาทั้งสองบอกว่า "คิดถึง" ไม่ได้คุยกับหลานนานแล้ว

วันนี้มีความพิเศษที่ประทับใจอีกเรื่องหนึ่งคือ พี่ละมุน ซึ่งเกษียณในปีนี้เดินทางร่ำลาน้องๆ เป็นความประทับใจเพราะส่วนมากมักจะร่ำลากันในงานเลี้ยง ข้าพเจ้ารู้จักกับพี่ละมุนมานาน อดีตเคยเป็นหัวหน้าตึกสูติกรรม และเกษียณในตำแหน่งรองหัวหน้าฝ่ายการพยาบาล กับข้าพเจ้ามีอัธยาศัยถูกคอดี ในวัยเกษียนพี่ละมุลดูสดใส และมีความสุข

กว่าคนหนึ่งคนจะผ่านวิถีแห่งการงานมาได้...จนถึงวันสุดท้ายของการทำงานในวัยเกษียน ในทัศนะของข้าพเจ้ามองว่าดีมากๆ คงผ่านเรื่องราวอะไรมาได้มากพอสมควร ส่วนข้าพเจ้าวางแผนสำหรับตนเองอย่างเร็ว ๕ ปีนี้ หรือไม่ก็ ๑๐ ปี หรือถ้ายังเรียนรู้เรื่องนี้ยังไม่จบก็คงจะอีก ๒๐ ปีเกษียณตามวัย เมื่อถึงวันนั้นคงได้ฝึกฝนความอดทนอย่างยิ่ง เพราะในใจนี้ปรารถนาที่จะมุ่งไปเรียนรู้ทางจิตภาวนาอย่างเต็มรูปเต็มภูมิ แต่ก็อดทนมาได้ถึงสิบปี จนมาพบพ่อแม่ครูบาอาจารย์ที่ท่านเมตตากรุณาให้เรียนตามรูปลักษณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน...

จำได้ว่าเมื่อ ๕ ปีก่อนที่ข้าพเจ้าลาบวช หลายคนบอกว่าจะละทิ้งการงาน ทิ้งบ้าน ทิ้งแม่ไป

แต่...๕ ปีมานี่ก็สะท้อนว่า ณ วันนั้นข้าพเจ้าก็ยังคงรับผิดชอบสิ่งต่างๆ การงานหน้าที่และอยู่กับแม่ เพียงแต่มีช่องทางเพิ่มเข้ามา คือ ยังคงรักษาศีล๘ ต่อมาจนถึงปัจจุบันนี้

วันนี้ข้าพเจ้าได้ทบทวนกับตนเอง...

สิ่งที่ผู้คนสัมพันธ์กันมากในปัจจุบัน คือ สภาวะจิตที่รุ่มร้อนและเป็นทุกข์

การพูดคุยกัน การปฏิสัมพันธ์กัน ...ความนิ่งเย็นลดลง ความบีบคั้นมากขึ้น

ในสองวันนี้ข้าพเจ้าได้เผชิญกับอารมณ์ของผู้คนค่อนข้างมาก โชคดีว่ายังพอมีสติ จึงไม่เติมอารมณ์เข้าไปในเหตุการณ์ เรื่องราว และบุคคลนั้นอีก

ตอนเย็น...

เตรียมตัวกลับเข้าวัด ไปนอนที่วัดตามปกติ

ไม่น่าเชื่อว่า เป็นเช่นนี้มาตั้งแต่ปี๕๑- ๕๒ โดยประมาณ

...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KA PooM Life



ความเห็น (0)