​บรมครูในใจ ตลอดกาล : อาจารย์ฉลวย ศรีรัตนา

nui
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

คนดูหนังดูละครรุ่นเก่าจะคุ้นชื่อ ฉลวย ศรีรัตนา กันพอควร ท่านมีฉายาที่ทุกคนคุ้นเคยคือ “จอมเฮี๊ยบ” เพราะความประณีต จริงจัง จริงใจ ในการทำงานชนิดไม่ปล่อยทุกรายละเอียด

ฉันขอเรียกท่านว่า “อาจารย์” นะคะ ในฐานะที่เป็นศิษย์

ท่านเสียชีวิตอย่างสงบด้วยโรคมะเร็ง ตั้งสวดพระอภิธรรมที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขนจนถึงวันพรุ่งนี้ (อังคาร ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๘) ลูกศิษย์ นักแสดง ผู้สร้างภาพยนตร์มากมายไปแสดงคารวะจิตต่อท่านในวาระสุดท้ายกันมากมาย

แม้ฉันจะชอบดูหนังเป็นชีวิตจิตใจแต่ไม่ค่อยได้ดูหนังไทยจึงไม่เคยรู้จักชื่ออาจารย์มาก่อน จนถึงวันที่ได้ไปเรียนวิชาเขียนบทในปี ๒๕๓๕ ได้เป็นศิษย์ ได้เขียนบทหนังเป็นการบ้านส่งอาจารย์ ได้ตามอาจารย์ไปกองถ่ายตามคำชวนของอาจารย์ ได้สัมผัสถึงความเมตตาอันไร้ขอบเขตของอาจารย์จนเกิดความเคารพรัก ประทับใจ ประโยคหนึ่งที่อาจารย์พูดกับฉันในวันที่อาจารย์ชวนฉันไปกองถ่ายละครของคุณไตรภพ ลิมปพัทธ์ “ผมคิดว่าเราเคยเกื้อหนุนกันมา ผมอยากสอนอาจารย์” ฉันเรียกท่านว่าอาจารย์ฉลวย และท่านก็เรียกฉันว่าอาจารย์เสาวลักษณ์

ที่กองถ่าย ฉันเฝ้ามองอาจารย์ทำงานด้วยความประทับใจ ใครๆ กลัวอาจารย์บอกว่าอาจารย์ดุมาก แต่ฉันไม่ได้ยินเสียงดุของอาจารย์เลย เห็นแค่อาจารย์เดินไปคุยเงียบๆ กับนักแสดงเพื่อ “สอน” และที่ชัดเจนคืออาจารย์โกรธนักแสดงที่ไม่ท่องบท

อาจารย์พูดช้า ชัดถ้อยชัดคำ เสียงไม่ดังนัก อาจารย์จะมองผู้ที่อาจารย์ “สอนงาน” ด้วยสายตามุ่งมั่นจริงใจ ไม่มีคำอื่นที่จะพรรณนานอกจากคำว่า “เมตตา” ฉันจดจำอากัปกิริยาอาจารย์ได้ไม่ลืม

อีกฉายาของอาจารย์คือ “ผู้กำกับกล้องเดี่ยว” อาจารย์เป็นผู้กำกับคนเดียวที่ใช้กล้องตัวเดียว แต่เลือกถ่ายหลายครั้งจากหลายมุม อาจารย์เคยพูดให้ฉันฟังเรื่องนี้ แต่ฉันลืมไปหมดแล้ว

อาจารย์เรียกฉันไปสอนสิ่งต่างๆ มากมาย แต่ความไม่ใส่ใจของฉันเองทำให้ฉันเมินเฉยที่จะตามอาจารย์ไปกองถ่ายอีก แต่ก็ไม่ปฏิเสธการช่วยงานเขียนบทอยู่ระยะหนึ่งซึ่งก็ไม่ได้จริงจังอะไรนักเพียงแค่รับงานอาจารย์มาแล้วเขียนส่งทางไปรษณีย์ จนในจดหมายฉบับหนึ่งอาจารย์ต่อว่าฉันมากทำนองว่าฉันน่าจะแวะไปคุยแบบเห็นหน้าเห็นตาเรื่องบทหนังสักครั้ง จะได้เข้าใจตรงกัน แต่ฉันไม่ได้ไป....จากนั้นมาฉันก็ไม่ได้รับจดหมายจากอาจารย์อีก...เป็นศิษย์ดื้อ ไม่รักดีจริงๆ

จนถึง...หนึ่งเดือนก่อนหน้านี้ ฉันได้เห็นข่าวอาจารย์ฉลวยทางโทรทัศน์เรื่องความเจ็บป่วย ภาพจำของความเมตตาเปี่ยมล้นของอาจารย์กลับมาอีกครั้ง

ฉันหาจดหมายอาจารย์จนเจอ ได้ที่อยู่แล้ว ได้เบอร์โทรศัพท์แล้ว ตั้งใจจะเขียนจดหมายไปหา จะโทรศัพท์ไปเพื่อมั่นใจว่าอาจารย์ยังอยู่บ้านหลังเดิมที่เคยไป...แต่ไม่ทำ บอกกับคนที่บ้านว่าจะต้องไปหาอาจารย์สักครั้ง...แต่ไม่ทำ

จนถึงวันที่เห็นภาพอาจารย์ทางหน้าจอโทรทัศน์อีกครั้งเมื่อไม่กี่วันก่อน ใจฉันหล่นวูบก่อนที่ผู้ประกาศจะอ่านข่าวการเสียชีวิตจบ...

วันเสาร์ที่ผ่านมา ฉันขับรถเข้ากรุงเทพฯ ไปกราบอาจารย์ที่วัด ขอโทษอาจารย์ ยิ่งได้ทราบว่าอาจารย์เจ็บป่วยเข้าออกโรงพยาบาลอยู่นานเป็นปีแล้วน้ำตาซึมทีเดียว

อาจารย์เป็นครู...เป็น บรมครูในใจ..ตลอดกาล ของศิษย์มากมาย มิใช่ฉันคนเดียว

บรรดาศิษย์ทำเสื้อที่มีภาพอาจารย์ ลายเซ็น และคำเรียกขานอันแสดงถึงความรักเคารพสูงสุดสำหรับคนเป็น “ครู” ชวนกันให้สวมเสื้อตัวนี้ไปในวันเผาร่างอาจารย์อันเป็นที่เคารพรัก

ฉันเขียนบันทึกนี้เพื่อแสดงความเคารพอาจารย์ผู้เปี่ยมเมตตา...อาจารย์ฉลวย ศรีรัตนา ผู้กำกับจอมเฮี๊ยบ ผู้กำกับกล้องเดี่ยว

บรมครูในใจ...ตลอดกาล.

จันทร์ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๘

.....................................

บันทึกเพิ่มเติม

อาจารย์สมเจตน์ เมฆพายัพ เขียนบันทึกถึงอาจารย์ฉลวย ศรีรัตนา ใน G2K เมื่อ ๗ ปีก่อน ทั้ง ๔ บันทึกนี้ช่วยให้รู้จักอาจารย์ได้ดีขึ้นค่ะ เชิญชวนเข้าไปอ่านค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน พักใจ



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

เรียนวิชาเขียนบทกับอาจารย์ฉลวย โห ความสนใจหลากหลายจังค่ะ อะไรทำให้เข้าเรียนคะ ความสนใจล้วน ๆ หรือนำมาใช้ในงานคะคุณหมอ

อ่านแล้วรู้จักและเคารพ อ. ฉลวยมากทั้ง ๆที่รู้จักท่านน้อยมาก ท่านเป็นบรมครูในใจของคุณหมอและคงของอีกหลาย ๆคน

ครูที่ดุและเข้มงวดบางคนไม่ทันรู้จักก็ถอยแล้ว ความจริงท่านจริงจังที่จะให้ศิษย์ได้ดีนะคะ

ดิฉันก็ใกล้ ๆจะดุและเข้มงวด ครูคณิตศาสตร์พิมพ์นิยมค่ะ เมื่อตอนสอนใหม่ ๆแต่ตอนหลัง ๆนี่ลดไปเยอะต่ะ เพราะครูรุ่นใหม่เขาเอาใจนักศึกษา ให้เกรด เอ กันค่อนห้อง กลัวถูกประเมินว่าไม่เก่งกระมัง คุณภาพจึงเป็นเช่นนี้แล

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณอาจารย์ GD และขอโทษนะคะที่เข้ามาตอบช้า

ดิฉันชอบดูหนังจึงชอบอ่านหนังสือเกี่ยวกับหนังมาตั้งแต่เด็ก สมัครไปเรียนวิชาพื้นฐานภาพยนตร์อยู่ ๓ เดือนเพื่อให้รู้จักหนังมากขึ้น และได้รู้ว่าหัวใจของหนังคือบท

"หนังดี มาจากบทดี แต่ บทดี ไม่จำเป็นต้องเป็นหนังดี" อาจารย์และนักวิจารณ์บันเทิงชื่อ "ทิวลิป" ที่สอนวิชาภาพยนตร์บอกไว้ค่ะ ดิฉันจึงไปเรียนวิชาเขียนบทต่อด้วยความสนใจล้วนๆ มิได้คิดเอามาใช้งาน แต่ทำให้ดูหนังสนุกและลึกซึ้งมากขึ้นค่ะ

ดิฉันมีครู "ดุ และ เข้มงวด" หลายท่าน แต่เมื่อนึกย้อนหลังแล้วก็รู้ว่าได้เรียนรู้มากมายจากคุณครูเหล่านั้น

อาจารย์เป็น "ครูคณิตศาสตร์พิมพ์นิยม" นะคะ เยี่ยมจริงๆ ดิฉันชอบเรียนวิชานี้มากค่ะ

ขอบคุณสำหรับความรู้สึกดีๆ ต่ออาจารย์ฉลวยค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะสำหรับกำลังใจค่ะ

พี่ใหญ่ นงนาท สนธิสุวรรณ

อาจารย์ อาจารย์ต้น

และขอบคุณทุกท่านที่แวะมาอ่านค่ะ