เข้าพรรษา (18) ; ทำงาน

Ka-Poom
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

เข้าพรรษา (18) ; ทำงาน

จากที่เมื่อวานมีภาวะคล้ายร้อนเกินแต่วันนี้ดูเหมือนภาวะร้อนเกินจากเดิมยังคงทวีคูณ แต่ก็ใช้ความอดทนตื่นเช้ามามีอาการคล้ายหน้าบวม แต่ก็อาจจะมาจากฮอร์โมนเปลี่ยนหรือเปล่า(ตั้งข้อสังเกต)...

มาทำงานแต่เช้าได้เจอความทุกข์ของผู้ทำให้เรามีสติในตนเอง คนไข้จิตเวชน่าสงสารไม่รับรู้อะไรยากที่จะนำไปสู่การตระหนักและเปลี่ยนแปลงการได้คลุกคลีกับคนไข้กลุ่มนี้ทำให้เราได้ย้อนกลับมาทบทวนและใส่ใจสภาวะจิตของเรามากขึ้น

หลายคนมีอาการไม่ค่อยดีเปลี่ยนแปลงและญาติก็ดูเหนื่อย

ยาสำคัญที่ช่วยเยียวยาคือ รอยยิ้มและความเข้าใจ การพูดคุยที่เย็นใจพอจะประคองสภาพจิตใจให้ผ่านพ้นไปได้ทั้งเราเองและคนไข้

บางครั้งเหนื่อยมากๆ จะหงุดหงิดแต่การได้สัมพันธ์กับคนไข้กลุ่มนี้ทำให้เกิดการสะท้อนเราโดยอัตโนมัติถ้าเราหงุดหงิดก็คงไม่ต่างจากเขา...มันก็ดีเช่นนี้ต่างเป็นวิถีแห่งการงานที่เยียวยากันและกัน

ช่วงเริ่มทำงานตุ่มแผลที่แพ้แตกมีน้ำไหลซึม จึงไปให้น้องๆ ที่ไอซียูศัลยกรรมทำแผลให้โดยได้รับความอนุเคราะห์จากพี่นิดและบุคลากรทุกท่าน ชื่นใจและประทับ มาที่นี่แล้วอบอุ่นได้รับความเป็นมิตรสนิทใจที่สำคัญฟังเสียงของผู้ป่วยนี่จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมที่นี่จึงมีผลงานในลักษณะ Patient Experience to Research มากมายเพราะเข้าถึงคำว่า "จิตใจผู้ป่วย"

การทำงานผ่านพ้นไปได้ดีทั้งวันทุกวันนี้ข้าพเจ้ามีโอกาสก็เตรียมงาน Re-Med เองเพื่อส่งต่อข้อมูลให้กับแพทย์ที่มาช่วยออกตรวจคลินิกจิตเวช การลงมือทำเองทำให้เราทราบผู้ป่วย(รู้จักผู้ป่วยมากขึ้น) ได้คัดกรองผู้ป่วยไว้ล่วงหน้า ได้ศึกษาประวัติการมารักษา ต่างจากเมื่อก่อนจะเจอคนไข้ตอนมายื่นบัตรเลยทำให้ได้รับข้อมูลน้อยการศึกษาผู้ป่วยก่อนล่วงหน้าทำให้เวลาที่รับบัตรนัดผู้ป่วยสามารถคัดกรองผู้ป่วยได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

และที่สำคัญทำให้เป็นสนามฝึกสำหรับข้าพเจ้าเองที่จะได้ทำความเข้าใจในเรื่อง R2R ของข้าพเจ้าเอง... การได้ลงคลุกคลีและปฏิบัติหน้างานทำให้ลึกซึ้งในการขับเคลื่อน

การทำงาน Routine ผ่านไปหลังเลิกงานเข้าไปเดินภาวนาและเดินจงกลม ระหว่างทางไปวัดได้เจอพูดคุยกับพี่แกะและนัดหมายมาที่วัด ปิติดีใจเราพูดคุยกันถึงเรื่องสภาวะสมดุลย์ร้อนเย็น แล้วพี่แกะก็ช่วยถอนพิษร้อนให้กับร่างกายด้วยน้ำสกัดฤทธิ์เย็นที่ดีที่สุด สบายตัวสภาวะร้อนเกิดลดลง อาการคล้ายร่างกายถูกไฟเผาดีขึ้นอย่างทันตาเห็น

ร่างกายเรามักสัมผัสและซึมซับความร้อนเข้ามาเยอะจนไม่รู้จักวิธีที่จะนำความร้อนออกมาได้ร่างกาย อวัยวะและเนื้อเยื่อจึงถูกทำลายเกิดความเสียสมดุลและกลายเป็นความเจ็บป่วยเกิดขึ้น

การรักษาและเยียวยาต้องมีความเข้าใจอะไรเกินต้องเอาออกอะไรพร่องต้องเติมเข้าไป...และไม่ใช่ผูกขาดที่ยาอย่างเดียวแต่ต้องเป็นการปรับเปลี่ยนวิถีการดำรงชีวิตถึงร้อยละ ๘๐ อีกที่เหลือพึ่งยาเสริมช่วยกัน...

...

๑๗ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๘

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ชีวิตและวิถีแห่งธรรม(ชาติ)



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

สาธุค่าา