​ยากันลืม_กินก่อนแก่

nui
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

สัปดาห์ที่ผ่านมามีเรื่องเป็นโจทย์ให้คิดด้วยความตกใจพอควร

คนไข้เบาหวานเข้ามานั่ง เป็นไม่มาก กินยาแค่ ๒ ตัว แต่ปัญหาของเธอคือ เธอไม่รู้เรื่องโรคเรื่องยาของตัวเองเลย กินยากี่เม็ด กี่มื้อ ก็ไม่รู้ บอกว่าลูกจัดให้ จำน้ำตาลในเลือดก็ไม่ได้ อธิบายช้าๆ ว่ามียาที่ต้องกินอะไรบ้าง กินเวลาไหน เธอก็ตอบสั้นๆ ว่า “จำไม่ได้หรอก ฉันขี้ลืม หมอจ่ายยามาเถอะ”

คนไข้อายุ ๖๒ ปี!!! ประเมินจากพูดคุยแล้ว เธอปฏิเสธที่จะรับรู้ทุกเรื่อง

“หมอมียาอะไรให้ฉันกินแก้ลืมมั๊ย” เป็นประโยคสุดท้ายก่อนเธอออกไป เป็นอาการของโรคติดพึ่งพายา เจอบ่อย เป็นโรคที่ต้องบำบัดด้วยการพูดคุย

บอกเธอไปว่าคราวหน้าจะหาคำตอบมาให้

..........................

ยากันลืม

วันเสาร์เจอหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ “ยากันลืม” จัดทำโดย มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สงอายุไทย (มส.ผส.) สาระควรค่าแก่การอ่าน เป็นยากันลืมที่ต้อง “กินก่อนแก่”

หนังสือเล่าเรื่อง “ภาวะสมองเสื่อม” และการป้องกัน

ทางการแพทย์นิยามคำว่า “ภาวะสมองเสื่อม” ไว้ว่า

ภาวะสมองเสื่อม (Dementia Syndrome) เป็นภาวะที่สมองเริ่มถดถอยการทำงานด้านใดด้านหนึ่งลงไป เช่น ด้านความจำ ด้านภาษา ด้านการประมวลผล และด้านสมาธิ โดยจะเริ่มสูญเสียเซลล์สมองจากส่วนหนึ่งแล้วค่อยลุกลามไปยังสมองอีกส่วนหนึ่งอย่างช้าๆ เมื่อเวลาผ่านไปนานเป็นสิบปี ความผิดปกติเหล่านี้จะปรากฏชัดเจนในตัวผู้มีอาการจนคนรอบข้างเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้นทีละน้อย

สมองเสื่อมอาจเกิดจากโรคหลอดเลือดสมอง เนื้องอกในสมอง สมองกระทบกระเทือน หรือ จากอายุที่มากขึ้น

สมองเสื่อมจากโรคถือเป็นเหตุสุดวิสัย แต่สมองเสื่อมจากวัยนั้นสามารถป้องกันได้

ในประเทศไทย ผู้สูงอายุที่มีอายุ ๖๐ ปีขึ้นไปมีโอกาสเกิดภาวะสมองเสื่อมร้อยละ ๑๑.๔ และเพิ่มเป็นร้อยละ ๔๕.๖ เมื่ออายุมากกว่า ๘๐ ปี

ความเชื่อที่ว่า แก่แล้วความจำเสื่อมเป็นธรรมดา เป็นความเชื่อที่ผิด

เพราะความจำเสื่อมอันเกิดจากโรคสมองเสื่อมนั้นไม่ได้เป็นไปตามอายุเสมอไป เราสามารถป้องกันสมองเสื่อมได้ เพราะหากปล่อยจนเกิดอาการจากภาวะสมองเสื่อมแล้วยากที่จะรักษาให้กลับมาดีดังเดิม

เนื้อหาในหนังสือ แต่ละบทสั้นๆ อ่านง่าย เพราะเขียนสำหรับประชาชน

หนังสือหนาแค่ ๔๐ หน้า เนื้อหาจริงๆ มี ๑๔ หน้า

............................

ลับสมอง ก่อนสมองเสื่อม

ที่พิเศษคือ “บทส่งท้าย : ๗ เกม ๗ วัน ฉันไม่ลืม” มีเกมเพื่อ “ลับสมอง” หรือฝึกสมองป้องกันโรคสมองเสื่อม ทุกเกมสนุก หลายๆ เกมเราคุ้นเคย ชอบเล่น

เกมที่ ๑ บวก ลบ คูณ หาร ต้านลืม

เกมที่ ๒ ซูโดกุ กู้สมอง

เกมที่ ๓ เชื่อมสมอง ๒ ซีก

เกมที่ ๔ เขาวงกตเชื่อมเซลล์สมอง

เกมที่ ๕ จับคู่ กู้ความจำ

เกมที่ ๖ จำคำศัพท์

เกมที่ ๗ เติมภาพ

เล่นเกมเหมือนที่เราเคยเล่นกับลูกสมัยลูกเล็กๆ ยังไงยังงั้น เพียงแค่เราทำตัวเป็นเด็กอีกครั้ง แล้วจะเล่นเกมเหล่านี้ให้สนุกด้วย และป้องกันสมองเสื่อมได้ด้วย

……………………….

เรื่องจริงของอาม่าอายุ ๘๔

อาม่าอายุ ๘๔ แล้ว เป็นเบาหวาน ความดัน หัวใจใส่เครื่องกระตุ้นมาแล้ว ความจำดีมาก ร่าเริง พูดคุยสนุกสนานมาก คุมความดัน คุมเบาหวานได้ดี เดินได้คล่อง แนะนำอะไรจำได้ ทำได้

ภูมิหลังของอาม่าคือ เป็นเจ้าของร้านขายส่งขนมในตลาด นั่งโต๊ะคิดเงินลูกค้าทุกคน รับเงิน ทอนเงิน หยิบขนมให้เวลาลูกค้าหาไม่เจอ พูดคุยตอบคำถามลูกค้าทุกคนเอง มีปัญหามาปรึกษาหนเดียวคือเวียนหัว เวลารีบก้มลงหยิบขนมที่วางที่ต่ำๆ คำแนะนำคือ ขนมที่วางต่ำก็ให้ใช้ลูกจ้างหยิบ ลิ้นชักที่เปิดบ่อยหยิบของบ่อยก็ย้ายมาบนๆ แล้วก็ไม่มีปัญหาอีกเลย

อาม่าคนนี้โชคดีที่ “ได้ทำงาน” และงานที่ทำเป็นงาน “ฝึกสมอง” ได้ “พบปะผู้คน” อาม่าจำคนเก่ง มานั่งรอตรวจก็คุยกับคนไข้อื่นๆ จำชื่อมาเล่าว่าเป็นลูกค้าที่ร้าน ต้องชมลูกหลานที่ไม่ขัดขวาง ยอมให้ทำงานแทนที่จะเก็บตัวไว้ในบ้านเฉยๆ

…………………..

สรุป

สมองเสื่อมป้องกันได้ โดย กินอาหารครบ ๕ หมู่ ไม่กินยาที่ไม่จำเป็น ไม่ดื่ม ไม่สูบ พบปะผู้คน ร้องเพลง เต้นรำด้วย(ช่วยได้เยอะ) ออกกำลังกาย และลับสมอง ง่ายๆ แค่นี้

ออกกำลังกายเป็น ยาวิเศษ รักษาทุกโรค ไม่มีใครทำให้ได้ ต้องทำเอง (วันก่อนเขียนบันทึกเรื่องงานวิจัยเดินป้องกันโรคสมองฝ่อเดินป้องกันโรคสมองฝ่อ ไปแล้ว)

วิตามิน อาหารเสริม แปะก๊วย โอเมก้า ๓ ฯลฯ ที่โฆษณาว่าป้องกันสมองเสื่อม บำรุงสมอง ไม่มีหลักฐานใดๆ พิสูจน์ว่าจริง!!! เสียเงินเปล่า บางอย่างกลับอันตรายต่อสุขภาพ

สมาชิก G2K ทุกคนไม่น่าจะมีปัญหาสมองเสื่อม ตราบใดที่ยังเข้ามาอ่าน มาเขียนบันทึก เพราะ “การอ่าน การเขียน” ก็เป็นการฝึกสมองอย่างหนึ่ง แต่ต้องหมั่นอ่านแล้วสรุปความ สมองจะได้ทำงานเยอะ อย่าไปเกรงใจสมองว่าใช้งานเขาเยอะ ยิ่งใช้เยอะยิ่งดี.

อาทิตย์ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๘

Download หนังสือ“ยากันลืม” ฉบับเต็มที่นี่

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน อ่าน คิด เขียน



ความเห็น (12)

เขียนเมื่อ 

(หมอดู.).เคยบอกว่า..จะตายในน้ำ..เลยรอดตัวไป..อิอิ......

เขียนเมื่อ 

I downloaded the book you suggested straight away. Thank you. I hope I don't forget to read it ;-)

เขียนเมื่อ 

เคยคุยกับญาติผู้ใหญ่ของเพื่อนคนหนึ่ง 80 กว่าแล้ว แต่ความจำดีมาก ถามว่ายายทำไมความจำดีเหลือเกิน แกตอบว่า "ยายชอบแทงหวย เห็นอะไรก็คิดเป็นตัวเลขหมด"...

เขียนเมื่อ 

ขอเป็นหมอดูนะคุณยาย ยายธี ว่า อย่างคุณยายนี่ไม่เป็นหรอก

ดิฉันนี่รู้สึก "หลอน" นะคะ เพราะเห็นคนไข้ทุกวัน ไม่อยากให้ตัวเองแก่แล้วเป็นภาระลูกหลาน

นี่ก็เริ่มฝึกโปรแกรม "ลับสมอง" แล้วละ เพราะอายุก็เข้าได้อยู่ 5555..

โชคดีนะคะ

เขียนเมื่อ 

ด้วยความยินดีค่ะคุณ sr

ดิฉันชักสงสัยประโยคนี้นะคะ "....I hope I don't forget to read it...." 55555

โชคดีค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะคุณ วันปีย์

ดิฉันว่า คนยุคใหม่มีโอกาสสมองเสื่อมได้มากกว่าคนรุ่นเก่านะ เพราะมีเทคโนโลยีช่วยจำแทนใช้สมอง

ทุกวันนี้ดิฉันพยายามไม่ใช้เครื่องคิดเลขแล้วค่ะ


น่าสนใจ...น่าใส่ใจมากๆค่ะ...ทุกวันนี้ยังทำตัวเป็นพวกซากวัฒนธรรมที่น้องๆหลานๆมาให้ช่วยเล่าอยู่เสมอ

ทำท่าขี้หลงขี้ลืมบ้างแล้วหละ แต่ก็โหลดหนังสือ "ยากันลืม" แล้วแต่ยังไม่ว่างที่จะปริ้นส์ออกมาอ่าน กลัวอย่างเดียวค่ะ กลัว "ลืมปริ้นส์" อิอิ....

เขียนเมื่อ 

ดีจังเลยครับ

มีกิจกรรมดีๆทำ

ขอบคุณพี่นุ้ยมากครับ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณพี่ใหญ่ นงนาท สนธิสุวรรณ มากค่ะ

พี่ใหญ่เขียนบันทึกดีๆ อยู่สม่ำเสมอก็เป็นการลับสมองแล้วค่ะพี่

เขียนเมื่อ 

ยอนดีที่ได้รู้จักค่ะคุณ นางฟ้า

"อย่าลืม" พริ้น แล้วลองอ่านดูนะคะ ดิฉันอ่านและเอาไปทำแล้วค่ะ


เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะน้อง ขจิต ฝอยทอง

กิจกรรมฝึกสมองนี่เอาไปให้ผู้เข้าอบรมทำได้เลยค่ะ (นึกว่าทำง่าย แต่ไม่ง่ายนะคะ)