ข่าวดีสำหรับคนรักโลก : นิวยอร์คห้ามใช้กล่องโฟมใส่อาหารตั้งแต่ ๑ ก.ค. ๒๕๕๘

nui
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ด้วยเหตุผลด้านสิ่งแวดล้อม นครนิวยอร์คออกคำเตือนตั้งแต่มกราคม ๒๕๕๘ และมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๘ ห้ามใช้ ผลิตภัณฑ์โฟมประเภทโพลีสไตรีน (Expaned Polystyrene) ทุกชนิด ทั้ง แก้ว จาน ชาม กล่องใส่อาหาร รวมทั้งเม็ดโฟมกันกระแทก ห้ามจำหน่าย ห้ามมีไว้ในครอบครอง

เหตุผลก็คือโฟมมีปัญหามากในการกำจัด เป็นอันตรายต่อสัตว์ การนำมารีไซเคิลมีต้นทุนสูง

เมืองอื่นๆ ในอเมริกาที่ห้ามใช้โฟม ได้แก่ ซีแอตเติล พอร์ตแลนด์ ซานฟานซิสโก วอชิงตัน ดีซี.

..........................

อันตรายของภาชนะโฟม ต่อสุขภาพ

ในประเทศไทย กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ออกคำเตือนหลายๆ ครั้งแล้วว่า ภาชนะโฟมบรรจุเป็นอันตรายต่อสุขภาพ สารสไตรีนจากกล่องโฟม ที่ปนเปื้อนในอาหารเป็นสารก่อมะเร็งเต้านม และ มะเร็งต่อมลูกหมาก

ถ้ากินอาหารจากกล่องโฟมวันละอย่างน้อย ๑ มื้อ ติดต่อกันเป็นเวลา ๑๐ ปี จะมีโอกาสเป็นมะเร็งสูงกว่าคนปกติ ๖ เท่า และสารสไตรีนจากกล่องบรรจุอาหารจะออกมามากกว่าปกติในกรณีต่อไปนี้

  • อุณหภูมิ ร้อน หรือ เย็นจัด
  • อาหารมัน หรือ ทอด
  • เวลาที่สัมผัสอาหาร

................................

อันตรายของภาชนะโฟม ต่อสิ่งแวดล้อม

อันตรายต่อสัตว์กินเข้าไปอุดตันลำไส้ตาย เป็นขยะที่กำจัดได้ยากกินเนื้อที่ เมื่อเผาก็เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม การนำมารีไซเคิลทำได้แต่เป็นการลงทุนที่สูงและต้องใช้โฟมเก่าที่สะอาดมากๆ ซึ่งเป็นไปได้ยาก

หน่วยงานมากมายพูดเรื่องขยะโฟมกับสิ่งแวดล้อม แต่ยังไม่มีมาตรการออกมา นอกจากชี้ให้ประชาชนเห็นอันตราย และลดใช้โฟม

.........................

ความจริงในชีวิตประจำวัน

คนไทยใช้กล่องโฟมวันละไม่ต่ำกว่า ๑๓๘ ล้านกล่อง เฉลี่ย ๒.๓กล่อง/คน/วัน กรมอนามัยเคยแนะนำให้ร้านค้าใช้ถุงร้อนรองกล่องก่อนใส่อาหาร ซึ่งไม่ค่อยมีคนทำ แม้ทำก็รองเฉพาะด้านล่าง ตักข้าวผัดร้อนๆ คีบไก่ทอดร้อนๆ ใส่กล่องโฟมกันเป็นปกติ คนกินก็ไม่รู้ และไม่เดือดร้อนเพราะใครๆ ก็กินแบบนี้

อาหารกล่องสำหรับกรุ๊ปทัวร์ ทำไว้ตั้งแต่กลางคืน ส่งไปที่รถตอนเช้าเพื่อกินมื้อเที่ยง

มีการแนะนำให้ใช้วัสดุบรรจุอาหารทดแทนโฟม คือ ใบตอง กับ บรรจุภัณฑ์จากชานอ้อย

ปัญหาคือ ใบตอง หายาก และราคาแพงแล้ว สมัย ๔๐-๕๐ ปีก่อน ไปตลาดซื้อของ แม่ค้าจะห่อด้วยใบตอง มัดด้วยเชือกกล้วย ขนมก็ห่อใบตองกลัดไม้กลัดทำจากก้านมะพร้าว หรือ เย็บเป็นกระทงใบตองใส่ขนมขาย

แม่ค้าจะยอมทำหรือ เพราะต้องนั่งเตรียมใบตองก่อนขาย เมื่อเทียบกับใช้กล่องโฟมที่สะดวกกว่าและราคาถูก

บรรจุภัณฑ์ทดแทนโฟมที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม มีผลิตขายหลายยี่ห้อแล้วในประเทศไทย ตลาดผู้บริโภคระดับบนเริ่มใช้บรรจุภัณฑ์นี้แล้ว แต่ร้านค้าทั่วไปยังไม่ได้ใช้เพราะราคาแพง

...............................

ความจริงเชิงประจักษ์

กราฟฟิคนี้ทำโดย กลุ่ม InfographicMove ใช้ข้อมูลผลการวิจัยของ สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย อธิบายได้ดี

  • ๑ ใน ๓ ของร้านค้า ใช้กล่องโฟมเหตุผลที่ใช้ พราะหาง่าย ราคาถูก
  • ๗ ใน ๑๐ รู้ว่ากล่องโฟมอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม
  • ร้านค้าร้อยละ ๖๑.๓ รู้ว่า หากนำภาชนะโฟมใส่อาหารร้อนจะอันตราย
  • ร้อยละ ๗๒.๖ ของร้านค้าที่ใช้กล่องโฟม รองก้นภาชนะด้วยวัสดุอื่น เช่น ถุงพลาสติก แต่ ไม่ได้รองด้านบน(จึงยังมีส่วนที่อาหารสัมผัสโฟม)
  • ร้อยละ ๗๐ ของร้านค้าที่ใช้กล่องโฟม ใส่อาหารขณะร้อน

...........................................

ทำอย่างไร?

กรมอนามัยมีข้อเสนอต่อประชาชน ๓ ข้อคือ

  • หยุดกินอาหารจากภาชนะโฟม
  • เลือกใช้ภาชนะที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น กระเบื้อง แก้ว
  • ใช้ภาชนะทดแทนจากวัสดุธรรมชาติ

……………………….

ทำได้หรือไม่? คุณเป็นผู้ตัดสินใจ และลงมือทำ

คำแนะนำ ๒ ข้อแรก เป็นเรื่องที่ผู้บริโภคทำได้ทันที หากคุณรักสุขภาพ (ไม่ว่าคุณจะรักโลกหรือไม่รักโลก) ทำง่ายมาก ทำได้ทุกคน ทุกบ้าน เพียงแต่จะทำหรือไม่ และ คุณใจแข็งพอหรือไม่ที่จะปฏิเสธอาหารที่ใส่กล่องโฟมเพราะคุณอยากกินมากจึงคิดว่า “ช่างมันเถอะ ไม่เป็นไรน่า”

ข้อ ๓ ในระดับร้านค้าทั่วไป และผู้ทำอาหารส่งจำนวนมาก เป็นไปได้ยากมาก ถ้าไม่มีกฎหมายบังคับ และแม้มีกฎหมายบังคับ ประชาชนก็หาความมั่นใจได้ยากมากว่าจะบังคับได้จริง

ขณะที่ประชาชนยังไม่ตระหนักถึงภัยใกล้ตัวในเรื่องนี้ คำถามสำคัญ คือ

“เป็นไปได้หรือไม่ที่ประเทศไทยจะออกกฎหมายห้ามใช้ภาชนะโฟมบรรจุอาหาร?? เพื่อคุ้มครองสุขภาพประชาชน และ เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม”

…………………………….

ศุกร์ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๘

อ้างอิง

http://www.bbc.com/news/magazine-33334994

http://www.thairath.co.th/content/509005

http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9570000117823

https://www.facebook.com/InfographicMOVE/photos/a.106711799499327.244.106331272870713/134164340087406/

http://tcijthai.com/tcijthainews/view.php?ids=2397

http://www.sarakadee.com/feature/2000/11/recycled_foam.htm

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกคนรักโลก



ความเห็น (10)

เขียนเมื่อ 

คำว่าเลิกใช้คำเตือน หรือ กฏหมาย..มิใช่เป็นทางออกสำหรับผู้บริโภค..ถ้าหากยัง ผลิตกันอยู่..พลาสติคมีกำเนิดมาจากการผลิตน้ำมัน..และเป็นผลผลอยได้..ของอุตสาหกรรมประเภทนี้..น้ำมัน..ที่มีปริมาณจำกัดและที่สุดคือการขาดแคลน..วัสดุเหล่านี้ จะราคาสูงขึ้นไปตามเวลาจนสุดท้ายคือไม่มีอีกต่อไปจะให้ใช้กันอย่างฟุ่มเฟือยอย่างเวลานี้..อาจจะเป็นเรื่องน่ายินดี..แต่คงต้องรอเวลาที่จะมาถึง..(ได้เห็นงานวิจัยชิ้นหนึ่ง..ได้แสดงให้เห็นว่า..เจ้าพลาสติคที่ว่าสลายไปตามเวลา..ที่ว่านั้นมันเล็กปนเปอยู่ทุแซอกทุกมุมโลกแล้วก็ว่าได้..เขาเฉือนเนื้อปลาให้ดูผ่านกล้องขยาย..มันอยู่ในเนื้อปลา..และเราก็ยังกินปลาเป็นอาหาร กันอยู่....

นี่เป็นสิ่งที่ฝรั่ง ผู้เป็นต้นทางการผลิต..ก็ยังหาทางออกไม่ได้..รีไซลเคิล..ไม่ใช่ทางออกแน่นอน..ถ้าคิดดูให้ดี..จริงไหม..เจ้าคะ..คุณnui...สำหรับเราไม่ต้องพูดถึง..ว่าจะทำได้อย่างไร..เพราะ อะไร...อิอิ

เขียนเมื่อ 

I'd say again, governments should collect "duty" from "rubbish". Duty will be passed on to consumers raising prices of the containers and what go inside the containers thus reduces sales and amount of rubbish. The duty money can be used to remove rubbish from our environment.

For now if we plan ahead a little we can be carrying "re-usable containers" (ปินโต) in our bag/car ;-)

เขียนเมื่อ 

ถ้ามีกฎหมายด้วยก็น่าจะดีกว่าการออกคำเตือนหรือรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงภัย ตอนนี้ผมคนหนึ่งล่ะที่(พยายาม)เลิกกินข้าวกล่องโฟม โดยซื่อข้าวแกงใส่ถุงร้อนมาเทใส่จานแทน

ช่วยๆกันให้ความรู้กันมากๆ บ่อยๆ ถี่ๆ ให้เป็นเรื่องใหญ่โต เรทติ้งสูงๆอย่าง ข่าวโตโน่ แตงโม ได้ทุกๆวันก้คงจะดีนะครับ ฮา....

ุ้

เขียนเมื่อ 

ต้องให้เลิดผลิตค่ะ บางรัฐก็ให้เลิกใช้พลาสติก แต่ก็ยังมีข้อยกเว้นให้สำหรับเป็นบรรจุภัณฑ์ของบางอย่าง

เขียนเมื่อ 

คุณยาย ยายธี ที่เคารพคะ เราตามก้นฝรั่งทุกเรื่อง แต่เรื่องดีๆ เราไม่ค่อยตาม

ปัญหาขยะทั้งจากพลาสติก จากโฟมเป็นปัญหาใหญ่ขึ้นทุกวัน เวลานี้บ้านเราชาวบ้านต่อต้านมากเวลาจะไปใช้พื้นที่เป็นที่เก็บขยะ กลายเป็นปัญหาการเมืองไปแล้ว รัฐบาลบอกออกมาชัดแล้วว่าต่อไปขยะพื้นที่จังหวัดไหนก็ต้องหาที่กำจัดในจังหวัดตัวเอง

กรุงเทพนี่ละเป็นผู้ผลิตขยะรายใหญ่สุด และเป็นขยะกำจัดยาก เคยเอาไปทิ้งสมุทรปราการตอนนี้เขาไม่ยอมกันแล้วค่ะ

ดิฉันว่ารีไซเคิล ถ้าทำให้เป็นจริงได้ด้วยต้นทุนไม่สูงนักก็คงต้องทำ แต่ปัญหาคือเราประชาชนที่ผลิตขยะต้องมีสำนึกช่วยกันลดขยะ และร่วมมือแยกขยะ แค่นี้ยังทำกันไม่ค่อยได้ (พูดแบบนี้ดิฉันก็เจ็บปวดนะคะในฐานะที่เป็นคนไทยมาว่าคนไทยด้วยกัน)

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณนะคะคุณ sr ที่มาให้ความเห็นเพิ่มเติมอีกครั้ง

ท่าที่ตามข่าวดิฉันคิดว่ารัฐบาลนี้จับเรื่องขยะเป็นวาระใหญ่พอสมควร แต่เนื่องจากมีเรื่องที่ใหญ่กว่ามากมายเหลือเกิน เพราะถูกหมักหมมมานาน เช่น เรื่องการประมง IUU ,เรื่องภัยแล้ง (ที่ทุกจังหวัดรวมศูนย์เรียกร้องไปที่รัฐบาล - จนต้องจัดงบประมาณไปตำบลละ ๑ ล้าน ซึ่งไม่รู้ว่าจะช่วยเกษตรกรได้แค่ไหน) ตอนนี้เฉพาะหน้าก็เรื่องส่งอุยกูร์ให้จีน ฯลฯ

ปัญหาของประเทศมีมากเหลือเกิน

บันทัดสุดท้ายของคุณที่ทำได้ทุกคน เพียงแค่ตั้งใจ ดิฉันมีปิ่นโตไว้ที่ทำงานให้แม่บ้านออกไปซื้ออาหารกลางวันมาให้ เธอก็หิ้วปิ่นโตของดิฉันมาพร้อมกับกล่องโฟมใส่อาหารสำหรับคนอื่นๆ มาเต็มหอบ วันที่ทำอาหารกลางวันไปจากบ้านดิฉันก็ใส่กล่องแก้วไป ไม่เป็นปัญหาใดๆ เพราะทำจนชิน

พยายามชักชวนคนอื่นๆ ก็ได้คำตอบว่า โอ๊ยไม่เป็นไรหรอก แค่กลางวันมื้อเดียว....

เขียนเมื่อ 

ตรงประเด็นมากนะคะคุณพิชัย พ.แจ่มจำรัส เรื่องแตงโม-โตโน่....555

เชียร์นะคะ ลองหิ้วปิ่นโตดีกว่า ใหม่ๆ แม่ค้าทำหน้าคว่ำใส่ก็ทำหน้าตายๆ ตื้อๆ ไป เดี๋ยวเธอก็ชิน

มื้อเที่ยงของพี่กับพ่อบ้านค่ะ


เขียนเมื่อ 

เป็นอย่างนั้นได้ก็ดีสิคะอาจารย์ GD

บ้านเราเอาเรื่องสุขภาพนำก็ยังไม่ค่อยได้ผล คนไม่ค่อยกลัว ถ้าเลิกผลิตได้คงดี

ดิฉันคิดยาวๆ ไปว่าเมื่อไหร่รัฐบาลออกกฎหมายห้ามใช้โฟมบรรจุอาหารแม่ค้าคงจะประท้วงกัน จริงๆ เรามีบริษัทที่ทำบรรจุภัณฑ์ใส่อาหารจากชานอ้อยออกมาขาย ย่อยสลายได้ภายใน ๔๕ วัน แต่ยังไม่เป็นที่นิยมราคาจึงสูง ถ้าใช้กันมากๆ ราคาคงถูกลง

เขียนเมื่อ 

เวลาน้องห่อข้าวจากบ้านไปกินที่ทำงาน ใส่กล่องแล้วใส่กระเป๋าผ้าขาวม้าทรงรี พอดีสวยค่ะ ไม่ใหญ่มาก หิ้วไปหิ้วมา

เข้านอนก่อนนะคะพี่ Nui นึกออกละ พรุ่งนี้จะเขียนบันทึก "รักโลก" ประมาณไหน อิ อิ ^_,^

เขียนเมื่อ 

เยี่ยมๆๆๆ ค่ะน้องหมอ ธิรัมภา

เขียนเลย เล่าเรื่อง "กล่องข้าวน้อย" ของน้องก็ได้ แล้วใส่คำสำคัญ ชุมชนคนรักโลก นะ จะได้แลกเปลี่ยนกันต่อไป

เรามาสร้าง trend "กล่องข้าวน้อย" กันเถิด (พี่น่ะหิ้วปิ่นโตเดินไปทั่ว แบบไม่อายใครเชียวละ_แก่แล้วไง)