Peaceful Mind ตอนที่ 3

Ka-Poom
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

"ขยันที่สุด ไม่อยู่เฉยๆ เลย หานั่นนี่ทำ" คือ คำบอกเล่าของ อสม.ที่มีต่อแม่อั้ว

หญิงสาวรูปร่างท้วม พูดคุยเสียงดัง เจ็บป่วยมา ๗ ปีแล้ว ภาพเบื้องหน้าที่ข้าพเจ้าเห็นนั้น ไม่เหมือนคนไข้เลย จนแม่อั้วเปิดแผลให้เราดู และบอกว่า "ฉันไม่อายหรอก คนอื่นจะได้เห็นด้วย..."

หลายปีก่อนแม่อั้ว ยกแขนไม่ได้ แต่ด้วยความใส่ใจของคู่ชีวิตที่ทำกายอุปกรณ์ดัดแปลงให้

สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเคสนี้ คือ ความไม่ต่อเนื่องในการปฏิบัติตัว …

ซึ่งคนไข้ได้เล่าให้ฟังว่า "แรกๆ ก็ทำบ้างไม่ทำบ้าง หนักไปทางไม่ทำซะมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นกายบริหาร การทาโลชั่น หรือการฟื้นฟูตัวเอง..."

หลังจากที่พี่หนิง-หัวหน้างานคุณภาพชีวิตผู้ป่วย ได้ชี้ให้เห็นถึงผลที่เกิดขึ้น แววตาของแม่อั้วเปลี่ยนไป สลดลงเล็กน้อย พร้อมพึมพำบอกกับเราว่า "คงต้องตั้งใจใหม่"

ทำให้ข้าพเจ้าเกิดไอเดียและสานต่อกับพี่หนิงเลยว่า ในลักษณะเช่นนี้น่าสนใจ น่านำไปศึกษาทำ R2R ต่อ

เช่น...เพราะเพียงแค่คิดว่าเป็นโลชั่นทำให้ผู้ป่วยเข้าใจว่าจะทาหรือไม่ทาก็ได้ แต่กลับส่งผลต่อผิวหนังของผู้ป่วยอย่างมาก แม้จะไม่รุนแรงมากแต่ก็ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่เห็นได้อย่างชัดเจน

จากนั้นน้องพลอยที่ดูแลเรื่องแผลในทีมเยี่ยมของมะเร็งก็ได้เล่าเสริมถึง …เรื่องกายอุปกรณ์

ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจ เพราะเมื่อเรามาเยี่ยมแม่อั้วเราจะเห็นถึงความขาดแคลนที่จะทำให้ได้เหมือนที่โรงพยาบาล

ถ้าเราสามารถพัฒนานวัตกรรมที่เอื้อต่อผู้ป่วยนำกลับมาใช้มาทำต่อที่บ้านได้จะเกิดประโยชน์ต่อผู้ป่วยอย่างมาก

เป็นว่าในการเยี่ยมรายนี้ ข้าพเจ้าได้ประโยชน์ในเชิงเรียนรู้ที่แผ่กว้างออกไปจากที่จะมาดูทางด้านจิตใจอย่างเดียว กลับเจอปัญหาที่นำไปสู่ Research Question ได้อีกในการทำ R2R

เป็นไปตามสำนวนที่ว่า "ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว"...

มางานเดียวกลับได้งานเกิดขึ้นอีกมากมายหลายงาน

บรรยากาศที่มาเยี่ยมรายนี้ซึ่งเป็นรายที่สาม …

ลักษณะร่วมที่เราเจอคือ การยอมรับการเจ็บป่วยได้ แต่รูปแบบของสภาวะจิตใจในช่วงแรกๆ อาจจะดูไม่แตกต่างกัน คือ เศร้า เสียใจ ท้อแท้ แต่กระบวนการรักษาที่เต็มไปด้วยความเอื้ออาทร ทำให้ผู้ป่วยสามารถก้าวผ่านความหวาดกลัวต่างๆ ไปได้ และสามารถดำรงชีวิตได้อย่างใกล้เคียงปกติที่สุด

๒๗ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๘

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน In Mind



ความเห็น (0)