เวียด ความทรงจำในวัยเยาว์

เจ้าตั้มกับคุณแต้ม ผมทำคลอดมากับมือ

ตั้มเป็นเด็กเพศชายผู้พี่ที่เกิดมาก่อน นั้นก็เมื่อกว่า ๒ ปีที่แล้ว หนุ่มน้อยร่างกายเติบโตสมวัยคนนี้มีรอยยิ้มแย้มสดใสอยู่เสมอ มีคนเคยบอกกับผมว่า เด็กที่ผมเป็นคนเปิดปากมักจะพูดเก่ง และถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงผมก็พร้อมจะเชื่อเลยทีเดียวเพราะตั้มก็เป็นหนึ่งในนั้น

แม่ของตั้มท้องครั้งนี้ผมก็เป็นคนดูแลอีกครั้ง เกือบทุกครั้งที่เธอมาฝากท้อง ผมก็จะได้พบหนุ่มน้อยคนนี้อยู่เสมอ

ครอบครัวนี้มีคนฝากท้องกับผมคนเดียวก็คือแม่ของตั้ม แต่นั่นก็ทำให้ผมได้รับประโยชน์บางอย่าง มันดูเหมือนผมได้ฝากท้องกับเขาไปด้วย เพราะทุกครั้งที่เธอมาฝากครรภ์ ครอบครัวนี้ก็จะนำอาหารพื้นบ้านมาฝากผมอยู่เสมอๆไม่เคยขาดมือ สะเดาลวก ปลาชะโดแดดเดียว แกงส้มปลาอะไรสักอย่างจากทะเลสาบสงขลาเสิร์ฟพร้อมสะตอสด หมึกแห้ง ลูกตาลสด ลูกตาลแช่อิ่ม และอีกหลายอย่างที่พยายามนึกก็ติดอยู่ที่ปลายลิ้น ส่วนมากเป็นผลิตภัณฑ์จากปลาในทะเลสาบ เรียกได้เลยว่า ผมได้ฝากท้องไว้กับยายของตั้มได้อย่างเต็มปากเต็มคำ

"ตั้มครับ โตขึ้นตั้มอยากเป็นอะไร" ผมถามออกไป เพราะเมื่อครู่นั้นแม่เธอแอบมากระซิบ "หมอ...หมอลองถามตั้มดูสิ ว่าเค้าอยากเป็นอะไร"

ตั้มทำท่าเขินเล็กน้อยก่อนจะตอบไปว่า "อยากเป็นหมอธนพันธ์"

วันนี้ครอบครัวนี้กลับมาหาผมอีกครั้งเพราะว่าคุณแต้มมีอายุได้ ๖ สัปดาห์ มันคือวันนัดที่ผมต้องตรวจหลังคลอดแม่ของเธอ

ตั้มก็มาด้วยเช่นเคย

คราวนี้ยายของตั้มมีของฝากเพื่อฝากให้ท้องผม

พ่อของตั้มยื่นถุงมาให้ผม พร้อมกับบอกว่า "ของบ้านๆนะหมอ ไม่รู้ว่าหมอจะเคยกินมั้ย"

ผมเหลือบมองในถุง เห็นเม็ดดำๆถูกบรรจุลงมาจนแน่นก็นึกไปถึง "ลูกหว้า" ผลไม้บ้านๆที่มีรสหวามแต้มเปรี้ยวและเจือด้วยความฝาดน้อยๆ นี่ผมไม่ได้ชิม อม ดม เคี้ยวลูกหว้าให้ฟันม่วงมานานเท่าไหร่แล้ว

ฉับพลัน น้ำลายในปากก็ไหลสอออกมา

"เฮ้ย...ลูกหว้าน่ะเหรอ ชอบมาก" ผมตอบออกไป

"ไม่ใช่ครับหมอ" พ่อของตั้มทำหน้าขัน "หมอลองเปิดดูก่อน มันเป็นแมลง"

อารมณ์ผมตกฮวบ มันไม่ใช่เพราะความผิดหวังที่ในถุงนี้ไม่ใช่ลูกหว้า เพียงแต่ผมคิดไปไกลกว่านั้นสักหน่อย ผมคิดว่ามันเป็นตัวด้วง

ตัวด้วงที่ผมเกลียดและขยะแขยง มันคงถูกคั่วมาจนตัวดำเมี่ยม ว่าแล้วก็เกิดอาการขนลุกซู่และทำท่าจะโยนถุงใบนั้นทิ้งไป

"เฮ้ย...ผมกลัวหนอน ไม่เอา อึ๋ย...ไม่เอา"

พฤติกรรมการกลัวของผมไม่อาจคลาดจากสายตาของเจ้าหนุ่มน้อยนั้นไปเลยสักนิด ผมเหลือบไปเห็นแววตาเจ้าเล่ห์ของมันได้อย่างชัดเจน มันแอบหัวเราะ

"หมอครับ มันคือแมลงปีกแข็ง ไม่ใช่หนอน มันเป็นแมลงธรรมชาติมากๆเลยหมอ ไม่มีสารพิษ"

ได้ยินดังนั้น ผมจึงเผยอดูในถุงอีกครั้ง และเห็นแมลงปีกแข็งสีดำเมื่อมจำนวนมากที่ถูกคั่วและโรยมาด้วยกระเทียมสับละเอียด

ครั้งหนึ่งนานมาแล้วในห้วงคำนึง มันนานมากขนาดที่ผมจำได้ว่าผมยังไม่ได้เข้าโรงเรียนด้วยซ้ำ

เราเคยออกไปหา "เวียด" ด้วยกัน

ตอนนั้นครอบครัวผมอยู่ที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร พ่อมักจะพาผมไปปล่อยไว้ที่บ้านลุงชบกับป้าแนบ บ้านที่มีพี่ๆมากมายที่จะมาเล่นกับผม บางวันผมได้ไปร่วมจับปลาในสระที่ชาวบ้านมาช่วยกันวิดน้ำออก ผมได้เห็นวิธีแทงปลาไหล ได้นั่งขี้ในส้วมที่ขุดเป็นหลุมบรรจุขนาด ๓ พันคิวและบรรจุด้วยขี้เหลืองๆปริมาณมหาศาลอยู่ด้านล่าง ได้ใช้หมาตักน้ำจากบ่อมาอาบ (บางคนอาจจะไม่รู้จัก หมาที่ผมเอ่ยถึง มันคือภาชนะที่มีลักษณะคล้ายถังเล็กๆ มันถูกทำขึ้นมาจากกาบของทางหมาก ทำด้ามจับให้เรียบร้อยแล้วผูกเชือก ห้อยมันลงไปในบ่อน้ำ และเมื่อถึงผิวน้ำ เราก็จะตวัดเชือกให้ปากหมามันจ้วงลงไปตักน้ำ แล้วเราก็ดึงเชือกกลับขึ้นมา อย่าถามว่าทำไมเรียกมันว่าหมา เพราะผมไม่รู้เหมือนกัน) บางคืนผมนอนที่บ้านแห่งนั้นและในช่วงเช้าออกเดินไปสัมผัสน้ำค้างปลายยอดหญ้าและเก็บดอกทุเรียนมาดม และในช่วงกลางคืนก็ออกไปหาเวียดมากินกัน

ผมมักจะเฝ้ารอให้ดวงอาทิตย์ตกแทบจะไม่ไหว เพราะในช่วงค่ำๆ หลังจากที่เราจ้วงข้าวลงท้องอย่างรีบร้อน ผมก็จะได้รับอนุญาตให้ออกไปหาเวียดกับพี่ๆได้ อุปกรณ์ที่สำคัญก็คือ กิ่งไม้ที่ยังมีใบไม้ติดอยู่ เทียนหรือไฟฉาย และกะลามะพร้าว ทุกคนจะถูกแบ่งหน้าที่ คนหนึ่งถือกิ่งไม้และสั่นมันเป็นครั้งคราวราวกับว่า มันคือต้นไม้ธรรมชาติที่ถูกลมเขย่ากิ่งก้าน คนหนึ่งดูแลแสงสว่างให้ทีมส่วนหนึ่ง และส่องกิ่งไม้พอให้มันดูแพล็มๆไม่สว่างจ้าจนเกินไป อีกคนก็คอยเคาะกะลา เคาะมันเข้าหากันดังป็อกๆๆๆๆ พี่ๆบอกว่า เสียงอย่างนี้นี่แหละที่จะเรียกตัวเวียดให้บินเข้ามาหาเสียงและเกาะกิ่งไม้ที่มีแสงวับๆของพวกเรา และจะเป็นหน้าที่ของอีกคนที่จะคอยจับตัวเวียดไว้ในถุงที่ตระเตรียมมา

มันเป็นการทำงานเป็นทีมที่วิเศษที่สุดในสายตาเด็กแป๊ะตอนนั้น

ป็อกๆๆ ป็อกๆๆ เป็นเสียงที่กะลากระทบกัน

วี๊ดๆๆๆๆๆ อี่ๆๆๆๆๆๆ เป็นเสียงที่เวียดเปล่งออกมาขานรับ และมันก็บินมาเกาะต้นไม้เทียมของเรา แมลงตัวอ้วนสีเขียวเข้มตัวแล้วตัวเล่าถูกทีมงานเราจับใส่ถุง

บั้นปลายชีวิตของเวียดจะเป็นอย่างไร ผมจำไม่ได้จริงๆ ผมจำไม่ได้ว่าเราปรุงมันอย่างไร ไม่แน่ใจว่าได้เคยกินเวียดที่ว่านั้นหรือไม่ แต่ผมจำได้ว่า เวียดคือทูตความทรงจำที่ทำให้ผมต้องระลึกถึงหลังสวน ดอกทุเรียน ส้วมหลุมมหึมา ปลาไหลถูกแทง หมาตักน้ำ ลุงชบ ป้าแนบ และพี่เชี่ยวทุกครั้ง

"มันคือแมลงครับหมอ"

ผมหลุดออกมาจากความทรงจำอย่างรวดเร็ว และเพ่งดูแมลงสีดำๆในถุงนั้นอีกครั้งด้วยอารมณ์ตีบตันในอกเล็กน้อย

ตั้มคงเห็นท่าทางที่ผมแสดงอาการแหยงเมื่อครู่ จึงถือโอกาสหัวเราะและเดินเข้ามาหา

"มันยังเป็นๆนะหมอ" เอากับเขาสิ กะล่อนไม่หยอกเชียวนะเอ็ง เอาวะ เอ็งกะล่อนมา ข้าก็จะสนองตอบ

"เฮ้ย...ไม่เอา น่ากลัวอิตาย" ผมใส่ท่าลงไปอีกนิด เจ้าตั้มก็ติดกับ

"จริงนะหมอ มันเป็นๆอยู่ ฮ่าๆๆๆ มีแมลงสาบด้วย ดูเร็ว ดูเร็ว" ไอ้กะล่อนเอ๊ย คราวนี้ใครมาจะมาบอกผมอีกก็คงจะเชื่อ ว่าเด็กคนไหนที่หมอธนพันธ์ควักออกมา จะกะล่อนลื่นจนจับตัวไม่ติด

ผมเดินออกจากร้านพร้อมเจ้าตั้ม คุณแต้ม และพ่อแม่เธอ

เจ้าตั้มยังคงตะโกนบอกผม "มันเป็นๆอยู่นะหมอ"

ผมหยุดยืนยิ้ม และถามตั้มออกไป "ตั้ม บอกหมอหน่อย โตขึ้นจะเป็นอะไร"

และเร็วเท่าที่จะได้หยุดหายใจเพียงเสี้ยวหนึ่ง ตั้มก็ตะโกนตอบออกมาว่า

"เป็นควาย"

ธนพันธ์ บันทึกไว้เพื่อถนอมความทรงจำ

๒๙ เมย ๕8

ปล. ผมแอบไปเปิดดูใน google พบว่า แท้ที่จริง ตัวเวียดนั้นก็คือจั๊กจั่น

ผมยังเห็นรูป "หมาตักน้ำ" ที่ทำให้ความทรงจำแจ่มชัดขึ้นมาอีก

ขอบคุณชุดความรู้ในอากาศนี้ครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ผมเอง



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

นับวันจะออกแนวนักประพันธ์ขึ้นทุกวันแล้วนะคะ อ.แปร๊ะ อ่านแล้วเกิดความรู้สึกอย่างนี้จริงๆอดบอกกันไม่ได้ อิอิ