หมอเฮงซวย ตอนที่ 1


เป็นวลีเด็ดที่ชลัญเพิ่งได้ยินจากปากคนไข้เมื่อ 2 วันก่อน ดีนะที่เป็นพยาบาลจึงไม่รู้สึกอะไร อิ อิ เปล่าเลยจริงแล้วเราโดนเต็มๆ เพราะคำว่าหมอนี่คนไข้เขาหมายถึง ใครก็ตามที่ทำงานในโรงพยาบาลเขาเหมารวมเป็นหมอหมด นั่นเอง ได้ยินครั้งแรกออกอาการอึ้งเล็กน้อย ใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม หมดกำลังใจและเรี่ยวแรงในการที่จะทำงาน(ดราม่าเล็กน้อย ) เหตุก็มีอยู่ว่า มีผู้ป่วยรายหนึ่งเดินเขามาถามคิว ว่าถึงหรือยัง เราก็กุลีกุจอตรวจสอบให้ แล้วบอกว่า "เหลืออีก 8 คิวจะถึงนะค่ะ ตอนนี้ถึงคิว......" ความคาดหวังแบบอัตโนมัติ ชลัญเชื่อว่าทุกคนคงหวัง ว่า จะได้ยิน คำพูตอบกลับประมาณ "อ้อจ๊ะ" "ขอบคุณค่ะ" อะไรเทือกนี้แหล่ะ

ผิดคาด เต็ม 2 หู ว่า "นี่ทำไมมันช้าอย่างนี้ ชั้นไม่เคยต้องช้าขนาดนี้ นี่นะฉันเดินไป มีแต่คนบอกว่า หมอเฮงซวย" เต็มๆ มันแปล๊บๆ ๆ ๆ ๆ แทงใจแดงๆปล๊าบ ฮ่วย "เฮงซวยเชียวหรือ" เจ็บนะเจ็บในใจลึกๆ ทั้งที่เขาไม่ได้ว่าชลัญหรอก ก็เหมามันทั้งโรงบาลนี่แหล่ะ แต่ทำไมชลัญโคตรเจ็บอ่ะ แค่ในเสี้ยววินาทีที่ชลัญตอบกลับคนไข้ด้วยสติมากที่สุด แต่ไม่ใช่การตอบโตนั้น เหตุการณ์ต่างๆมันวิ่งเข้ามาในหัวชลัญได้เป็นร้อยเรื่อง อาทิ

ฉันนี่นะเฮงซวย ทั้งที่ฉันกุลีกุจอที่จะช่วยเหลือคนไข้ทุกคน

ฉันนี่นะเฮงซวย ทั้งที่ คนไข้ไม่มีญาติมา ติดต่อญาติไม่ได้เมื่อหมอให้นอน รพ. ฉันจะทำทุกวิถีทางที่จะติดต่อให้โดยใช้มือถือตัวเอง แล้วไม่คิดตังค์กับคนไข้แม้แต่บาทเดียว

ฉันนี่นะเฮงซวย ทั้งที่คนไข้เดือดร้อน เรื่องใดฉันจะทุ่มช่วยสุดตัว เช่นที่นอนลดแผลกดทับ ทำกางเกงอุบอิบ ทำเสื้อไฉไล ให้ตังค์กินข้าว ให้ตังค์ไปรักษาต่อมหาราช ให้ตังค่ารถกลับบ้าน ให้ตังค์ซื้อชุด นักเรียนแก่หลานคนไข้ที่พ่อแม่ทิ้งไว้ หรือแม้แต่คอยปลอบใจ หาทางให้คนไข้ได้รับการรักษาที่ดีที่สุดที่คนไข้พึงได้ ฯลฯ เชื่อมั๊ยว่าสิ่งเหล่านี้มันเข้ามาในสมองหมดเพียงเสี้ยววินาที เท่านั้น (น้ำตาจะไหล)

แต่ชลัญสติพอที่จะไม่ตอบโต้ใดๆ กับคนไข้ เพียงบอกคนไข้ว่า

ต้องขอโทษจริง

ๆ ค่ะวันนี้แพทย์เราไม่อยู่ 4 ท่าน ท่านที่เหลือส่วนหนึ่งต้องดูคนไข้ในตึกผู้ป่วย ชาย หญิง ฉุกเฉิน เด็ก ห้องคลอด ห้องผ่าตัด จึงทำให้มีแพทย์ออกตรวจในช่วงเช้าน้อย แต่ช่วงบ่ายแพทย์ที่เสร็จสิ้นภาระกิจแล้ว จะออกมาช่วยตรวจเพิ่มขึ้น น่าจะเร็วขึ้น หากการล่าช้านี้ เป็นความเฮงซวยของหมอ ก็ขอโทษด้วยค่ะ

กลับมานั่งที่โต๊ะซักประวัติ สิ่งต่างๆเหล่านั้นมันยังวนเวียนในสมอง น้อยใจ เสียใจระคนไปหมด วุ่นวายใจนั่งไม่ติด ขอเดินไปทำใจหลังห้องแปล๊บ เอ้ายังไม่หาย งั้นทำใจในห้องน้ำ แปล๊บ แล้วเสียงๆหนึ่งที่ยู่ในจิตใต้สำนึกก็เข้ามา

"ชลัญธร เธอเป็นไร แค่คำพูดแค่นี้ หมอเฮงซวย เขายังไม่ว่าพยาบาลสักหน่อย ใครเป็นหมอเฮงซวยก็รับไปดิ เธอทำงานนี้เพราะไร หน้าที่ของเธอต้องทำอะไร แล้วเธอทำเพื่ออะไร ที่ทำนี่อยากได้คำสรรเสริญ ได้คำยกยอ หรือของกำนัลหรือ คำตอบคือไม่ งั้นคิดใหม่ หากเธอคิดว่าเธอทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แล้ว ก็ไม่ต้องให้ความสำคัญไรกัคำพูดพวกนี้หรอก เธอมองดูอากาศ ซิ มีใครเห็นตัวตนของอากาศบ้าง ใช่ไม่มี แต่อากาศก็ไม่เคยเกี่ยงที่จะให้คนหายใจเอามันเข้าไปในร่างกาย โดยไม่แบ่งชั้นวรรณะ ชาติ ยศ ก็ไม่ อากาศก็ไม่เคยประท้วงก็ยังทำหน้าที่ของตนเองต่อไปไม่ใช่หรือ แล้วเธอคิดไรอยู่ชลัญธร" ใช่ เสียงนี้แหล่ที่เตือนสติ ให้ ออกจากห้องน้ำ เดินมาปฏิบัติหน้าที่ต่อ อ้อ !!! ยังไม่ซิ ไม่ใจดีเท่าอากาศ ก่อนทำงานต่อ ขอนิดส์นะ เดินไปหยิบไมค์ แล้วประกาศบางสิ่งอย่างออกไป แล้วทำให้คนที่พูดว่าหมอเฮงซวย เข้ามาขอโทษชลัญธร ไว้จะมาเล่าในตอนต่อไปนะ เรื่องมันยาว (เรื่องนี้มีอะไรที่สอนเราได้หลายอย่างทีเดียว)

ชลรรธร


หมายเลขบันทึก: 587636เขียนเมื่อ 19 มีนาคม 2015 01:49 น. ()แก้ไขเมื่อ 19 มีนาคม 2015 01:49 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (4)

-สวัสดีครับ

-อ่านเรื่องนี้แล้วทำให้จินตนาการได้ถึงสถานการณ์..ในวันนั้น..

-ด้วยภาวะของการรอคอยการรับบริการจึงเกิดเหตุแบบนี้ขึ้น

-หน่วยงานของผมเองก็มีปัญหาเช่นนี้อยู่บ่อยๆครับ

-เป็นกำลังใจให้คุณหมอและพยาบาลทุกท่านด้วยนะคร้าบ!!!

เมื่อ2ปีที่แล้วผมเข้ารพ.รัฐบาลทุกเดือน ครั้งแรกๆก็รู้สึกว่าการบริการช้ามากเมื่อเทียบกับรพ.เอกชน ทำอะไรไม่ถูก หลายสิ่งอย่างต้องเดินติดต่อเอง

แต่พอผ่านไปเป็นเดือนเป็นปี กลับรู้สึกเห็นใจและเข้าใจเจ้าหน้าที่ในรพ.ทุกคน ที่ต้องอดทน อดกลั้น ในการให้บริการ

เป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกๆท่านครับ

สู้ๆครับ

คนที่ชื่นชมกับทีมแพทย์พยาบาลมีมากครับ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี